Category ข่าวที่น่าสนใจ

ขอเงินยายข้างบ้านไม่ให้ โจ๋ 16 ใช้มีดปาดคอหญิงชราวัย  78 

        เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุจากลูกชายของคนตายว่าพบศพแม่ของตัวเองนอนตายอยู่ในไร่ข้าวโพดโดยสภาพศพท่อนร่างเปลือยและที่ลำคอถูกปาดเกือบขาดเมื่อเจ้าหน้าที่ได้มายังจุดพบศพและนำศพของหญิงชราไปทำการตรวจสอบจึงพบว่าด้านหลังถูกตีด้วยของแข็งและมีการถูกปาดเข้าที่คอ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการสอบปากคำลูกชายของคนตายที่เป็นคนมาพบศพเป็นคนแรก

โดยลูกชายเล่าว่าแม่จะอยู่ที่บ้านที่ใกล้กับไร่ข้าวโพดแห่งนี้คนเดียว ส่วนตัวลูกชายและภรรยาจะไปอยู่อีกจุดหนึ่งเพื่อเฝ้าไร่ข้าวโพดและสวนพริกที่ปลูกเอาไว้ ทุกวันในตอนเช้าหญิงชราจะต้องมาเก็บผักในสวนเพื่อจะนำเอาไปขายที่ตลาดและในเวลาเจ็ดโมงเช้าของทุกวัน ลูกชายจะมีหน้าที่มารับหญิงชราเอาผักไปขายที่ตลาด ซึ่งก็ทำแบบนี้เป็นประจำทุกวันแต่มาวันนี้ตอนเจ็ดโมงเช้าลูกชายได้มารับหญิงชรา แต่เรียกหาตั้งนานก็ไม่มีเสียงตอบรับ จึงได้เดินตามหาและได้มาพบว่าหญิงชราเสียชีวิตถูกฆ่าปาดคอดังกล่าวแล้ว

  เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บหลังฐานต่างต่างซึ่งจากการส่งชันสูตรศพแล้วพบว่าหญิงชราเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่าแปดชั่วโมง และในเวลาต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุได้ เป็นชายวัยรุ่นอายุเพียงแค่ 16 ปีเท่านั้นและเพิ่งออกจากคุกมาโดยถูกจับข้อหาลักทรัพย์ ซึ่งคนร้ายได้ให้การรับสารภาพว่าเห็นหญิงชราอยู่ข้างบ้านและอยู่คนเดียว จึงได้เดินมาขอเงินหญิงชราเพื่อจะเอาไปใช้จ่าย แต่หญิงชราไม่ให้ ตนเองจึงได้ลงมือทุบหัวจนหญิงชราล้มแล้วจึงลากมาตรงไร่ข้าวโพดที่อยู่ด้านหลังบ้านแล้วจึงลงมือปาดคอ และได้เงินไปประมาณ หกพันบาท

นำเงินดังกล่าวไปซื้อมือถือและใช้จนเหลือเงินเพียงแค่ หนึ่งพันบาทเท่านั้น ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้สร้างความไม่พอใจให้กับญาติของคนตายเป็นอย่างมาก เรียกร้องให้มีการตั้งโทษประหารชีวิตเพราะถือว่าคนร้ายมีจิตใจที่โหดเหี้ยมมาก อายุแค่ 16 ก็ฆ่าคนตายแล้ว และที่ผ่านมาคนร้ายก็เคยก่อเหตุเอาหินทุบหัวเพื่อนและลักขโมยของเรื่อยมา จึงคิดว่าคนร้ายคงมีนิสัยโหดร้ายโดนสันดาน

หากปล่อยให้ติดคุกแล้วออกมาก็อาจจะกลับมาฆ่าคนตายอีกก็ได้ จึงอยากให้ลงโทษด้วยการประหารเท่านั้น ซึ่งการที่คนร้ายก่อเหตุฆ่าชิงทรัพย์ในครั้งนี้ทำให้คนในหมู่บ้านต่างก็กลัวว่าคนร้ายจะออกมาก่อเหตุซ้ำจึงร้องขอให้มีการประหารด้วยเช่นกัน

 

สนับสนุนโดย  next88

ประชุม ครม.สัญจร ลุงตู่

การประชุมครม.สัญจรปี 2563 ครั้งที่ 1 ถูกกำหนดให้จัดขึ้นที่จังหวัดนราธิวาส ระหว่างวันที่ 20 –21 มกราคม นี้ ซึ่งตามตารางที่วางไว้ ในวันที่ 20 มกราคม  ตอนเช้านายกรัฐมนตรีพร้อมชาวคณะได้ทางมาขึ้นเครื่องบินที่สนามบินดอนเมือง ซึ่งใช้เวลาบินประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง เครื่องบินก็บินลงสู่สนามบินนราธิวาส ที่ เวลา 8.45 น. ด้วยความปลอดภัย

ภารกิจแรกที่มาถึงจังหวัดนราธิวาส ลุงตู่นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะ ก็ได้เดินทางด้วยรถยนต์กันกระสุน ไปที่ อ.สุไหงโกลกทันที  เพื่อเข้าไปกราบไหว้สักการะเจ้าแม่โต๊ะโมะ ที่ประดิษฐานอยู่ในศาลเจ้าแม่โต๊ะโมะเขตเทศบาลเมืองสุไหงโกลก ที่ศาลเจ้าแม่แห่งนี้ เป็นสถานที่ศักสิทธิ์ที่ชาวไทยเชื้อสายจีนทั่วประเทศไม่ว่าจะเป็นชาวมาเลเซียหรือชาวสิงห์โปร์ที่มีเชื้อจีน

