Category ข่าวที่น่าสนใจ

เปิดปม คดียิงกันในศาลจังหวัดจันทบุรี

เมื่อในปี พุทธศักราช2550 นายบุญช่วย เจริญสถาพร ซึ่งเป็นน้องชายของพระกิตติวุฑโฒภิกขุ ได้ไปแจ้งสวมรอยว่าตนเป็นเจ้าของที่ดินดังที่กล่าวมาข้างต้น แล้วก็ได้กระทำฟ้องศาลกับทางผู้สืบสกุลของนายสมพล ว่าตนได้ซื้อที่ดินมาแล้ว แต่ว่าทางนั้นไม่ยินยอมโอนชื่อที่ดินให้ตัวเอง

โดยสำหรับในการฟ้องศาลในขณะนั้น นายเรวัติ ซึ่งเป็นลูกชายคนโตของนายสมพล ได้ป่วยมีปัญหาด้านสุขภาพ เลยมิได้มีการต่อสู้คดี และก็ได้มีการทำหนังสือเซ็นสัญญายินยอม ที่กล่าวว่า สามารถให้นายบุญช่วยสามารถเข้าไปทำประโยชน์ในที่ดินดังที่กล่าวผ่านมาแล้วได้ และก็ในต่อมาตัวนายบุญช่วยเองก็ได้เดินทางไปติดต่อกับข้าราชการทางกรมที่ดินเพื่อที่จะขอโอนชื่อผู้ครอบครองที่ดิน

แต่ว่าทางข้าราชการกรมที่ดินไม่สามารถที่จะทำให้ได้ เนื่องจากว่าด้วยเหตุว่านายเรวัติ ที่เป็นลูกชายคนโตของนายสมพล(ที่เป็นเจ้าของที่ดั้งเดิม)ไม่ใช้ผู้จัดการมรดก และก็การโอนที่ดินนั้น จำเป็นต้องได้รับการยอมจำนนจากผู้สืบสกุลทั้งสิ้นของนายสมพล ซึ่งมีจำนวน 6 คน

ปี พุทธศักราช2554 ได้มีการพิจารณาเกี่ยวกับเอกสารที่นายบุญช่วยเคยไปยื่นต่อศาล ว่าเป็นการแถลงเท็จต่อศาล โดยมีการอ้างถึงว่า นายสมพลมีผู้สืบสกุลทั้งสิ้น 3 คน แต่ว่าอันที่จริงแล้ว นายสมพลมีผู้สืบสกุล 6 คน โดยผู้สืบสกุลทั้งยัง 6 คนนั้น มาจากเมียทั้ง 2 คน ของนายสมพล เมื่อเป็นแบบนั้น นายบุญช่วยก็เลยขอถอนคำสัญญาต่อศาล นงสาวเขมจิรา ที่เป็นหลานของนายสมพลได้ทำการฟ้องร้องคดีและก็ต่อสู้คดีมาแทนคุณแม่ของตัวเองรวมทั้งได้เอาผัวเป็น พลตำรวจตรีธารรินทร์ มาช่วยในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการฟ้องร้องคดี

โดยในรูปความที่เกิดขึ้น ได้มีการต่อสู้คดีกันมานานจนกระทั่งถึงที่สุดในชั้นศาลฎีกาแล้ว รวมทั้งทางศาลฎีกาได้มีคำตัดสินให้ที่ดินดังที่กล่าวผ่านมาแล้วได้เป็นของนายบุญช่วย โดยที่บอกเหตุผลที่ว่า เพราะผู้ฟ้องร้องคดีไม่ใช่ผู้เสียหายและไม่มีสิทธิ์สำหรับในการยื่นฟ้องร้องด้วย และก็ต่อมานายบุญช่วย ก็ได้ฟ้องกลับ นางสาวเขมจิรา

แล้วก็ พลตำรวจตรีธารินทร์ ในฐานะจำเลย อีกทั้งทางแพ่งแล้วก็ทางอาญา ฐานฟ้องเท็จอีกด้วย โดยทางศาลจังหวัดจันทบุรี ได้กระทำนัดหมายฟังคำตัดสินในวันที่ 18 เดือนธันวาคม พุทธศักราช2562 แต่ว่าดันมาเกิดเหตุการณ์ที่เศร้าใจซะก่อน คดีนี้มีชื่อเสียงและโด่งดังไปทั่ว เป็นที่ทราบกันดีว่าชาวไทยของเรานั้นก็ได้ติดตามข่าวนี้มาตลอด เพราะทราบดีอยู่แล้วว่าเหตุการณ์ไม่ชอบมาพากล

 

สนับสนุนโดย  entaplay mobile

จับเสี่ยโรงงานปุ๋ยฆ่าเซลล์สาว

           ก่อนหน้านี้มีอีกหนึ่งข่าวที่โด่งดังมากก็คือ มีการพบรถเก๋งจมน้ำในคลองที่จังหวัดสระบุรี และพบว่าภายในรถพบศพหญิงสาวคนหนึ่งนอนตายอยู่ในรถ ซึ่งมีการสงสัยว่าเป็นการฆาตกรรม โดยมีหลักฐานบัตรประชนชนตกอยู่ในรถ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบชื่อว่าผู้เสียชีวิตเป็นใคร และเมื่อมีการติดต่อกับทางบ้านของผู้เสียชีวิตก็พบว่าทางบ้านมีการแจ้งคนหายไว้เมื่อ 3 ปีที่แล้ว

และจากการสอบสวน ทางบ้านของผู้เสียชีวิตต่างก็สงสัยเสี่ยเจ้าของโรงงานปุ๋ยที่ลูกสาวทำงานเป็นเซลล์ขายปุ๋ยอยู่เพราะว่าทั้งสองคนแอบคบหากันอยู่ ซึ่งก่อนที่ลูกสาวจะหายตัวไปทางเสี่ยเจ้าของโรงงานปุ๋ยมักจะตามหึงหวง แต่พอลูกสาวหายตัวไปเสี่ยกลับไม่สนใจตามหา ทำให้ทางบ้านเกิดความสงสัย ในที่สุดทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถจับตัวคนร้ายมาลงโทษได้ ถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านไปถึง 3 ปีหลักฐานที่รถอาจหายหมดแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็เก่งมาก สามารถหาหลักฐานและจับกุมเสี่ยโรงงานปุ๋ยมาลงโทษในฐานะฆาตกร  วันนี้เราจะมาเรียงลำดับเหตุการณ์กันอีกครั้ง

