เด็กนักเรียนท้องเสียนับร้อยคนคาดว่าอาหารกลางวันไม่สะอาด

          เมื่อวันที่ 10 เดือนพฤศจิกายนปีพศ 2563   ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งแถวบริเวณย่านถนนตลิ่งชัน   ซึ่งเป็นเขตพื้นที่ปริมณฑลอยู่ติดกับกรุงเทพฯได้มีปัญหาเด็กนักเรียนมากกว่า 100 คนเกิดอาการท้องเสีย  พร้อมพร้อมกันทำให้หลายฝ่ายต่างมองว่าอาการท้องเสียของเด็กนักเรียนนั้นน่าจะเกิดมาจากการรับประทานอาหารที่ไม่สะอาด  ซึ่งในกลุ่มเด็กนักเรียน 100 คนที่มีอาการนี้บางคนเพียงแค่ท้องเสียอย่างเดียวเท่านั้นแต่บางคนก็มีอาการอาเจียนและปวดท้องร่วมด้วย

             บางคนอาการท้องเสียไม่ได้รุนแรงมากนักแต่ยังมีอีกหลายคนที่ต้องไปรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล และหลังจากที่มีการสอบถามเด็กนักเรียนส่วนใหญ่ที่ท้องเสียนั้นกล่าวว่าน่าจะเกิดจากการกินอาหารกลางวันของทางโรงเรียนที่เตรียมเอาไว้ให้ซึ่งเมื่อวันที่ 10 เดือนพฤศจิกายนนั้นทางโรงเรียนได้เตรียมอาหารกลางวันเป็นข้าวมันไก่ และเด็กนักเรียนโดยเฉพาะเด็กที่ท้องเสียนั้นกล่าวว่าในวันนั้นสังเกตเห็นว่าไก่ที่นำมาให้รับประทานนั้นค่อนข้างมีกลิ่นเหม็นและยังมีเนื้อชิ้นไก่ที่เป็นสีเขียว

           ทำให้กระทรวงสาธารณสุขจึงจำเป็นต้องลงมาตรวจสอบอาหารกลางวันว่าร้านค้าที่ได้รับสัมปทานจากทางโรงเรียนให้เตรียมอาหารกลางวันให้เด็กนักเรียนนั้นมีมาตรฐานความสะอาดที่เพียงพอหรือไม่และจากการที่เด็กนักเรียนจำนวน 100 คนท้องเสียแบบหูนี้เกิดมาจากการรับประทานข้าวมันไก่ในวันดังกล่าวหรือไม่หรือท้องเสียเนื่องจากสาเหตุอื่น

        สำหรับเรื่องนี้ทางด้านร้านค้าที่เป็นผู้เตรียมอาหารกลางวันให้กับเด็กนักเรียนได้ออกมาพูดถึงอาหารของร้านตนเองว่ายืนยันว่าสะอาดและใช้ของดีมีคุณภาพที่สำคัญของที่ซื้อมาทำให้เด็กนักเรียนกินนั้นเป็นของที่ซื้อทุกวันและยินดีที่จะให้ทางกระทรวงสาธารณสุขเข้ามาทำการตรวจสอบความสะอาดของอาหารอย่างแน่นอน 

        อย่างไรก็ตามในขณะนี้ทางด้านกระทรวงสาธารณสุขได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อทำการตรวจสอบสาเหตุของการเกิดปัญหาท้องเสียในเด็กนักเรียนจำนวน 100 คนเป็นที่เรียบร้อยแล้วรอผลการสรุปผลการตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง

        สำหรับเรื่องอาหารกลางวันของเด็กนักเรียนที่กินเข้าไปแล้วท้องเสียนับได้ว่าเป็นสิ่งที่น่ากลัวมากเลยทีเดียวดังนั้นทางด้านกระทรวงสาธารณสุขจึงควรจัดการให้เรียบร้อยเพราะอาการท้องเสียถ้าหากรุนแรงอาจทำให้เด็กเสียชีวิตได้  ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับร้านค้าที่มารับสัมปทานในการเตรียมอาหารกลางวันให้เด็กนักเรียนกินนั้นควรจะใส่ใจในเรื่องของความสะอาดของอาหาร  วัตถุดิบควรจะสดใหม่อยู่เสมอ  ที่สำคัญขั้นตอนในการปรุงก็ควรที่จะสะอาดด้วยเวลาเด็กรับประทานเข้าไปจะได้ปลอดภัยซึ่งเรื่องอาหารกลางวันที่ไม่สะอาดนั้นนับว่าเป็นปัญหาใหญ่ที่โรงเรียนจะต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน

 

สนับสนุนโดย  aecasino

ปลุกตำรวจปกป้องประชาชน

          เมื่อวันที่ 27 เดือนกันยายนปีพศ2563 มีหญิงสาวรายหนึ่งเธอได้ โพสต์ข้อความ ใน Facebook ของตนเองบอกเล่าถึงปัญหาที่เธอได้เจอมาอีกทั้งยังมีการต่อว่าการทำงานของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. แห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรีโดยอยู่ในพื้นที่ของเขตพัทยา

           สำหรับปัญหาที่หญิงสาวคนดังกล่าวได้มาโพสเหล้าใน Facebook ส่วนตัวนั้นเธอระบุว่าเธออยู่ในเขตพื้นที่พัทยาและเบอร์อื่นว่าทำรถมอเตอร์ไซค์หายไปเธอได้ไปแจ้งความให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยออกตามหาให้แต่หลังจากแจ้งความไปแล้วถึง 5 วันด้วยกันก็ติดตามความคืบหน้าการเจ้าหน้าที่ตำรวจมาโดยตลอดแต่ไม่มีอะไรคืบหน้าให้เธอได้เลยเจ้านายที่สุดเธอก็ไม่ต้องการที่จะรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยเหลือเธอ

       ดังนั้นเธอจึงได้มีการติดต่อร้านค้าตามริมถนนต่างๆเพื่อขอดูกล้องวงจรปิดจากทางร้านเผื่อว่าจะมีร้านไหนที่สามารถตั้งกล้องวงจรปิดออกไปบนถนนและเห็นภาพคนร้ายได้   และแน่นอนว่าความพยายามของเธอก็สัมฤทธิ์ผลเลยได้ภาพจากกล้องวงจรปิดมามากมาย   ซึ่งเธอนั้นได้นำภาพต่างๆเท่านั้นไปส่งให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับทำคดีของเธอ  แต่ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจท่านนั้นได้มีการต่อว่าหากว่าเธอนั้นหาข้อมูลกล้องวงจรปิดมาไม่ชัดอีกครั้งอย่างไรให้เธอไปหาภาพจากกล้องวงจรปิดมาใหม่เอาให้ชัดเจนกว่านี้

      หลังจากที่เธอได้มีการหาข้อมูลจนรู้ตัวคนร้ายว่าคนร้ายชื่อและนามสกุลอะไรเธอจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ช่วยออกหมายจับให้ซึ่งเธอยังสามารถสืบทราบด้วยตนเองด้วยว่าคนร้ายได้หลบหนีไปอยู่ต่างจังหวัดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

         อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าเธอจะให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งหมดที่เธอหาข้อมูลมาได้แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกับไม่ยอมทำอะไรให้กับเธอเลยอีกทั้งไม่ยอมออกหมายจับให้เธอโดยอ้างว่าต้องมีหลายขั้นตอนกว่าจะสามารถออกหมายจับได้จนในที่สุดเธอก็ไม่จำเป็นต้องรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกต่อไปเธอจึงเดินทางไปที่บ้านพี่คิดว่าคนร้ายนั้นไปรบซ่อนและสามารถจับกุมตัวคนร้ายได้ในที่สุด  สิ่งที่ทำให้เธอไม่พอใจกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจและก็คือหลังจากที่เธอจับตัวคนร้ายมาได้แล้วทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกลับมาเอาผลงานด้วยการเอาไหมตอบมาให้เธอพร้อมทั้งยังขอถ่ายรูปคนร้ายและของกลางเอาไว้ในการปิดคดี