ต่างให้ความเคารพนับถือเดินทางมากราบไหว้ของพรกันตลอดทั้งปี ซึ่งลุงตู่เมื่อจุดธูปไหว้สักการะเจ้ามาโต๊ะโมะเสร็จแล้ว ก็ได้กล่าวขอพรกับองค์เจ้าแม่ว่า ขอให้เจ้าแม่โปรดประทานพรให้ประชาชนทุกคนที่อยู่ในประเทศไทยจงมีแต่ความสงบสุข ปลอดภัย คิดหวังสิ่งใดของให้สำเร็จทุกประการ จากนั้นก็เข้าไปพูดคุยกับตัวแทนสมาคมชาวไทยเชื้อสายจีนและประธานมูลนิธิศาลเจ้าแม่ที่มายืนต้อนรับด้วยความเป็นกันเอง 

ภารกิจที่สอง ลุงตู่พร้อมคณะเดินทางไปที่อาคารรื่นอรุณ เพื่อดูรายงานการก่อสร้างคันกั้นน้ำที่กำลังก่อสร้างอยู่ตอนนี้ ความคืบหน้าได้ 70 เปอร์เซ็นต์แล้ว เนื่องจากทุกปีที่ผ่านมาประชาชนที่อยู่อาศัยในเขตเทศบาลสุไหงโกลกจะได้รับความเดือนร้อนอย่างหนักจากน้ำท่วมอย่างรุนแรง ทำให้มีนโยบายช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ทั้งยังเป็นอีกแผนการที่จะเพื่อช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจในเมืองสุไหงโกลกให้ดีขึ้น

ภารกิจที่สาม ลุงตู่พร้อมคณะ ได้เดินทางไปยังศูนย์การค้าชายแดน เพื่อดูงานเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ชุมชน และนิทรรศการต่างๆที่รวมไว้ซึ่งความทันสมัยทางด้านการค้าและการลงทุน และทางผู้นำของจังหวัดนราธิวาสได้เสนอต่อคณะบริหารต่างๆว่าอยากให้ช่วยกันผลักดันให้ศูนย์การค้าแห่งนี้ได้ได้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางของการขายสินค้าปลอดภาษี เนื่องจากสุไหงโกลกเป็นเมืองชายแดนที่เน้นเรื่องการค้าขายอยู่แล้ว เชื่อว่าจะช่วยให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวมาเลเซียเดินทางมาจับจ่ายใช้สอยกันมากขึ้น  และเพื่อเป็นการตอบสนองนโยบายที่มีชื่อว่า สามเหลี่ยม มั่งคั่ง ยั่งยืน อีกด้วย

ภารกิจที่สี่ หลังจากคณะที่ร่วมเดินทางได้พักรับประทานอาหารกลางวันที่โรงแรมเก็นติ้ง ในสุไหงโกลกเรียบร้อยแล้ว ก็ได้เดินทางไปต่อที่ อ.สุไหงปาดี ที่วัดประชุมชลธารา เพื่อมากราบไหว้นมัสการพระเทพศีลวิสุทธิ์ เจ้าคณะจังหวัดนราธิวาส ซึ่งพระเทพศีลวิสุทธิ์ถือเป็นบุคคลที่ทั้งชาวพุทธและมุสลิมในเขตชายแดนใต้ ให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างมาก

ภารกิจของนายกรัฐมนตรีและคณะยังมีอีกหลายภารกิจที่น่าสนใจ โปรดติดตามต่อในโอกาสต่อไป

 

สนับสนุนโดย  v9bet

เปิดปม คดียิงกันในศาลจังหวัดจันทบุรี

เมื่อในปี พุทธศักราช2550 นายบุญช่วย เจริญสถาพร ซึ่งเป็นน้องชายของพระกิตติวุฑโฒภิกขุ ได้ไปแจ้งสวมรอยว่าตนเป็นเจ้าของที่ดินดังที่กล่าวมาข้างต้น แล้วก็ได้กระทำฟ้องศาลกับทางผู้สืบสกุลของนายสมพล ว่าตนได้ซื้อที่ดินมาแล้ว แต่ว่าทางนั้นไม่ยินยอมโอนชื่อที่ดินให้ตัวเอง

โดยสำหรับในการฟ้องศาลในขณะนั้น นายเรวัติ ซึ่งเป็นลูกชายคนโตของนายสมพล ได้ป่วยมีปัญหาด้านสุขภาพ เลยมิได้มีการต่อสู้คดี และก็ได้มีการทำหนังสือเซ็นสัญญายินยอม ที่กล่าวว่า สามารถให้นายบุญช่วยสามารถเข้าไปทำประโยชน์ในที่ดินดังที่กล่าวผ่านมาแล้วได้ และก็ในต่อมาตัวนายบุญช่วยเองก็ได้เดินทางไปติดต่อกับข้าราชการทางกรมที่ดินเพื่อที่จะขอโอนชื่อผู้ครอบครองที่ดิน

แต่ว่าทางข้าราชการกรมที่ดินไม่สามารถที่จะทำให้ได้ เนื่องจากว่าด้วยเหตุว่านายเรวัติ ที่เป็นลูกชายคนโตของนายสมพล(ที่เป็นเจ้าของที่ดั้งเดิม)ไม่ใช้ผู้จัดการมรดก และก็การโอนที่ดินนั้น จำเป็นต้องได้รับการยอมจำนนจากผู้สืบสกุลทั้งสิ้นของนายสมพล ซึ่งมีจำนวน 6 คน

ปี พุทธศักราช2554 ได้มีการพิจารณาเกี่ยวกับเอกสารที่นายบุญช่วยเคยไปยื่นต่อศาล ว่าเป็นการแถลงเท็จต่อศาล โดยมีการอ้างถึงว่า นายสมพลมีผู้สืบสกุลทั้งสิ้น 3 คน แต่ว่าอันที่จริงแล้ว นายสมพลมีผู้สืบสกุล 6 คน โดยผู้สืบสกุลทั้งยัง 6 คนนั้น มาจากเมียทั้ง 2 คน ของนายสมพล เมื่อเป็นแบบนั้น นายบุญช่วยก็เลยขอถอนคำสัญญาต่อศาล นงสาวเขมจิรา ที่เป็นหลานของนายสมพลได้ทำการฟ้องร้องคดีและก็ต่อสู้คดีมาแทนคุณแม่ของตัวเองรวมทั้งได้เอาผัวเป็น พลตำรวจตรีธารรินทร์ มาช่วยในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการฟ้องร้องคดี