  • เหตุการณ์เริ่มจากมีชาวบ้านคนหนึ่งไปสูบน้ำที่คลองชัยนาท – ป่าสัก ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่สระบุรี เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2562 แต่เนื่องจากน้ำในคลองเหลือน้อยทำให้เมื่อสูบน้ำขึ้นมาจึงพบซากรถเก๋งหัวทิ่มอยู่ในคลอง และชายคนดังกล่าวจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบและยกรถเก๋งขึ้นมาจากคลอง
  • เมื่อนำรถขึ้นมาจากคลองแล้ว พบว่ามีศพติดขึ้นมาด้วย ซึ่งสภาพศพเหลือแต่โครงกระดูกและมีผ้าปูที่นอนมัดศพเอาไว้ นอกจากนี้ภายในรถยังมีเอกสารสำคัญที่ทำให้รู้ว่าศพดังกล่าวเป็นใครและทำอาชีพอะไร ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ประสานงานไปยังบ้านพ่อแม่ของศพ จึงทำให้รู้ว่าทางบ้านออกตามหาตัวลูกสาวนานแล้วแต่ไม่พบ มีการแจ้งความคนหายเอาไว้ด้วย ทางเจ้าหน้าที่จึงขอตรวจดีเอ็นเอ คนที่บ้านกับศพ พบว่าตรงกันจึ่งมั่นใจได้ว่าเป็นคนที่ถูกแจ้งความหายสาบสูญไว้ 
  • และหลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็พยายามหาหลักฐานการฆาตกรรมและได้รับความร่วมมือในการให้ข้อมูลจากทางญาติ พ่อ แม่ และเพื่อนของผู้ตายมากมาย ซึ่งทุกคนพูดเป็นไปในทางเดียวกันว่าเสี่ยโรงงานปุ๋ยน่าจะเป็นคนฆ่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้หาหลักฐานจนเชื่อได้ว่าเสี่ยเจ้าของโงงานปุ๋ยเป็นคนฆ่าจริง และมีคนร่วมช่วยกันฆ่าหลายคน จึงได้ออกหมายจับเสี่ยและลูกน้อง แต่ทั้งเสี่ยและลูกน้องยังคงให้การปฏิเสธ ขณะนี้ทั้งเสี่ยและลูกน้องถูกจับแล้วและตำรวจไม่ให้ประกันตัว เพราะกลัวไปทำลายหลักฐาน

 

 

สนับสนุนโดย  entaplay line

จับโป๊ะ“เรนนี่”หมาวัดโผล่ไม่ใช่เจ้ากลับชาติ

ผู้หญิงคนนี้ชื่อว่าเรนนี่ บางคนเรียกว่าเป็นอาจารย์ ไม่ใช่ครูบาอาจารย์อย่างที่หลายๆคนคิดนะคะ สำหรับคนที่เชื่อเรื่องผีอาจจะมองว่าเธอให้ความรู้ก็เป็นได้เช่นกัน แต่ถามว่าทำไมตอนนี้มีประเด็นดราม่าออกมา เรื่องนี้เกิดจากคุณแหม่มโพธิ์ดำได้ออกมา การใช้คำว่าเปิด War เพราะก่อนหน้านี้คุณแหม่มได้ช่วยเหลือในกรณีที่เป็นเหตุการเกี่ยวกับเรื่องของเจลแอลกอฮอล์ หน้ากากอนามัย

ซึ่งหลายคนคาดว่าน่าจะจำได้ จนล่าสุดได้กลับมาพูดเกี่ยวกับเรื่องของ อาจารย์เรนนี่หรือนางสาว เรนนี่ช่องส่องผี ถามว่าทำไมถึงเป็นกระแสที่โด่งดังเหลือเกินภายในข้ามวัน นั่นก็เพราะว่ามีการได้ไปจับโป๊ะของนางสาวเรนนี่ ซึ่งอาจสงสัยว่านางสาวเลยนี่นั้นเป็นใคร โดยนางสาวเลนนี่เขาพยายามจะบอกว่าชีวิตของเขานี่ ได้มี Six Sense ถึงขนาด ที่ว่าตัวเองเคยตาย

และก็ได้ฝืนกลับขึ้นมาได้ ส่วนที่ได้มีการฮือฮามากที่สุดนั่นก็คือ ได้ไปพบว่าตัวเธอได้มีการเปิดรับบริจาค โดยการเปิดบริจาคนี้มันเข้าไปที่คุณบ๊วย โดยเรื่องนี้เขาพร้อมที่จะแถลงข่าวแต่จุดประสงค์นั้น ก็คือดีและทำบุญ แต่ในขณะที่เรื่องนี้เปิดเผยขึ้นก็ได้รู้จักกับคุณเรนนี่ซึ่งคุณและนี่นั้นได้มีการเปิดเผยถึงว่าตัวเองได้มีการตายไปแล้ว 49 วัน โดยที่ยังไม่ได้เผาและที่สำคัญเจ้าตัวได้ฟื้นคืนขึ้นมา โดยประเด็นนี้ขี้มันมีประเด็นขึ้นมาหรือดังขึ้นมานั้นก็คือมีเพจของแหม่มโพธิ์ดำได้ตั้งหัวข้อหรือประเด็นขึ้นมาจากการสงสัยนั่นก็คือ

-พิธีกรหญิงอ้างว่าตัวเองติดต่อกับผีหรือวิญญาณได้

-พิธีกรหญิงคนนี้ทำเหรียญผี เพื่อเป็นการดูบูชา เมดูซ่า ซึ่งคือได้ว่าเป็นผีหรือปีศาจ แต่ดันอ้างตัวว่าเป็นพุทธศาสนิกชน