            ดังนั้นเธอจึงได้นำเรื่องนี้มาเผยแพร่ให้กับคนในโลกออนไลน์ได้ทราบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นไม่ยอมปฏิบัติหน้าที่แต่เมื่อมีผลงานขึ้นมาทั้งที่ตนเองไม่ได้ทำกับถ่ายรูปเพื่อเอาผลงานความดี 

   ซึ่งเรื่องราวของเธอในครั้งนี้สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์ต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นวงกว้างเลยทีเดียว

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนันบอล ฝากขั้น ต่ํา 100 เปิดบัญชี

สองโจ๋ไล่ฟันรถเก๋งสีขาว เจ้าของรถตกใจกลัวเปิดกระจกยกมือไหว้

      เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในจังหวัดบุรีรัมย์เมื่อมีแพทย์หญิงคนหนึ่งหลังจากเลิกงานเสร็จแล้วกำลังขับรถเก๋งสีขาวกำลังจะกลับบ้านแต่ระหว่างทางนั้นได้มีรถมอเตอร์ไซค์ซึ่งมีคนขับรถอยู่ 2 คนขับรถตามประกบและพยายามที่จะแซงหลังจากที่รถมอเตอร์ไซค์คันดังกล่าวขับรถพึ่งมาถึงสามารถตีคู่รถเก๋งได้แล้ว

คนซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์ก็ได้ชักมีดออกมาแล้วฟันไปที่กระจกรถเก๋งคันสีขาวจนทำให้คุณหมอสาวรู้สึกกลัวจนต้องจอดรถและเปิดกระจกยกมือไหว้เพื่อร้องขอชีวิต แต่เมื่อสังเกตเห็นว่าคนที่เปิดกระจกรถลงมานั้นเป็นผู้หญิงของตัวเองก็ขอโทษพร้อมกับบอกว่าตนเองทำร้ายผิดคันเนื่องจากว่าที่จะตามมาทำร้ายนั้นจะเป็นรถของผู้ชายซึ่งเป็นกิ๊กของภรรยาของเขาเอง 

       เหตุการณ์ในครั้งนี้นั้นเจ้าของรถเก๋งคันสีขาวคือแพทย์หญิงกมลนาหรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่าหมอเดียร์ ซึ่งคุณหมอตอนนี้อายุ 29 ปีทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลพุทไธสงจังหวัดบุรีรัมย์  ซึ่งคุณหมอเดียร์เองก็ได้เล่าเรื่องนี้ให้กับนักข่าวฟังว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ถูกดักทำร้ายนั้นเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อตั้งแต่วันที่ 19 เดือนพฤษภาคม พ.ศ.2563 ที่ผ่านมา 

ซึ่งคุณหมอเดียร์ ได้เล่าให้ฟังว่าช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาเที่ยงซึ่งเธอกำลังขับรถจะกลับบ้านไปกินข้าวเที่ยงที่บ้านถึงบ้านของเธอนั้นอยู่ห่างจากโรงพยาบาลแค่เพียง 800 เมตรเท่านั้น แต่ในระหว่างทางที่คุณหมอเดียร์กำลังที่จะขับรถกลับบ้านนั้นปรากฏว่ามีวัยรุ่นชายซึ่งคาดว่าอายุจะคงจะอยู่ที่ประมาณ 20 ถึง 25 ปีเท่านั้นเอง

ได้ขี่รถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนพยายามขี่ตามมาประกบกลับรถของคุณหมอเดียร์และคนซ้อนท้ายข้างหลังก็พยายามที่จะเอามีดมาฟันที่ตัวรถของคุณหมอ  ซึ่งคนที่นั่งซ้อนท้ายใส่เสื้อลายพรางทหาร ช่วงที่เกิดเหตุการณ์โดย 2 วัยรุ่นรุมทำร้ายนั้นเธอได้มีการลดกระจกรถลงมาซึ่งระหว่างนั้นคนที่ถือมีดกำลังเงื้อมีดจะฟันลงมาพอดีแต่พอทั้งสองวัยรุ่นมองเห็นว่าเธอเป็นผู้หญิงทั้งสองคนก็ยกมือไหว้ขอโทษ