โดยในรูปความที่เกิดขึ้น ได้มีการต่อสู้คดีกันมานานจนกระทั่งถึงที่สุดในชั้นศาลฎีกาแล้ว รวมทั้งทางศาลฎีกาได้มีคำตัดสินให้ที่ดินดังที่กล่าวผ่านมาแล้วได้เป็นของนายบุญช่วย โดยที่บอกเหตุผลที่ว่า เพราะผู้ฟ้องร้องคดีไม่ใช่ผู้เสียหายและไม่มีสิทธิ์สำหรับในการยื่นฟ้องร้องด้วย และก็ต่อมานายบุญช่วย ก็ได้ฟ้องกลับ นางสาวเขมจิรา

แล้วก็ พลตำรวจตรีธารินทร์ ในฐานะจำเลย อีกทั้งทางแพ่งแล้วก็ทางอาญา ฐานฟ้องเท็จอีกด้วย โดยทางศาลจังหวัดจันทบุรี ได้กระทำนัดหมายฟังคำตัดสินในวันที่ 18 เดือนธันวาคม พุทธศักราช2562 แต่ว่าดันมาเกิดเหตุการณ์ที่เศร้าใจซะก่อน คดีนี้มีชื่อเสียงและโด่งดังไปทั่ว เป็นที่ทราบกันดีว่าชาวไทยของเรานั้นก็ได้ติดตามข่าวนี้มาตลอด เพราะทราบดีอยู่แล้วว่าเหตุการณ์ไม่ชอบมาพากล

 

สนับสนุนโดย  entaplay mobile

จับเสี่ยโรงงานปุ๋ยฆ่าเซลล์สาว

           ก่อนหน้านี้มีอีกหนึ่งข่าวที่โด่งดังมากก็คือ มีการพบรถเก๋งจมน้ำในคลองที่จังหวัดสระบุรี และพบว่าภายในรถพบศพหญิงสาวคนหนึ่งนอนตายอยู่ในรถ ซึ่งมีการสงสัยว่าเป็นการฆาตกรรม โดยมีหลักฐานบัตรประชนชนตกอยู่ในรถ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบชื่อว่าผู้เสียชีวิตเป็นใคร และเมื่อมีการติดต่อกับทางบ้านของผู้เสียชีวิตก็พบว่าทางบ้านมีการแจ้งคนหายไว้เมื่อ 3 ปีที่แล้ว

และจากการสอบสวน ทางบ้านของผู้เสียชีวิตต่างก็สงสัยเสี่ยเจ้าของโรงงานปุ๋ยที่ลูกสาวทำงานเป็นเซลล์ขายปุ๋ยอยู่เพราะว่าทั้งสองคนแอบคบหากันอยู่ ซึ่งก่อนที่ลูกสาวจะหายตัวไปทางเสี่ยเจ้าของโรงงานปุ๋ยมักจะตามหึงหวง แต่พอลูกสาวหายตัวไปเสี่ยกลับไม่สนใจตามหา ทำให้ทางบ้านเกิดความสงสัย ในที่สุดทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถจับตัวคนร้ายมาลงโทษได้ ถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านไปถึง 3 ปีหลักฐานที่รถอาจหายหมดแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็เก่งมาก สามารถหาหลักฐานและจับกุมเสี่ยโรงงานปุ๋ยมาลงโทษในฐานะฆาตกร  วันนี้เราจะมาเรียงลำดับเหตุการณ์กันอีกครั้ง

  • เหตุการณ์เริ่มจากมีชาวบ้านคนหนึ่งไปสูบน้ำที่คลองชัยนาท – ป่าสัก ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่สระบุรี เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2562 แต่เนื่องจากน้ำในคลองเหลือน้อยทำให้เมื่อสูบน้ำขึ้นมาจึงพบซากรถเก๋งหัวทิ่มอยู่ในคลอง และชายคนดังกล่าวจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบและยกรถเก๋งขึ้นมาจากคลอง
  • เมื่อนำรถขึ้นมาจากคลองแล้ว พบว่ามีศพติดขึ้นมาด้วย ซึ่งสภาพศพเหลือแต่โครงกระดูกและมีผ้าปูที่นอนมัดศพเอาไว้ นอกจากนี้ภายในรถยังมีเอกสารสำคัญที่ทำให้รู้ว่าศพดังกล่าวเป็นใครและทำอาชีพอะไร ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ประสานงานไปยังบ้านพ่อแม่ของศพ จึงทำให้รู้ว่าทางบ้านออกตามหาตัวลูกสาวนานแล้วแต่ไม่พบ มีการแจ้งความคนหายเอาไว้ด้วย ทางเจ้าหน้าที่จึงขอตรวจดีเอ็นเอ คนที่บ้านกับศพ พบว่าตรงกันจึ่งมั่นใจได้ว่าเป็นคนที่ถูกแจ้งความหายสาบสูญไว้ 
  • และหลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็พยายามหาหลักฐานการฆาตกรรมและได้รับความร่วมมือในการให้ข้อมูลจากทางญาติ พ่อ แม่ และเพื่อนของผู้ตายมากมาย ซึ่งทุกคนพูดเป็นไปในทางเดียวกันว่าเสี่ยโรงงานปุ๋ยน่าจะเป็นคนฆ่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้หาหลักฐานจนเชื่อได้ว่าเสี่ยเจ้าของโงงานปุ๋ยเป็นคนฆ่าจริง และมีคนร่วมช่วยกันฆ่าหลายคน จึงได้ออกหมายจับเสี่ยและลูกน้อง แต่ทั้งเสี่ยและลูกน้องยังคงให้การปฏิเสธ ขณะนี้ทั้งเสี่ยและลูกน้องถูกจับแล้วและตำรวจไม่ให้ประกันตัว เพราะกลัวไปทำลายหลักฐาน