-ปมเงินบริจาค บอกว่าช่วยเหลือวัดช่วยเหลือโรงพยาบาล แต่ดันเป็นการเข้าบัญชีของพิธีกร ซึ่งไม่ได้แสดงหลักฐานในการโอนเงิน และยังมีการออกใบอนุโมทนาบัตรเป็นชื่อของพิธีกร

-ปมสื่อความเท็จ โดยเจ้าหน้าที่ DSI ไปแจ้งความและนี่ เพราะเธอได้มีการไปกล่าวในรายการว่าพ่อตาย แล้วกลายเป็นเปรต ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ก็ได้แจ้งความและที่สำคัญ ใครก็ตามที่มีการ ทวงติงรายการเธอจะมีการฟ้อง ร้องดำเนินคดีทั้งหมด

-เธอได้อ้างว่าเธอมีญาณวิเศษในการฝึกจิต หลังที่ได้ประสบอุบัติเหตุคอหักตาย ไปตั้ง 49 วันแล้วฟื้น และยังไปท่องนรก สวรรค์ บาดาล และยังไปเจอยมบาลมาอีกด้วย

-ซึ่งนอกจากนี้ยังมีการพูดถึงในการแชร์เรื่องราวของเครื่องราง ที่ด้านหน้าเป็นหลวงปู่ทวดแต่ด้านหลังเป็นเมดูซ่า

-และยังมีเรื่องของเครื่องถ่ายติดผี โดยมีกรณีที่พูดกันคือคมมากซึ่งมันมีคลิปอยู่คลิปนึง ที่หมาได้เดินผ่านจอ และนี่ก็ได้พูดว่านี่คือเจ้าพระยา ที่ได้กลับชาติ มาเกิดโดยกลับมาเป็นหมาจร ตั้งหลายคนก็ออกมาตั้งคำถามว่ารู้ได้ขนาดนี้เลยหรอ

 

สนับสนุนโดย  entaplay

ดอยม่อนแจ่มไม่มีน้ำ-ไฟใช้หลังถูกตัดจนต้องส่งหนังสือร้องผู้ว่าฯ

ในขณะนี้ได้มีเจ้าของกิจการและกลุ่มชาวบ้านจำนวนมากได้มารวมตัวกันที่หน้าองค์การบริหารส่วนตำบลเพื่อทำการประท้วง สาเหตุก็มาจากที่ทางหน่วยงานราชการของรัฐบาลได้มีการออกกฎหมายให้จับกุมผู้กระทำความผิดกับกลุ่มคนที่บุกรุกที่ป่าสงวนซึ่งส่งผลให้ทั้งองค์โทรศัพท์และการไฟฟ้าได้เข้ามาทำการรื้อถอนเสาสัญญาณออกจากดอยม่อนแจ่มจึงเป็นสาเหตุให้ชาวบ้านและเจ้าของกิจการร้านค้าที่ตั้งอยู่ที่ดอยม่อนแจ่มได้รับความเดือนร้อน

เพราะไม่มีโทรศัพท์และไม่มีไฟฟ้าใช้เลย แต่ทางเจ้าหน้าที่ก็ได้ออกมาบอกว่า ทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้กระทำการรื้อถอนเสาไฟฟ้าเลย ทำเพียงแค่ตัดกระแสไฟของกลุ่มคนที่เข้ามาลักลอบแอบเข้ามาใช้ไฟของหลวงโดยที่ไม่ได้รับอนุญาตซึ่งมันเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย ส่วนเรื่องการเข้าจับกุมคนที่เข้ามาบุกที่ป่าสงวนนั้นเป็นการทำตามขั้นตอนของกฎหมายปกติซึ่งตรวจพบว่า มีเจ้าของกิจการประมาณ 27 รายที่เข้าข่ายทำผิดการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนจึงต้องดำเนินคดี

      ซึ่งจากเรื่องราวที่เกิดขึ้นนั้นหากเป็นเรื่องจริงว่ามีคนเข้าไปบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนเพื่อนำมาสร้างโรงแรม หรือรีสอร์ตหรือแม้แต่ที่พักจริงก็สมควรที่จะต้องรื้อถอนสิ่งก่อสร้างเหล่านั้นออกไปและดำเนินคดีตามกฎหมาย เพราะป่าสงวนไม่ควรที่จะมีใครเข้าไปหาผลประโยชน์ และในกรณีเรื่องของการตัดไฟเฉพาะคนที่แอบลักลอบใช้ไฟของทางราชการนั้นก็สมควรที่จะต้องถูกตัดแล้วเพราะการแอบใช้ไฟคือคุณ ไม่ต้องเสียเงินจ่ายค่าไฟ ในขณะที่คนอื่นอื่นต้องเสียเงิน

ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สมควรทำอย่างยิ่ง คุณควรไปขอติดตั้งไฟใช้เหมือนกันคนอื่นอื่นทั่วไป และต้องจ่ายค่าไฟเหมือนกับคนอื่นอื่น ดังนั้นก่อนที่จะมีการรวมตัวกันประท้วงด้วยเรื่องอะไรก็แล้วแต่ ควรดูว่าสิ่งที่ตัวเองประท้วงนั้น เป็นสิ่งที่ถูกต้องสมควรจะออกมาเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐช่วยเหลือหรือไม่ หรือว่าเป็นการทำผิดแล้วจะมาขอเรียกร้องให้ช่วยในเรืองอะไร

หากต้องการให้รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือ ควรมีการทำสิ่งที่ถูกต้องก่อนและสำหรับโรงแรม รีสอร์ตต่างๆที่แอบเข้ามาก่อสร้างในพื้นที่ป่าสงวน ควรรีบรื้อถอนสิ่งก่อสร้างเหล่านั้นออกไปโดยเร็วที่สุด ข่าวการบุกรุกที่ป่าสงวนไม่ได้มีเพียงแค่ดอยม่อนแจ่มเท่านั้น

แต่เกือบทุกพื้นที่ที่มีพื้นที่ป่าสงวนหรือพื้นที่อุทยานแห่งชาติ มักจะมีกลุ่มนายทุนและชาวบ้านในพื้นที่บุกรุกที่เหล่านี้เพื่อไปทำที่ดินทำกิน และหากเรายอมปล่อยเอาไว้เรื่อยเรื่อยกลุ่มคนเหล่านี้ก็จะมีการบุกรุกเข้าไปลึกขึ้นเรื่อยๆดังนั้นจึงรีบควรจัดการตามกฎหมายให้เร็วที่สุด