และบอกว่าทำร้ายผิดคนหลังจากนั้นทั้งสองคนก็ขี่จักรยานหลบหนีไปเลยทันที และน่าจะจำรถผิดคันด้วย ซึ่งคนที่ทั้งสองคนต้องการทำร้ายน่าจะขับรถสีขาวเหมือนกัน

      เหตุการณ์ในครั้งนี้กล้องวงจรปิดริมถนนสามารถจับเหตุการณ์เอาไว้ได้ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบแล้วว่าผู้ที่ลงมือก่อเหตุทั้ง 2 คนนั้นเป็นใคร เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการนำตัวผู้ก่อเหตุทั้งสองคนมาดำเนินคดีเรียบร้อยแล้วโดยทางผู้ก่อเหตุนั้นแจ้งว่าเขาต้องการที่จะไล่ล่าของแฟนของเขาแต่เผอิญว่าร่างผิดคันซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าผู้ชายที่เป็นกิ๊กของแฟนของผู้ก่อเหตุนั้นน่าจะขับรถสีขาวทำให้ผู้ก่อเหตุเข้าใจผิดจึงลงมือทำร้ายผิดคนนั้นเอง

 

สนับสนุนโดย  สูตรหวยยี่กี 2ตัวล่าง lottovip

ง้อแฟนสาวไม่สำเร็จใช้มีดกระหน่ำแทงแฟนสาวจนเสียชีวิตก่อนหลบหนี

  จังหวัดตาก  ได้มีเหตุการณ์เศร้าสลดเกิดขึ้นในวันที่ 17 เดือนกันยายน ปีพ.ศ 2563  โดยเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นเนื่องจากว่าครอบครัวของนางสาวแอน  ได้เดินทางแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ตามจับกุมชายวัยรุ่นคนหนึ่งซึ่งเป็นคนกะเหรี่ยงชื่อว่านายเอให้มาดำเนินคดีเนื่องจากว่านายเอนั้นก่อเหตุใช้มีดกระหน่ำแทงนางสาวแอนจนถึง แก่ความตาย 

โดยเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นที่บ้านพักของนางสาวแอนเอง  ซึ่งเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาครอบครัวของนางสาวแอน โดยหลังจากที่นายเอนั้นได้ฆ่านางสาวแอนตายเป็นที่เรียบร้อยก็ได้หลบหนีไปตรงบริเวณป่าซึ่งอยู่ติดกับบ้านของนางสาวแอนและเป็นจุดเกิดเหตุ

           ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการประสานงานส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่บุกเข้าไปในป่าซึ่งใช้แล้วเวลาประมาณ 2 วันก็สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุก็คือนายเอได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว  โดยนายเอนั้นหนีไปกบดานอยู่ภายในบริเวณป่าซึ่งห่างจากบ้านของผู้เสียชีวิตเพียงแค่ 8 กิโลเมตรเท่านั้นและเมื่อทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำนายเอเดินทางออกมาจากป่า ก็มีบันไดญาติๆของนางสาวเอซึ่งเป็นผู้เสียชีวิตมายืนดักรอบริเวณแนวชายป่ากันมากกว่า 200 คนเมื่อเห็นนายเอออกมาพร้อมกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต่างก็พากันเข้าลุมเตะและต่อย

ทําร้ายนายเอจนเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถที่จะห้ามปรามได้  จึงได้รีบนำตัวนายเอกขึ้นรถหลบหนีบรรดาญาติของผู้เสียชีวิต และเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการนำตัวนายเอมาไว้ที่สถานีตำรวจและมีการสอบสวนนายเอก็ให้การรับสารภาพว่าเป็นคนลงมือทำร้ายนางสาวแอนเองโดยตัวเขาและนางสาวแอนนั้นเป็นแฟนกันมานานแล้วหลังจากนั้นก็ทะเลาะและเลิกรากันไป 