 

 

สนับสนุนโดย  entaplay line

จับโป๊ะ“เรนนี่”หมาวัดโผล่ไม่ใช่เจ้ากลับชาติ

ผู้หญิงคนนี้ชื่อว่าเรนนี่ บางคนเรียกว่าเป็นอาจารย์ ไม่ใช่ครูบาอาจารย์อย่างที่หลายๆคนคิดนะคะ สำหรับคนที่เชื่อเรื่องผีอาจจะมองว่าเธอให้ความรู้ก็เป็นได้เช่นกัน แต่ถามว่าทำไมตอนนี้มีประเด็นดราม่าออกมา เรื่องนี้เกิดจากคุณแหม่มโพธิ์ดำได้ออกมา การใช้คำว่าเปิด War เพราะก่อนหน้านี้คุณแหม่มได้ช่วยเหลือในกรณีที่เป็นเหตุการเกี่ยวกับเรื่องของเจลแอลกอฮอล์ หน้ากากอนามัย

ซึ่งหลายคนคาดว่าน่าจะจำได้ จนล่าสุดได้กลับมาพูดเกี่ยวกับเรื่องของ อาจารย์เรนนี่หรือนางสาว เรนนี่ช่องส่องผี ถามว่าทำไมถึงเป็นกระแสที่โด่งดังเหลือเกินภายในข้ามวัน นั่นก็เพราะว่ามีการได้ไปจับโป๊ะของนางสาวเรนนี่ ซึ่งอาจสงสัยว่านางสาวเลยนี่นั้นเป็นใคร โดยนางสาวเลนนี่เขาพยายามจะบอกว่าชีวิตของเขานี่ ได้มี Six Sense ถึงขนาด ที่ว่าตัวเองเคยตาย

และก็ได้ฝืนกลับขึ้นมาได้ ส่วนที่ได้มีการฮือฮามากที่สุดนั่นก็คือ ได้ไปพบว่าตัวเธอได้มีการเปิดรับบริจาค โดยการเปิดบริจาคนี้มันเข้าไปที่คุณบ๊วย โดยเรื่องนี้เขาพร้อมที่จะแถลงข่าวแต่จุดประสงค์นั้น ก็คือดีและทำบุญ แต่ในขณะที่เรื่องนี้เปิดเผยขึ้นก็ได้รู้จักกับคุณเรนนี่ซึ่งคุณและนี่นั้นได้มีการเปิดเผยถึงว่าตัวเองได้มีการตายไปแล้ว 49 วัน โดยที่ยังไม่ได้เผาและที่สำคัญเจ้าตัวได้ฟื้นคืนขึ้นมา โดยประเด็นนี้ขี้มันมีประเด็นขึ้นมาหรือดังขึ้นมานั้นก็คือมีเพจของแหม่มโพธิ์ดำได้ตั้งหัวข้อหรือประเด็นขึ้นมาจากการสงสัยนั่นก็คือ

-พิธีกรหญิงอ้างว่าตัวเองติดต่อกับผีหรือวิญญาณได้

-พิธีกรหญิงคนนี้ทำเหรียญผี เพื่อเป็นการดูบูชา เมดูซ่า ซึ่งคือได้ว่าเป็นผีหรือปีศาจ แต่ดันอ้างตัวว่าเป็นพุทธศาสนิกชน

-ปมเงินบริจาค บอกว่าช่วยเหลือวัดช่วยเหลือโรงพยาบาล แต่ดันเป็นการเข้าบัญชีของพิธีกร ซึ่งไม่ได้แสดงหลักฐานในการโอนเงิน และยังมีการออกใบอนุโมทนาบัตรเป็นชื่อของพิธีกร

-ปมสื่อความเท็จ โดยเจ้าหน้าที่ DSI ไปแจ้งความและนี่ เพราะเธอได้มีการไปกล่าวในรายการว่าพ่อตาย แล้วกลายเป็นเปรต ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ก็ได้แจ้งความและที่สำคัญ ใครก็ตามที่มีการ ทวงติงรายการเธอจะมีการฟ้อง ร้องดำเนินคดีทั้งหมด

-เธอได้อ้างว่าเธอมีญาณวิเศษในการฝึกจิต หลังที่ได้ประสบอุบัติเหตุคอหักตาย ไปตั้ง 49 วันแล้วฟื้น และยังไปท่องนรก สวรรค์ บาดาล และยังไปเจอยมบาลมาอีกด้วย

-ซึ่งนอกจากนี้ยังมีการพูดถึงในการแชร์เรื่องราวของเครื่องราง ที่ด้านหน้าเป็นหลวงปู่ทวดแต่ด้านหลังเป็นเมดูซ่า

-และยังมีเรื่องของเครื่องถ่ายติดผี โดยมีกรณีที่พูดกันคือคมมากซึ่งมันมีคลิปอยู่คลิปนึง ที่หมาได้เดินผ่านจอ และนี่ก็ได้พูดว่านี่คือเจ้าพระยา ที่ได้กลับชาติ มาเกิดโดยกลับมาเป็นหมาจร ตั้งหลายคนก็ออกมาตั้งคำถามว่ารู้ได้ขนาดนี้เลยหรอ

 