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ซื้อหวยฮานอยออนไลน์

ข่าวผัวแทงเมียตาย เพราะทวงเงินห้าแสนบาท

  มีเหตุการณ์หนึ่งที่น่าตกใจอย่างมาก ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นทีบ่อตกกุ้ง ในจังหวัดชลบุรี โดยมีคนไปแจ้งความกับตำรวจว่าที่บ่อตกกุ้งแห่งนี้มีคนเสียชีวิต 2 คน และคนที่ก่อเหตุคือ นายสิงห์ หายไปจากจุดเกิดเหตุแล้ว โดยผู้ตายทั้งสองคนนั้นคนหนึ่งเป็นเมียของนายสิงห์ ส่วนอีกคนคือพี่สาวเมียของนายสิงห์ พบว่าเสียชีวิตจากการถูกแทงหลายแผลบริเวณลำตัวของทั้งคู่

โดยทั้งสองศพเสียชีวิตอยู่ในห้องนอน ซึ่งจากที่เจ้าตำรวจสันนิฐานคนร้ายน่าจะไม่พอใจพี่สาวของภรรยาตัวเองมากเพราะมีการแทงพี่สาวของภรรยามากถึง 10 แผลด้วยกันและในตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังตามหาตัวคนร้ายที่ก่อเหตุไม่พบ ไม่รู้ว่าไปกบดานอยู่ที่ไหน  จากการที่นักข่าวได้ลงพื้นที่ ได้รับคำบอกเล่าจากพนักงานร้านหมูกระทะที่อยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุว่า สามีภรรยาคู่นี้ นั่นก็คือนายสิงห์กับคนตาย ช่วงหลังหลังมานี้มักจะมีปากเสียงทะเลาะกันบ่อยมาก และนายสิงห์ยังได้ทะเลาะกับพี่สาวของเมียตัวเองอีกด้วย ซึ่งจากข้อมูลที่ได้มาพบว่า บ่อตกกุ้งแห่งนี้เป็นเงินที่ทางพี่สาวเมียของนายสิงห์ได้ให้นายสิงห์ยืมเงิน

มาเปิดกิจการบ่อตกกุ้ง โดยให้เงินมาประมาณ ห้าแสนบาท ซึ่งหลังจากเปิดกิจการบ่อตกกุ้งมา ธุรกิจไม่ดี รวมถึงนายสิงห์ยังได้ยืมเงินพี่สาวของภรรยาไปลงทุนทำอย่างอื่นอีกด้วย แต่สุดท้ายธุรกิจที่ลงทุนไปขาดทุนทั้งหมด  ซึ่งนี่เองอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้นายสิงห์ก่อเหตุฆ่าพี่เมียและเมียของตัวเองเสียชีวิต เพราะอาจจะถูกทางพี่เมียต่อว่าเกี่ยวกับการนำเงินมาลงทุนแล้วขาดทุน

รวมถึงอาจจะทวงทางพี่สาวของเมียทำการทวงเงินทียืมไปแล้วนายสิงห์ไม่มีคืนให้จนเกิดการทะเลาะกันและจึงเป็นสาเหตุของการฆ่ากันตายในครั้งนี้  และเพื่อนอยากได้เล่าให้นักข่าวฟังอีกว่า โดยปกติแล้วผู้ตายคนที่เป็นพี่สาวภรรยา มักจะมีการต่อว่าคนร้ายอยู่เป็นประจำ เพราะคนร้ายเป็นคนขี้เกียจไม่ชอบทำงาน และที่สำคัญคนร้ายเป็นคนนิสัยอารมณ์เสียง่าย

หัวร้อนและมีอารุมรุนแรง  จึงคิดว่าคนร้ายน่าจะทนคำด่าของพี่สาวเมียไม่ไหว จึงทำให้หมดความอดทนและนายสิงห์จึงได้ลงมือก่อเหตุ   เหตุการณ์ฆ่ากันตายในครั้งนี้กว่าจะมีคนมาพบศพก็ผ่านไป 2 วันแล้ว ซึ่งตอนนี้ทางลูกสาวของคนร้ายก็กลัวว่าพ่อจะคิดสั้นเพราะทีจริงแล้วพ่อรักแม่ที่ตายมาก แต่อาจจะเกิดความคับแค้นใจจึงได้ลงมือก่อเหตุในครั้งนี้ 

 

สนับสนุนโดย  หวยออนไลน์ขั้นต่ำ 1 บาท

เมื่อนักศึกษาออกมาแฉโรงเรียนส่งไปฝึกที่ค่ายทหารแต่กลับต้องไปเจอกิจกรรมที่ไม่สร้างสันต์

          มีรายงานมาจากเพจ กลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไทย  ออกมาแฉเรื่องราวของกิจกรรมการออกค่ายคุณธรรมของนักศึกษามหาวิทยาลัยอาชีวะแห่งหนึ่งในจังหวัดพัทลุง ซึ่งมีการจัดกิจกรรมร่วมกันระหว่างวิทยาลับกับค่ายทหารส่งเด็กอาชีวะเข้าไปอบรม ให้เป็นเป็นที่มีคุณธรรม และจริยะธรรม โดยมีการเข้ารับการอบรมกันระหว่างวันที่ 5 เดือนมีนาคม ถึงวันที่ 7 มีนาคม ปี พ.ศ. 2563 

โดยทางเพจได้ออกมาแฉถึงกิจกรรมเข้าค่ายในครั้งนี้ว่า เริ่มแรกทางวิทยาลัยจะบังคับเก็บเงินนักศึกษาทุกเข้าที่ต้องมาเข้าค่าย โดยคิดเงินคนละหกร้อยห้าสิบบาท  และยังบอกให้ทุกคนต้องโกนหัวมาก่อนเข้ามาอยู่ในค่ายทหาร และหากใครฝ่าฝืนไม่ยอมโกนหัวมา ครูก็จะเป็นคนที่โกนผมให้กับนักศึกษาเอง โดยนักศึกษาหลายคนได้ออกมาบ่นว่า การอบรมครั้งนี้เหมือนกับตัวเองต้องไปเป็นทหารกันเลยทีเดียว และเมื่อเข้าไปทำกิจกรรมในค่ายทหารแล้ว หากผมว่าใครไม่ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรม

ทางค่ายทหารก็จะไม่ให้ผ่านและจะต้องมีการซ่อมกิจกรรมจนกว่าจะผ่านอีกด้วย  ซึ่งนักศึกษาหลายคนออกมาให้ข้อมูลว่า กิจกรรมภายในค่ายทหารนั้นไม่สร้างสันต์หลายอย่าง โดยเฉพาะกิจกรรมที่บังคับให้นักศึกษาไปนั่งอยู่ด้านหน้าของท่อไอเสียรถยนต์ แล้วหลังจากนั้น ทหารก็จะทำการเร่งเครื่องยนต์ให้ควันออกมา แล้วให้นักศึกษานั่งดมควันเสียของรถยนต์ที่ออกมาจากท่อ โดยต้องนั่งดมแบบนี้กันทุกคน ซึ่งจะต้องนั่งดมทีละคนจนกว่าจะครบหมดทุกคน  และเมื่อทางเพจมีการส่งรายละเอียด และมีรูปภาพการจัดทำกิจแบบนี้ออกมาให้ชาวโซเชียลได้ดู หลายคนมีการตั้งคำถามกลับไปถึงทางวิทยาลัยและทางค่ายทหารว่า

กิจกรรมแบบนี้จะช่วยให้เด็กมีคุณธรรมได้อย่างไร  และการที่ทางวิทยาลัยและค่ายทหารทำแบบนี้ ทำไปเพื่ออะไร และเด็กนักศึกษาได้อะไรจากการดมควันจากท่อรถยนต์ ซึ่งหลายคนมองว่ากิจกรรมแบบนี้ทางวิทยาลัยสมควรที่จะต้องห้ามและไม่ควรให้มีการทำแบบนี้เกิดขึ้นแต่กลับปล่อยปละละเลยจนเด็กทุกคนที่ไปทำกิจกรรมได้ดมควันดำเข้าไปจนเต็มปอด หากเกิดอันตรายขึ้นกับเด็กใครจะรับผิดชอบ เพราะอย่างที่เราทราบกันดีอยู่แล้วว่าควันดำจากท่อไอเสียจะเป็นมลพิษที่มีผลไปยังปอด

ซึ่งตอนนี้กำลังมีการรณรงค์ในการใส่หน้ากากอนามัยเพื่อไม่ได้ร่างกายสูดดมสารพิษเข้าไปแล้วทำไมทางโรงเรียนและค่ายทหารจึงจัดกิจกรรมแบบนี้ออกมา นี่หรือคือระบบการศึกษาของไทย โรงเรียนจะต้องออมารับผิดชอบกับเรื่องดังกล่าว

 

 

สนับสนุนโดย  Alpha88 เครดิตฟรี

เด็กหญิง 2 คนเสียชีวิตในรถเก่า คาดหนีมาเล่นแล้วออกไม่ได้

         ที่จังหวัดสุพรรณบุรีเจ้าหน้าที่ตำรวจ  สภ. อู่ทองได้รับแจ้งเหตุจากชาวบ้านว่าพบศพเด็กหญิงเสียชีวิตจำนวน 2 คนภายในแท็กซี่เก่าคันหนึ่งซึ่งจอดทิ้งเอาไว้ใต้ต้นไม้อยู่บริเวณด้านหลังของหมู่บ้าน ซึ่งต่างจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึงก็พบชาวบ้านจำนวนมากกำลังยืนมุงที่เกิดเหตุอยู่และเมื่อไปถึงก็พบว่ามีศพเด็กเสียชีวิตอยู่ภายในรถแท็กซี่คันเก่า

ซึ่งมีสีน้ำเงินดูเด็กทั้งสองคนนั้นคนแรกอายุ 6 ขวบและคนที่ 2 อายุ 5 ขวบซึ่งเด็กทั้งสองคนนั้นเป็นญาติกันในที่เกิดเหตุยังพบแม่ของเด็กทั้งสองคนกำลังร้องไห้เสียใจจากการจากไปของเด็กทั้งสองคนอีกด้วยโดยแม่ของเด็กหญิงคนหนึ่งได้เล่าให้เจ้าหน้าที่ตำรวจฟังว่าตนเองนั้นมีอาชีพรับจ้างทั่วไปซึ่งโดยปกติแล้วมักจะพาลูกไปทำงานด้วยแต่วันนี้ลูกสาวขออยู่บ้าน

โดยบอกว่าจะเล่นอยู่กับเพื่อนๆที่บ้านเธอจะได้อนุญาตหลังจากที่กำลังทำงานอยู่นั้นญาติของเธอก็ได้โทรมาตามเธอโดยบอกว่าลูกสาวหายตัวออกไปจากบ้านเธอจึงได้หยุดงานแล้วออกตามหาลูกสาวพร้อมกับแจ้งทางผู้ใหญ่บ้านให้ช่วยประกาศตามหาลูกสาวเมื่อชาวบ้านคนอื่นรู้เรื่องต่างก็พากันช่วยออกตามหาจนในที่สุดก็มาเจอร่างของหนูน้อยทั้งสองคนนอนเสียชีวิตอยู่ภายในรถแท็กซี่

ซึ่งลักษณะของรถนั้นมีการปิดประตูเอาไว้จึงมีการคาดการณ์กันว่าเด็กสาวทั้งสองคนน่าจะแอบมาเล่นที่ท้ายหมู่บ้านและมาเล่นที่รถแท็กซี่คันดังกล่าวหลังจากนั้นปิดประตูรถแล้วไม่สามารถเปิดประตูรถออกได้เนื่องจากว่ารถมันเก่ามากแล้วและมีสนิมขึ้นทำให้เด็กทั้งสองคนนั้นอาจจะเกิดอากาศหายใจโดยจากการที่ทำกู้ภัยได้นำร่างของเด็กหญิงทั้งสองคนไปทำการตรวจที่โรงพยาบาลปรากฏว่าเด็กหญิงทั้งสองคนนั้นขาดอากาศหายใจซึ่งเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ชั่วโมงก่อนที่มีคนไปพบศพจึงทำให้คาดการณ์ได้ว่าเด็กๆนั้นน่าจะแอบไปเล่นในรถแล้วติดอยู่ในรถไม่มีคนมาช่วยจึงทำให้เสียชีวิตในเวลาต่อมา