หลังจากเลิกกันแล้วนางสาวแอน นั้นได้ไปมีแฟนใหม่ แต่นายเอซึ่งยังคงรักนางสาวแอนอยู่ ซึ่ง ได้ตามไปงอนง้อ ขอคืนดี แต่นางสาวแอนก็ไม่ยอมใจอ่อนซึ่งนายเอบอกว่าเขานั้นไปง้อนางสาวแอนถึง 2 ครั้งแล้วแต่เมื่อนางสาวแอร์ปฏิเสธทำให้เขามีอารมณ์โมโหจึงได้ใช้มีดที่อยู่ใกล้มือ  กระหน่ำแทงไปที่ร่างของนางสาวแอน โดยได้มีการดึงร่างของนางสาวแอนเข้าไปในห้องแล้วแทงซึ่งมีพ่อแม่ของนางสาวแอนนั้นอยู่ที่บริเวณหน้าห้องไม่สามารถเข้าไปช่วยนางสาวแอนได้หลังจากนั้นนายเอก็กระโดดหน้าต่างหลบหนี  จนมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับกุมตัวได้ในที่สุดนั่นเอง

   สำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจคนมีการตั้งข้อหาให้หนักเพื่อที่จะได้เป็นตัวอย่างให้กับคนที่คิดจะทำความผิดเพียงแค่เพราะว่าเลิกรากับแฟนแล้วง้อแฟนไม่สำเร็จก็ตามมาฆ่าแฟนถึงที่บ้านซึ่งนับได้ว่าเป็นบุคคลที่มีจิตใจโหดเหี่ยมเป็นอย่างมากดังนั้นควรนำไปคุมขังเอาไว้ไม่ควรให้ออกมาใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่น

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนันบาคาร่า

กินเหล้าแล้วเกิดแตกคอกัน ขวานจามเพื่อนร่วมร่วมวงเหล้าตายคู่

     ที่จังหวัด หนองบัวลำภู  เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุจากชาวบ้านของหมู่บ้านโนนธาตุพัฒนาว่ามีผู้ก่อเหตุฆ่ากันตายโดยมีคนเสียชีวิตจำนวนทั้งหมด 2 คนด้วยกันหลังจากรับทราบเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เดินทางไปถึงบ้านที่เกิดเหตุหลังดังกล่าวพร้อมกับทางเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยเมื่อไปถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุพร้อมครั้งต่อปากคำชาวบ้านที่เป็นคนโทรไปแจ้ง

           โดยคนที่โทรไปแจ้งได้เล่าให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจฟังว่าผู้ที่ก่อเหตุนั้นเป็นเจ้าของบ้านหลังที่เกิดเหตุ  ก่อนที่จะพบร่างของคนเสียชีวิตนั้นคนก่อเหตุได้เดินมาเล่าให้ตนเองฟังว่าได้มีการฆ่าคนตายไป 2 คนซึ่งในตอนแรกนั้นเธอไม่เชื่อเนื่องจากว่าชายคนดังกล่าวนั้นมักจะมาเล่าเรื่องราวแบบนี้อยู่เป็นประจำและเป็นคนสติไม่ดีแต่หลังจากผ่านไปประมาณ 2 ชั่วโมง

เธอได้สังเกตเห็นอาการของชายที่ก่อเหตุว่ามีการกินเหล้าไปแล้วร้องไห้ไปเธอจึงได้สั่งให้เพื่อนบ้านที่เป็นผู้ชายลองเข้าไปดูสถานการณ์ภายในบ้านหลังเกิดเหตุเมื่อเข้าไปถึงก็พบว่ามีผู้เสียชีวิตจำนวน 2 คนเสียชีวิตอยู่ในบ้านโดยผู้เสียชีวิตคนแรกชื่อว่านางดวงรัตน์ส่วนอีกคนนึงชื่อว่านายบุญช่วง    