สนับสนุนโดย  entaplay

ดอยม่อนแจ่มไม่มีน้ำ-ไฟใช้หลังถูกตัดจนต้องส่งหนังสือร้องผู้ว่าฯ

ในขณะนี้ได้มีเจ้าของกิจการและกลุ่มชาวบ้านจำนวนมากได้มารวมตัวกันที่หน้าองค์การบริหารส่วนตำบลเพื่อทำการประท้วง สาเหตุก็มาจากที่ทางหน่วยงานราชการของรัฐบาลได้มีการออกกฎหมายให้จับกุมผู้กระทำความผิดกับกลุ่มคนที่บุกรุกที่ป่าสงวนซึ่งส่งผลให้ทั้งองค์โทรศัพท์และการไฟฟ้าได้เข้ามาทำการรื้อถอนเสาสัญญาณออกจากดอยม่อนแจ่มจึงเป็นสาเหตุให้ชาวบ้านและเจ้าของกิจการร้านค้าที่ตั้งอยู่ที่ดอยม่อนแจ่มได้รับความเดือนร้อน

เพราะไม่มีโทรศัพท์และไม่มีไฟฟ้าใช้เลย แต่ทางเจ้าหน้าที่ก็ได้ออกมาบอกว่า ทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้กระทำการรื้อถอนเสาไฟฟ้าเลย ทำเพียงแค่ตัดกระแสไฟของกลุ่มคนที่เข้ามาลักลอบแอบเข้ามาใช้ไฟของหลวงโดยที่ไม่ได้รับอนุญาตซึ่งมันเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย ส่วนเรื่องการเข้าจับกุมคนที่เข้ามาบุกที่ป่าสงวนนั้นเป็นการทำตามขั้นตอนของกฎหมายปกติซึ่งตรวจพบว่า มีเจ้าของกิจการประมาณ 27 รายที่เข้าข่ายทำผิดการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนจึงต้องดำเนินคดี

      ซึ่งจากเรื่องราวที่เกิดขึ้นนั้นหากเป็นเรื่องจริงว่ามีคนเข้าไปบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนเพื่อนำมาสร้างโรงแรม หรือรีสอร์ตหรือแม้แต่ที่พักจริงก็สมควรที่จะต้องรื้อถอนสิ่งก่อสร้างเหล่านั้นออกไปและดำเนินคดีตามกฎหมาย เพราะป่าสงวนไม่ควรที่จะมีใครเข้าไปหาผลประโยชน์ และในกรณีเรื่องของการตัดไฟเฉพาะคนที่แอบลักลอบใช้ไฟของทางราชการนั้นก็สมควรที่จะต้องถูกตัดแล้วเพราะการแอบใช้ไฟคือคุณ ไม่ต้องเสียเงินจ่ายค่าไฟ ในขณะที่คนอื่นอื่นต้องเสียเงิน

ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สมควรทำอย่างยิ่ง คุณควรไปขอติดตั้งไฟใช้เหมือนกันคนอื่นอื่นทั่วไป และต้องจ่ายค่าไฟเหมือนกับคนอื่นอื่น ดังนั้นก่อนที่จะมีการรวมตัวกันประท้วงด้วยเรื่องอะไรก็แล้วแต่ ควรดูว่าสิ่งที่ตัวเองประท้วงนั้น เป็นสิ่งที่ถูกต้องสมควรจะออกมาเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐช่วยเหลือหรือไม่ หรือว่าเป็นการทำผิดแล้วจะมาขอเรียกร้องให้ช่วยในเรืองอะไร

หากต้องการให้รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือ ควรมีการทำสิ่งที่ถูกต้องก่อนและสำหรับโรงแรม รีสอร์ตต่างๆที่แอบเข้ามาก่อสร้างในพื้นที่ป่าสงวน ควรรีบรื้อถอนสิ่งก่อสร้างเหล่านั้นออกไปโดยเร็วที่สุด ข่าวการบุกรุกที่ป่าสงวนไม่ได้มีเพียงแค่ดอยม่อนแจ่มเท่านั้น

แต่เกือบทุกพื้นที่ที่มีพื้นที่ป่าสงวนหรือพื้นที่อุทยานแห่งชาติ มักจะมีกลุ่มนายทุนและชาวบ้านในพื้นที่บุกรุกที่เหล่านี้เพื่อไปทำที่ดินทำกิน และหากเรายอมปล่อยเอาไว้เรื่อยเรื่อยกลุ่มคนเหล่านี้ก็จะมีการบุกรุกเข้าไปลึกขึ้นเรื่อยๆดังนั้นจึงรีบควรจัดการตามกฎหมายให้เร็วที่สุด

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ซื้อหวยฮานอยออนไลน์

ข่าวผัวแทงเมียตาย เพราะทวงเงินห้าแสนบาท

  มีเหตุการณ์หนึ่งที่น่าตกใจอย่างมาก ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นทีบ่อตกกุ้ง ในจังหวัดชลบุรี โดยมีคนไปแจ้งความกับตำรวจว่าที่บ่อตกกุ้งแห่งนี้มีคนเสียชีวิต 2 คน และคนที่ก่อเหตุคือ นายสิงห์ หายไปจากจุดเกิดเหตุแล้ว โดยผู้ตายทั้งสองคนนั้นคนหนึ่งเป็นเมียของนายสิงห์ ส่วนอีกคนคือพี่สาวเมียของนายสิงห์ พบว่าเสียชีวิตจากการถูกแทงหลายแผลบริเวณลำตัวของทั้งคู่

โดยทั้งสองศพเสียชีวิตอยู่ในห้องนอน ซึ่งจากที่เจ้าตำรวจสันนิฐานคนร้ายน่าจะไม่พอใจพี่สาวของภรรยาตัวเองมากเพราะมีการแทงพี่สาวของภรรยามากถึง 10 แผลด้วยกันและในตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังตามหาตัวคนร้ายที่ก่อเหตุไม่พบ ไม่รู้ว่าไปกบดานอยู่ที่ไหน  จากการที่นักข่าวได้ลงพื้นที่ ได้รับคำบอกเล่าจากพนักงานร้านหมูกระทะที่อยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุว่า สามีภรรยาคู่นี้ นั่นก็คือนายสิงห์กับคนตาย ช่วงหลังหลังมานี้มักจะมีปากเสียงทะเลาะกันบ่อยมาก และนายสิงห์ยังได้ทะเลาะกับพี่สาวของเมียตัวเองอีกด้วย ซึ่งจากข้อมูลที่ได้มาพบว่า บ่อตกกุ้งแห่งนี้เป็นเงินที่ทางพี่สาวเมียของนายสิงห์ได้ให้นายสิงห์ยืมเงิน