ซึ่งโดยปกติแล้วชาวบ้านในบริเวณดังกล่าวมีการระบุว่าตรงท้ายหมู่บ้านนั้นออกไปค่อนข้างลึกและไกลจึงมักไม่ค่อยมีใครสัญจรไปทางเส้นทางนั้นซึ่งทำให้เด็กๆนั้นเวลาที่ติดอยู่ในรถจึงไม่มีใครสามารถช่วยเหลือได้ทันอย่างท่วงทีอย่างไรก็ตามพ่อแม่ของเด็กทั้งสองคนนั้นไม่ได้ติดใจเอาความเกี่ยวกับเรื่องสาเหตุของการเสียชีวิตของลูกเนื่องจากว่าไม่มีที่จะดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องของทางด้านกฎหมายจึงปล่อยให้เป็นเรื่องของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในการชันสูตรศพหลังจากนั้นก็จะนำศพของเด็กๆทั้งสองคนไปทำพิธีทางศาสนาต่อไป

 

สนับสนุนโดย  entaplay casino

บทเรียนราคาแพง กู้หนี้ กยศ.

บทเรียนราคาแพง กู้หนี้ กยศ. ติดหนี้เพียงแค่หมื่นเจ็ดพันบาท กลับถูกยึดบ้านราคาสองล้าน

       สำหรับใครที่เคยเป็นลูกหนี้ของ  กยศ. ซึ่งการเป็นหนี้ของ กยศ. จะเป็นการปล่อยเงินกู้ให้กับเหล่านักเรียนนักศึกษาที่ต้องการนำเงินดังกล่าวนั้นไปทำการศึกษาต่อในระดับชั้นชาตรีหรือในระดับชั้นอาชีวศึกษาซึ่งการกู้ของนักเรียนนักศึกษานั้นสามารถทำได้โดยจะต้องมีการเซ็นค้ำประกันซึ่งคนที่เซ็นค้ำประกันนั้นจะเป็นพ่อแม่พี่น้องหรือเครือญาติ

หรือคนที่เรารู้จักก็ได้โดยในปัจจุบันนี้มีนักเรียนนักศึกษาที่ทำเรื่องขอกู้เงินกับทาง กยศ. เพื่อไปเป็นค่าเล่าเรียนนั้นเป็นจำนวนมากแต่ก็มีเป็นจำนวนมากเช่นเดียวกันที่เมื่อมีการกู้เงินและได้เงินไปร่ำเรียนหนังสือจนจบแล้วกลับไม่มีการนำเงินมาใช้หนี้คืนกับทาง กยศ. ซึ่งถึงแม้ว่าจะมีการประกาศออกไปติดตามเรื่องการทวงหนี้หลายครั้ง

แต่ส่วนใหญ่นั้นก็จะมีการเพิกเฉยหลังจากที่ไม่มีการใช้หนี้ทาง กยศ. ว่าจะมีการติดตามทวงหนี้จากคนที่ค้ำประกันซึ่งแน่นอนว่าถ้าหากคนค้ำประกันไม่มีการนำยอดหนี้มาชำระก็จะถูกดำเนินคดีตามหมายศาลเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่จะเล่าต่อไปนี้เกิดขึ้นกับหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งเธอนั้นอายุ 38 ปีเธอบอกว่าเมื่อประมาณ 20 กว่าปีที่แล้ว

เธอได้มีการกู้เงินกับทาง กยศ. มาจำนวนหนึ่งเพื่อที่จะทำการจ่ายเป็นค่าเล่าเรียนของเธอซึ่งในขณะนั้นเธอเรียนอยู่ในระดับอาชีวศึกษาอย่างไรก็ตามเมื่อเธอมีการเรียนจบและทำงานเธอก็มีการผ่อนใช้หนี้กับทาง กยศ. เรื่อยมาจนในช่วงหลังๆนั้นเธอมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของทางด้านการเงินและเธอต้องย้ายที่ทำงานไปอยู่ต่างจังหวัดเธอจึงไม่ได้ผ่อนจ่ายกับทาง กยศ. อีกเลย

ซึ่งแน่นอนว่ายอดเงินที่เธอมีการค้าคงเหลือกับทาง กยศ.  เป็นเงินเพียงแค่หนึ่งหมื่นเจ็ดพันบาทเท่านั้นเอง อย่างไรก็ตามเธอได้มีการออกมาร้องเรียนกับทางผู้จัดการขอให้ช่วยเธอประสานงานกับทางเจ้าหน้าที่ของสารเนื่องจากว่าจำนวนเงินที่เธอติดค้างนั้นค่อนข้างน้อยมากเมื่อเทียบกับการที่ทางศาลนั้นได้อนุมัติให้มีการยึดทรัพย์สินของเธอไป

ซึ่งทรัพย์สินของดังกล่าวนั้นไม่ใช่ของเธอโดยตรงแต่เป็นพ่อของเธอโดยเธอระบุว่าตอนที่เธอยื่นเรื่องขอกู้เงินเธอไม่ได้ให้พ่อเธอเซ็นคำประกันแต่คนที่เซ็นค้ำประกันนั้นคือแม่ของเธอซึ่งแน่นอนว่าในขนาดนั้นพ่อกับแม่ของเธอนั้นสมรสกันในปัจจุบันนี้พ่อกับแม่เธอนั้นมีบ้านกันคนละหลังดังนั้นศาลอาญาอนุมัติหมายยึดบ้าน