        สำหรับลักษณะของศพนั้นพบว่าถูกขวานตามไปที่หัวจนเป็นเหตุให้เกิดความตายโดยในบริเวณที่เกิดเหตุนั้นพบว่ามีการตั้งวงดื่มสุรากันซึ่งเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าน่าจะเกิดจากการที่ทะเลาะเบาะแว้งกันหลังจากที่มีการดื่มสุราเมามายแล้วอย่างไรก็ตามทางด้านคนในหมู่บ้านและบอกว่าในวันนี้หมู่บ้านมีการจัดงานบุญทอดกฐินขึ้นทำให้หลังจากเสร็จงานบุญแล้วเพื่อนบ้านต่างก็พากันมาเลี้ยงสังสรรค์ซึ่งทั้ง 3 คนโดยมีผู้เสียชีวิต 2 คนและผู้ต้องหาอีก 1 คนมานั่งร่วมวงกินเหล้ากัน

        เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาก็คือนายจูลาซึ่งเป็นเจ้าของบ้านด้วยเพื่อไปสอบปากคำ  โดยเบื้องต้นนั้นนายจูลา ไห้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือฆ่าทั้งสองคนเสียชีวิตเอง  ส่วนสาเหตุของการลงมือนั้นเกิดจากการที่เขาไม่พอใจที่ทั้งสองคนได้ขโมยเงินของเขาไปเพื่อนำมาซื้อเหล้าจึงเกิดการมีปากเสียงและทะเลาะกันและเขาก็ได้นำขวานที่มีอยู่ภายในบ้านฝันไป

ที่หัวผู้เสียชีวิตทั้งของคนจนเสียชีวิตหลังจากนั้นก็นำเหล้าออกมานั่งกินเล่นอยู่หน้าบ้านคนเดียวจนไปเจอเพื่อนบ้านพี่ไปแจ้งความกับตำรวจแล้วเขาก็เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้เพื่อนบ้านฟังจนเพื่อนบ้านโทรแจ้งตำรวจให้มาจับกุมเขานั่นเอง

 

 

สนับสนุนโดย  เปิดยูส ขั้นต่ำ 100

ปัญหาของคนในวัยทำงานกับองค์กร

             ปัญหาเกี่ยวกับคนในวัยทำงานนั้นมีมากมายหลายปัญหาด้วยกันอีกหนึ่งปัญหาที่เชื่อว่าหลายคนอาจจะเคยนั่นก็คือเมื่ออยู่ในช่วงเวลาของการทำงานแล้วมีธุระจำเป็นอย่างเร่งด่วนกับทางบ้านต้องขอลางานกับหัวหน้างานแต่กลับถูกปฏิเสธไม่ให้หยุดงานหลายคนมีครอบครัว  มีพ่อแม่ที่แก่ชราและมีลูกเล็กซึ่งบางครั้งพวกเขาเหล่านั้นอาจจะเกิดอาการไม่สบายจำเป็นต้องไปหาหมอและจำเป็นที่จะต้องมีคนคอยดูแล 

            คนที่อยู่ในวัยทำงานนั้นหากจำเป็นต้องลางานหยุดดูแลพ่อแม่ที่ป่วยหรือพาลูกพี่ไม่สบายไปหาหมอจะไม่สามารถหยุดงานได้อยู่บ่อยครั้งเนื่องจากว่าทางด้านบริษัทเองก็มีกฎระเบียบของบริษัทเกี่ยวกับเรื่องของการหยุดทำงาน การลางานเช่นเดียวกัน  หากมีการหยุดบ่อยเกินไปก็ถือว่าเป็นการทำผิดกฎของบริษัทและจะไม่สามารถที่จะเรียกร้องได้หากบริษัทนั้นมีการแจ้งไล่ออก 