มาเปิดกิจการบ่อตกกุ้ง โดยให้เงินมาประมาณ ห้าแสนบาท ซึ่งหลังจากเปิดกิจการบ่อตกกุ้งมา ธุรกิจไม่ดี รวมถึงนายสิงห์ยังได้ยืมเงินพี่สาวของภรรยาไปลงทุนทำอย่างอื่นอีกด้วย แต่สุดท้ายธุรกิจที่ลงทุนไปขาดทุนทั้งหมด  ซึ่งนี่เองอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้นายสิงห์ก่อเหตุฆ่าพี่เมียและเมียของตัวเองเสียชีวิต เพราะอาจจะถูกทางพี่เมียต่อว่าเกี่ยวกับการนำเงินมาลงทุนแล้วขาดทุน

รวมถึงอาจจะทวงทางพี่สาวของเมียทำการทวงเงินทียืมไปแล้วนายสิงห์ไม่มีคืนให้จนเกิดการทะเลาะกันและจึงเป็นสาเหตุของการฆ่ากันตายในครั้งนี้  และเพื่อนอยากได้เล่าให้นักข่าวฟังอีกว่า โดยปกติแล้วผู้ตายคนที่เป็นพี่สาวภรรยา มักจะมีการต่อว่าคนร้ายอยู่เป็นประจำ เพราะคนร้ายเป็นคนขี้เกียจไม่ชอบทำงาน และที่สำคัญคนร้ายเป็นคนนิสัยอารมณ์เสียง่าย

หัวร้อนและมีอารุมรุนแรง  จึงคิดว่าคนร้ายน่าจะทนคำด่าของพี่สาวเมียไม่ไหว จึงทำให้หมดความอดทนและนายสิงห์จึงได้ลงมือก่อเหตุ   เหตุการณ์ฆ่ากันตายในครั้งนี้กว่าจะมีคนมาพบศพก็ผ่านไป 2 วันแล้ว ซึ่งตอนนี้ทางลูกสาวของคนร้ายก็กลัวว่าพ่อจะคิดสั้นเพราะทีจริงแล้วพ่อรักแม่ที่ตายมาก แต่อาจจะเกิดความคับแค้นใจจึงได้ลงมือก่อเหตุในครั้งนี้ 

 

สนับสนุนโดย  หวยออนไลน์ขั้นต่ำ 1 บาท

เมื่อนักศึกษาออกมาแฉโรงเรียนส่งไปฝึกที่ค่ายทหารแต่กลับต้องไปเจอกิจกรรมที่ไม่สร้างสันต์

          มีรายงานมาจากเพจ กลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไทย  ออกมาแฉเรื่องราวของกิจกรรมการออกค่ายคุณธรรมของนักศึกษามหาวิทยาลัยอาชีวะแห่งหนึ่งในจังหวัดพัทลุง ซึ่งมีการจัดกิจกรรมร่วมกันระหว่างวิทยาลับกับค่ายทหารส่งเด็กอาชีวะเข้าไปอบรม ให้เป็นเป็นที่มีคุณธรรม และจริยะธรรม โดยมีการเข้ารับการอบรมกันระหว่างวันที่ 5 เดือนมีนาคม ถึงวันที่ 7 มีนาคม ปี พ.ศ. 2563 

โดยทางเพจได้ออกมาแฉถึงกิจกรรมเข้าค่ายในครั้งนี้ว่า เริ่มแรกทางวิทยาลัยจะบังคับเก็บเงินนักศึกษาทุกเข้าที่ต้องมาเข้าค่าย โดยคิดเงินคนละหกร้อยห้าสิบบาท  และยังบอกให้ทุกคนต้องโกนหัวมาก่อนเข้ามาอยู่ในค่ายทหาร และหากใครฝ่าฝืนไม่ยอมโกนหัวมา ครูก็จะเป็นคนที่โกนผมให้กับนักศึกษาเอง โดยนักศึกษาหลายคนได้ออกมาบ่นว่า การอบรมครั้งนี้เหมือนกับตัวเองต้องไปเป็นทหารกันเลยทีเดียว และเมื่อเข้าไปทำกิจกรรมในค่ายทหารแล้ว หากผมว่าใครไม่ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรม

ทางค่ายทหารก็จะไม่ให้ผ่านและจะต้องมีการซ่อมกิจกรรมจนกว่าจะผ่านอีกด้วย  ซึ่งนักศึกษาหลายคนออกมาให้ข้อมูลว่า กิจกรรมภายในค่ายทหารนั้นไม่สร้างสันต์หลายอย่าง โดยเฉพาะกิจกรรมที่บังคับให้นักศึกษาไปนั่งอยู่ด้านหน้าของท่อไอเสียรถยนต์ แล้วหลังจากนั้น ทหารก็จะทำการเร่งเครื่องยนต์ให้ควันออกมา แล้วให้นักศึกษานั่งดมควันเสียของรถยนต์ที่ออกมาจากท่อ โดยต้องนั่งดมแบบนี้กันทุกคน ซึ่งจะต้องนั่งดมทีละคนจนกว่าจะครบหมดทุกคน  และเมื่อทางเพจมีการส่งรายละเอียด และมีรูปภาพการจัดทำกิจแบบนี้ออกมาให้ชาวโซเชียลได้ดู หลายคนมีการตั้งคำถามกลับไปถึงทางวิทยาลัยและทางค่ายทหารว่า