ซึ่งเป็นบ้านของพ่อเธอแต่ไม่ได้ยินเป็นการยึดบ้านของแม่เธอซึ่งเป็นอีกหลังหนึ่งโดยสารนั้นเลือกที่จะยึดบ้านหลังที่มีราคาแพงที่สุดซึ่งมีแล้วค่าถึง 2 ล้านบาทในขณะที่เธอเป็นหนี้แค่เพียงหมื่นกว่าบาทเท่านั้นทำให้เธอรู้สึกไม่พอใจกับการจัดการของศาลในครั้งนี้เพราะเธอนั้นไม่ได้รับหมายศาลเกี่ยวกับเรื่องของการติดตามให้ไปชำระหนี้

แต่อย่างใดอยู่ๆเธอก็ได้รับหมายศาลว่าจะทำการยึดบ้านดังนั้นเธอมองว่าการจัดการแบบนี้ไม่ยุติธรรมกับประชาชนจึงอยากให้นักข่าวนั้นได้ทำข่าวเพื่อที่จะหาแนวทางในการแก้ไขปัญหานี้ต่อไปอย่างไรก็ตามเบื้องต้นทางหญิงสาวได้มีการเข้าไปร้องเรียนกับทางศูนย์ดำรงธรรมของจังหวัดให้มีการเข้ามาช่วยเหลือในครั้งนี้เบื้องต้นแล้ว

 

สนับสนุนโดย  letou

แม่ค้าหัวร้อนไล่ลูกค้าออกจากร้านเพียงเพราะลูกค้าถามว่าน้ำสลัดมีเห็ดไหม

               ที่จังหวัดเชียงใหม่กำลังมีการแชร์ Facebook กันจนเป็นข่าวครึกโครมเนื่องจากว่าหลายคนรับไม่ได้กับพฤติกรรมของแม่ค้ารายหนึ่งที่ขับไล่ลูกค้าออกนอกร้านเพียงแค่ลูกค้าถามว่าในน้ำสลัดนั้นมีส่วนผสมของเห็ดหรือไม่สำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้เจ้าของ Facebook ที่นำเรื่องราวมาลงนั้นได้มีการระบุว่าเหตุเกิดที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ตั้งแต่เมื่อวันที่ 19 เดือนมิถุนายนปีพศ 2563

โดยหญิงสาวได้เล่าว่าเธอเป็นคนเชียงใหม่เลยบ้านของเธอนั้นอยู่แถวบริเวณขนส่งสายใหม่แต่เนื่องจากว่าเธอเคยไปรับประทานอาหารร้านนึงอยู่บ่อยๆรสชาติอาหารนั้นอร่อยมากซึ่งร้านดังกล่าวนั้นจะอยู่ไกลจากบ้านของเธอพอสมควรต้องขับรถไปและด้วยความที่ร้านอาหารนั้นตรงอาหารอร่อยถึงแม้ว่าแม่ค้าจะค่อนข้างหน้าตาไม่รับแขกก็ตามแต่เธออยากให้แม่ของเธอนั้นได้ทานอาหารอร่อยเธอจึงได้ชวนแม่ของเธอไปทานอาหารร้านดังกล่าว

ซึ่งเมื่อเดินทางไปถึงเธอก็ได้สั่งอาหารประมาณ 2-3 อย่างแต่แม่ค้าก็ออกมาบอกว่าอาหารที่เธอสั่งนั้นหมดแล้วทำให้เธอถามกลับไปว่ายังมีอะไรเหลือพอที่จะสามารถสั่งได้บ้างซึ่งแม่ค้าก็ทำสีหน้าไม่พอใจ และยังบอกอีกว่าสั่งได้หมดเดินน้ำเสียงของแม่ค้านั้นพูดด้วยน้ำเสียงและกิริยาท่าทางไม่พอใจแสดงออกด้วยใบหน้าที่บึ้งตึงแต่ถึงกระนั้นเธอก็เข้าใจดีว่าแม่ค้าเป็นคนบุคลิกนิสัยแบบนั้นเพราะมาทานที่นี่บ่อยจึงได้บอกให้แม่ของเธอนั้นใจเย็นๆอย่างไรก็ตามเธอได้สั่งสลัดให้กับแม่ของเธอทาน

โดยเธอนั้นได้มีการถามแม่ค้าเกี่ยวกับเรื่องของน้ำสลัดว่ามีส่วนผสมของเห็ดหรือไม่เนื่องจากแม่ของเธอนั้นเป็นคนแพ้เห็ดแต่แม่ค้ากับแสดงกิริยาไม่พอใจกรี๊ดออกมาดังๆแถมยังไล่เธอกับแม่ของเธอให้ออกนอกร้านโดยบอกว่าไม่ให้กลับมากินอาหารที่ร้านนี้อีกและถ้าไม่พอใจก็ให้ถ่ายคลิปวีดีโอนำไปเผยแพร่ได้เลยเจ้าของร้านบอกว่าเธอไม่ สนใจซึ่งในคลิปวีดีโอที่เธอถ่ายมาแชร์อยู่นั้น

จะเป็นคำพูดที่ค่อนข้างไม่สุภาพเลยเธอบอกว่าก่อนหน้าที่จะถ่ายวีดีโอนี้แม่ค้าแสดงกิริยาและคำพูดที่แย่กว่านี้อีกเนื่องจากว่าเธอนั้นตกใจกับพฤติกรรมของแม่ค้าที่อยู่ๆก็ขึ้นมาทำให้เธอไม่ได้ถ่ายตั้งแต่ต้นแต่อย่างไรก็ตามหลังจากที่มีการแชร์ข้อความนี้ออกไปก็ทำให้มีคนพูดถึงร้านนี้กันมากโดยมองว่าแม่ค้านั้นทำพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมกับลูกค้าเพราะอันที่จริงแล้ว

ใครใครก็สามารถที่จะสอบถามเรื่องของส่วนผสมของอาหารได้โดยเฉพาะคนที่แพ้อาหารจำเป็นที่จะต้องมีการเช็คก่อนว่าอาหารที่กินเข้าไปนั้นมีส่วนผสมที่จะทำให้ตนเองแพ้หรือไม่เพราะถ้าหากกินเข้าไปก็อาจจะทำให้มีอาการแพ้กำเริบและอาจตายได้เพราะฉะนั้นสิ่งที่หญิงสาวคนดังกล่าวได้มีการนำมาโพสต์ Facebook ก็หวังเพื่อที่จะระบายความรู้สึกอึดอัดใจที่เธอนั้นได้ไปพบเจอมาโดยเธอยังระบุอีกว่าเธอจะไปร้านนั้นเป็นครั้งสุดท้ายเท่านั้นเพราะเธอรับไม่ได้กับพฤติกรรมที่แม่ค้าขับไล่เธอและแม่ของเธอออกนอกร้าน