กิจกรรมแบบนี้จะช่วยให้เด็กมีคุณธรรมได้อย่างไร  และการที่ทางวิทยาลัยและค่ายทหารทำแบบนี้ ทำไปเพื่ออะไร และเด็กนักศึกษาได้อะไรจากการดมควันจากท่อรถยนต์ ซึ่งหลายคนมองว่ากิจกรรมแบบนี้ทางวิทยาลัยสมควรที่จะต้องห้ามและไม่ควรให้มีการทำแบบนี้เกิดขึ้นแต่กลับปล่อยปละละเลยจนเด็กทุกคนที่ไปทำกิจกรรมได้ดมควันดำเข้าไปจนเต็มปอด หากเกิดอันตรายขึ้นกับเด็กใครจะรับผิดชอบ เพราะอย่างที่เราทราบกันดีอยู่แล้วว่าควันดำจากท่อไอเสียจะเป็นมลพิษที่มีผลไปยังปอด

ซึ่งตอนนี้กำลังมีการรณรงค์ในการใส่หน้ากากอนามัยเพื่อไม่ได้ร่างกายสูดดมสารพิษเข้าไปแล้วทำไมทางโรงเรียนและค่ายทหารจึงจัดกิจกรรมแบบนี้ออกมา นี่หรือคือระบบการศึกษาของไทย โรงเรียนจะต้องออมารับผิดชอบกับเรื่องดังกล่าว

 

 

สนับสนุนโดย  Alpha88 เครดิตฟรี

เด็กหญิง 2 คนเสียชีวิตในรถเก่า คาดหนีมาเล่นแล้วออกไม่ได้

         ที่จังหวัดสุพรรณบุรีเจ้าหน้าที่ตำรวจ  สภ. อู่ทองได้รับแจ้งเหตุจากชาวบ้านว่าพบศพเด็กหญิงเสียชีวิตจำนวน 2 คนภายในแท็กซี่เก่าคันหนึ่งซึ่งจอดทิ้งเอาไว้ใต้ต้นไม้อยู่บริเวณด้านหลังของหมู่บ้าน ซึ่งต่างจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึงก็พบชาวบ้านจำนวนมากกำลังยืนมุงที่เกิดเหตุอยู่และเมื่อไปถึงก็พบว่ามีศพเด็กเสียชีวิตอยู่ภายในรถแท็กซี่คันเก่า

ซึ่งมีสีน้ำเงินดูเด็กทั้งสองคนนั้นคนแรกอายุ 6 ขวบและคนที่ 2 อายุ 5 ขวบซึ่งเด็กทั้งสองคนนั้นเป็นญาติกันในที่เกิดเหตุยังพบแม่ของเด็กทั้งสองคนกำลังร้องไห้เสียใจจากการจากไปของเด็กทั้งสองคนอีกด้วยโดยแม่ของเด็กหญิงคนหนึ่งได้เล่าให้เจ้าหน้าที่ตำรวจฟังว่าตนเองนั้นมีอาชีพรับจ้างทั่วไปซึ่งโดยปกติแล้วมักจะพาลูกไปทำงานด้วยแต่วันนี้ลูกสาวขออยู่บ้าน

โดยบอกว่าจะเล่นอยู่กับเพื่อนๆที่บ้านเธอจะได้อนุญาตหลังจากที่กำลังทำงานอยู่นั้นญาติของเธอก็ได้โทรมาตามเธอโดยบอกว่าลูกสาวหายตัวออกไปจากบ้านเธอจึงได้หยุดงานแล้วออกตามหาลูกสาวพร้อมกับแจ้งทางผู้ใหญ่บ้านให้ช่วยประกาศตามหาลูกสาวเมื่อชาวบ้านคนอื่นรู้เรื่องต่างก็พากันช่วยออกตามหาจนในที่สุดก็มาเจอร่างของหนูน้อยทั้งสองคนนอนเสียชีวิตอยู่ภายในรถแท็กซี่

ซึ่งลักษณะของรถนั้นมีการปิดประตูเอาไว้จึงมีการคาดการณ์กันว่าเด็กสาวทั้งสองคนน่าจะแอบมาเล่นที่ท้ายหมู่บ้านและมาเล่นที่รถแท็กซี่คันดังกล่าวหลังจากนั้นปิดประตูรถแล้วไม่สามารถเปิดประตูรถออกได้เนื่องจากว่ารถมันเก่ามากแล้วและมีสนิมขึ้นทำให้เด็กทั้งสองคนนั้นอาจจะเกิดอากาศหายใจโดยจากการที่ทำกู้ภัยได้นำร่างของเด็กหญิงทั้งสองคนไปทำการตรวจที่โรงพยาบาลปรากฏว่าเด็กหญิงทั้งสองคนนั้นขาดอากาศหายใจซึ่งเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ชั่วโมงก่อนที่มีคนไปพบศพจึงทำให้คาดการณ์ได้ว่าเด็กๆนั้นน่าจะแอบไปเล่นในรถแล้วติดอยู่ในรถไม่มีคนมาช่วยจึงทำให้เสียชีวิตในเวลาต่อมา

ซึ่งโดยปกติแล้วชาวบ้านในบริเวณดังกล่าวมีการระบุว่าตรงท้ายหมู่บ้านนั้นออกไปค่อนข้างลึกและไกลจึงมักไม่ค่อยมีใครสัญจรไปทางเส้นทางนั้นซึ่งทำให้เด็กๆนั้นเวลาที่ติดอยู่ในรถจึงไม่มีใครสามารถช่วยเหลือได้ทันอย่างท่วงทีอย่างไรก็ตามพ่อแม่ของเด็กทั้งสองคนนั้นไม่ได้ติดใจเอาความเกี่ยวกับเรื่องสาเหตุของการเสียชีวิตของลูกเนื่องจากว่าไม่มีที่จะดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องของทางด้านกฎหมายจึงปล่อยให้เป็นเรื่องของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในการชันสูตรศพหลังจากนั้นก็จะนำศพของเด็กๆทั้งสองคนไปทำพิธีทางศาสนาต่อไป

 

สนับสนุนโดย  entaplay casino

บทเรียนราคาแพง กู้หนี้ กยศ.