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนันออนไลน์ แจกเครดิตฟรี ไม่ต้องฝาก 2020

โซเชียลระบุ เมื่อมีคลิปดราม่ากุ้งอบวุ้นเส้นเค็มแล้วเจ้าของร้านไม่พอใจคว่ำโต๊ะทันที

           กำลังเป็นกระแสร้อนแรงในโลกออนไลน์เมื่อมีผู้ใช้ Facebook คนหนึ่งได้มีการโพสต์คลิปวิดีโอเป็นข้อความที่เธอนั้นกำลังทะเลาะวิวาทกับเจ้าของร้านขายอาหารแห่งหนึ่งโดยระบุว่าร้านอาหารแห่งนี้เป็นร้านอาหารเก่าแก่ซึ่งเธอกินมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษของเธอเลยทีเดียวโดยในวันที่เกิดเหตุนั้นคือวันที่ 20 เดือนมิถุนายนปีพศ2563 ซึ่งในคลิปวีดีโอนั้น

จะเห็นว่าเธอมีปากเสียงกับทางเจ้าของร้านผู้ชายและทางด้านเจ้าของร้านก็ไม่พอใจอย่างรุนแรงจึงได้มีการล้มโต๊ะที่เธอกำลังกินข้าวอยู่อย่างไรก็ตามเธอได้มีการเขียนบรรยายรายละเอียดเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างเธอกับเจ้าของร้านว่าในวันดังกล่าวนั้นเธอได้ไปกินอาหารที่ร้านอาหารดังกล่าวโดยเธอนั้นมีการสั่งกุ้งอบวุ้นเส้นมากินโดยสารทั้งหมด 2 หม้อด้วยกัน

ซึ่งระบุว่าหม้อแรกนั้นรสชาติอร่อยปกติดีทุกอย่างแต่อีกหม้อนึงนั้นเธอมีความรู้สึกว่ากุ้งอบวุ้นเส้นค่อนข้างเข้มมากจนเกินไปเธอจึงได้เรียกเจ้าของร้านซึ่งเป็นผู้หญิงมาคุยเกี่ยวกับเรื่องของความเค็มของกุ้งอบวุ้นเส้นอีก 1 หม้อโดยเจ้าของร้านผู้หญิงบอกกับเธอว่าสำหรับกบกุ้งอบวุ้นเส้นหม้อที่เค็มนั้นทางร้านจะไม่คิดเงินและได้ขอโทษโดยระบุว่าอาจจะเป็นที่ซอสหอยเนื่องจากว่าซอสแต่ละยี่ห้อนั้นรสชาติไม่เหมือนกันซึ่งเธอก็ไม่ได้ติดใจอะไรซ้ำยังบอกกับทางเจ้าของร้านด้วยว่าเธอยินดีที่จะจ่ายเงินไปอย่างไรก็ตามทางเจ้าของร้านได้มีการเตรียมห่อกุ้งอบวุ้นเส้นจายที่เค็มนั้น

กลับมาให้เธอเพื่อให้เธอนั้นเอากลับไปกินบ้านซึ่งระหว่างนั้นเธอก็ปรึกษากับแฟนของเธอว่า  เธอจะจ่ายค่ากุ้งอบวุ้นเส้นการที่เค็มแค่เพียงครึ่งราคาเท่านั้นเพราะเธอคิดว่าเธอคงจะไม่เอากุ้งอบวุ้นเส้นกับไปที่บ้านอย่างแน่นอนเนื่องจากว่าเอาไปก็คงไม่ได้กินเพราะรสชาติมันเค็มมากอย่างไรก็ตามอยู่ดีๆก็มีเจ้าของร้านซึ่งเป็นผู้ชายนั้นเดินมาที่โต๊ะของเธอแล้วก็บอกกับเธอและแฟนของเธอว่าให้กินฟรีแค่วันนี้วันเดียวเท่านั้นและไม่ต้องมากินที่นี่อีกทำให้เธอรู้สึกไม่พอใจมากเพราะเธอเองก็ยินดีที่จะจ่ายเงินไม่ได้มาขอกินฟรีอยู่แล้วแล้วก็เกิดการทะเลาะกันเกิดขึ้น

และทางเจ้าของร้านนั้นก็ได้ทำการล้มโต๊ะที่เธอนั่งกินอยู่ทำให้เธอไม่พอใจจึงได้มีการมาโพสต์ข้อความนี้บอกให้เพื่อนในโลกออนไลน์ได้รับทราบอย่างไรก็ตามหลังจากที่มีข้อความนี้ใช้ออกมามีหลายกระแสที่ยังไม่ฟันธงว่าจะเป็นความผิดของเจ้าของร้านเพียงคนเดียวเท่านั้นเพราะมองว่าทางฝ่ายลูกค้าเองก็ค่อนข้างที่จะพูดจาไม่สุภาพ

ซึ่งน่าจะมีปัญหากันก่อนหน้านั้นที่ใช้ถ้อยคำไม่สุภาพกันจนทำให้เจ้าของร้านนั้นเกิดอาการไม่พอใจถึงขนาดล้มโต๊ะโดยหลายคนมองว่าร้านค้าเก่าแก่มานานหลายปีหน้าจะมีการดูแลลูกค้าดีกว่านี้ถ้าหากไม่ขาดสติจริงๆก็คงจะไม่มีการล้มโต๊ะลูกค้าอย่างแน่นอนดังนั้นหลายคนจะมองว่าปล่อยลูกค้าอาจจะมีส่วนผิดด้วยกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ซึ่งหลายคนนั้นก็มีการขอดูเรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อนหน้าที่จะมีการรวมตัวกันอีกทีแล้วค่อยมาฟันธงว่าสรุปแล้วใครผิดนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน ถูกกฎหมาย ใน ประเทศไทย