บทเรียนราคาแพง กู้หนี้ กยศ. ติดหนี้เพียงแค่หมื่นเจ็ดพันบาท กลับถูกยึดบ้านราคาสองล้าน

       สำหรับใครที่เคยเป็นลูกหนี้ของ  กยศ. ซึ่งการเป็นหนี้ของ กยศ. จะเป็นการปล่อยเงินกู้ให้กับเหล่านักเรียนนักศึกษาที่ต้องการนำเงินดังกล่าวนั้นไปทำการศึกษาต่อในระดับชั้นชาตรีหรือในระดับชั้นอาชีวศึกษาซึ่งการกู้ของนักเรียนนักศึกษานั้นสามารถทำได้โดยจะต้องมีการเซ็นค้ำประกันซึ่งคนที่เซ็นค้ำประกันนั้นจะเป็นพ่อแม่พี่น้องหรือเครือญาติ

หรือคนที่เรารู้จักก็ได้โดยในปัจจุบันนี้มีนักเรียนนักศึกษาที่ทำเรื่องขอกู้เงินกับทาง กยศ. เพื่อไปเป็นค่าเล่าเรียนนั้นเป็นจำนวนมากแต่ก็มีเป็นจำนวนมากเช่นเดียวกันที่เมื่อมีการกู้เงินและได้เงินไปร่ำเรียนหนังสือจนจบแล้วกลับไม่มีการนำเงินมาใช้หนี้คืนกับทาง กยศ. ซึ่งถึงแม้ว่าจะมีการประกาศออกไปติดตามเรื่องการทวงหนี้หลายครั้ง

แต่ส่วนใหญ่นั้นก็จะมีการเพิกเฉยหลังจากที่ไม่มีการใช้หนี้ทาง กยศ. ว่าจะมีการติดตามทวงหนี้จากคนที่ค้ำประกันซึ่งแน่นอนว่าถ้าหากคนค้ำประกันไม่มีการนำยอดหนี้มาชำระก็จะถูกดำเนินคดีตามหมายศาลเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่จะเล่าต่อไปนี้เกิดขึ้นกับหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งเธอนั้นอายุ 38 ปีเธอบอกว่าเมื่อประมาณ 20 กว่าปีที่แล้ว

เธอได้มีการกู้เงินกับทาง กยศ. มาจำนวนหนึ่งเพื่อที่จะทำการจ่ายเป็นค่าเล่าเรียนของเธอซึ่งในขณะนั้นเธอเรียนอยู่ในระดับอาชีวศึกษาอย่างไรก็ตามเมื่อเธอมีการเรียนจบและทำงานเธอก็มีการผ่อนใช้หนี้กับทาง กยศ. เรื่อยมาจนในช่วงหลังๆนั้นเธอมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของทางด้านการเงินและเธอต้องย้ายที่ทำงานไปอยู่ต่างจังหวัดเธอจึงไม่ได้ผ่อนจ่ายกับทาง กยศ. อีกเลย

ซึ่งแน่นอนว่ายอดเงินที่เธอมีการค้าคงเหลือกับทาง กยศ.  เป็นเงินเพียงแค่หนึ่งหมื่นเจ็ดพันบาทเท่านั้นเอง อย่างไรก็ตามเธอได้มีการออกมาร้องเรียนกับทางผู้จัดการขอให้ช่วยเธอประสานงานกับทางเจ้าหน้าที่ของสารเนื่องจากว่าจำนวนเงินที่เธอติดค้างนั้นค่อนข้างน้อยมากเมื่อเทียบกับการที่ทางศาลนั้นได้อนุมัติให้มีการยึดทรัพย์สินของเธอไป

ซึ่งทรัพย์สินของดังกล่าวนั้นไม่ใช่ของเธอโดยตรงแต่เป็นพ่อของเธอโดยเธอระบุว่าตอนที่เธอยื่นเรื่องขอกู้เงินเธอไม่ได้ให้พ่อเธอเซ็นคำประกันแต่คนที่เซ็นค้ำประกันนั้นคือแม่ของเธอซึ่งแน่นอนว่าในขนาดนั้นพ่อกับแม่ของเธอนั้นสมรสกันในปัจจุบันนี้พ่อกับแม่เธอนั้นมีบ้านกันคนละหลังดังนั้นศาลอาญาอนุมัติหมายยึดบ้าน

ซึ่งเป็นบ้านของพ่อเธอแต่ไม่ได้ยินเป็นการยึดบ้านของแม่เธอซึ่งเป็นอีกหลังหนึ่งโดยสารนั้นเลือกที่จะยึดบ้านหลังที่มีราคาแพงที่สุดซึ่งมีแล้วค่าถึง 2 ล้านบาทในขณะที่เธอเป็นหนี้แค่เพียงหมื่นกว่าบาทเท่านั้นทำให้เธอรู้สึกไม่พอใจกับการจัดการของศาลในครั้งนี้เพราะเธอนั้นไม่ได้รับหมายศาลเกี่ยวกับเรื่องของการติดตามให้ไปชำระหนี้

แต่อย่างใดอยู่ๆเธอก็ได้รับหมายศาลว่าจะทำการยึดบ้านดังนั้นเธอมองว่าการจัดการแบบนี้ไม่ยุติธรรมกับประชาชนจึงอยากให้นักข่าวนั้นได้ทำข่าวเพื่อที่จะหาแนวทางในการแก้ไขปัญหานี้ต่อไปอย่างไรก็ตามเบื้องต้นทางหญิงสาวได้มีการเข้าไปร้องเรียนกับทางศูนย์ดำรงธรรมของจังหวัดให้มีการเข้ามาช่วยเหลือในครั้งนี้เบื้องต้นแล้ว

 

สนับสนุนโดย  letou