        อย่างเช่นชายคนหนึ่งที่เขาได้มีการโพสต์ข้อความของเขาเมื่อปีที่แล้วในขณะที่เขาทำงานอยู่ในองค์กรขนาดใหญ่แห่งหนึ่งของประเทศสิงคโปร์โดยเข้าเล่าว่าพ่อของเขานั้นเป็นโรคมะเร็งป่วยหนักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลในเช้าวันหนึ่งทางโรงพยาบาลโทรมาติดตามให้เขาไปหาพ่อเนื่องจากว่าพ่อของเขานั้นอาการทรุดอาจจะเสียชีวิตเมื่อไหร่ก็ได้แต่เมื่อเขาไปแจ้งความจำนงกับทางหัวหน้างานปรากฏว่าหัวหน้างานไม่ให้เขาลาหยุด  

             ซึ่งเขาพยายามเข้าไปคุยกับหัวหน้างานเขาถึง 3 รอบด้วยกันโดยในรอบแรกนั้นช่วงเวลา 9:40 น   และรอบที่ 2 นั้นเป็นช่วงเวลา 10:30 น ซึ่งครั้งที่ 2 นี้คุณหมอในโรงพยาบาลได้โทรมาตามให้เขารีบไปดูอาการของพ่อด่วนเนื่องจากว่าตอนนี้คุณหมอกำลังปั๊มหัวใจให้กับคุณพ่อของเขาแล้วแต่เมื่อไปขอร้องหัวหน้างานเขาก็ถูกปฏิเสธกลับมาเหมือนเดิมจนครั้งที่ 3 ที่ทางโรงพยาบาลติดตามมาหาเขาอีกครั้งนึงก่อน 11:30 น ที่เขาเข้าไปคุยกับทางหัวหน้างานว่าเขาจำเป็นต้องไปโรงพยาบาลจริงๆและตอนนี้แม่ของเขารออยู่ที่โรงพยาบาลแล้วแต่ทางด้านหัวหน้างานก็ไม่ยอมให้เขาไป 

                เขาได้เฝ้าขอร้องหัวหน้างานอยู่นานจนในที่สุดหัวหน้างานก็อนุญาตให้เขาไปโรงพยาบาลแต่สุดท้ายเขาก็ไม่สามารถไปทันเพราะพ่อของเขานั้นได้เสียชีวิตลงแล้วอย่างไรก็ตามหลังจากที่เขาการงานศพของพ่อของเขาเรียบร้อยแล้วกลับมาทำงานเหมือนเดิมปรากฏว่าหลังจากนั้นอีก 1 อาทิตย์ทางบริษัทก็ได้เขาออกจากงานทันทีโดยให้เหตุผลว่าเขาหยุดงานหลายวันโดยที่ไม่ได้รับอนุญาตซึ่งในตอนแรกนั้นเขาไม่ได้มีการออกมาเรียกร้องใดๆแต่เมื่อผ่านไปเป็นระยะเวลา 1 ปีเขาจึงได้ออกมาโพสต์เล่าเรื่องนี้ให้คนในโลกออนไลน์ได้รู้ถึงปัญหาสังคมของคนทำงานว่าหากต้องทำงานกับบริษัทแล้วความเป็นส่วนตัวของคุณก็จะหายไปทันที

               สำหรับเรื่องนี้ทางด้านผู้บริหารของบริษัทดังกล่าวรับทราบเรื่องราวและมีการตรวจสอบแล้วและได้มีการติดต่อมาทางชายคนดังกล่าวเพื่อขอโทษอย่างเป็นทางการแล้วซึ่งทางบริษัทมีการรับปากว่าจะมีการเพิ่มช่องทางให้พนักงานระดับล่างนั้นได้มีโอกาสทำเรื่องร้องเรียนหรือชี้แจงหากต้องการหยุดงานหรือถูกกลั่นแกล้งในที่ทํางานเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น 

         

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    แทงบอลออนไลน์ ภาษาไทย

นิวยอร์กผุดไอเดียใหม่

      ประเทศสหรัฐอเมริกาในมหานครนิวยอร์กซิตี้ที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่งได้มีการคิดค้นรูปแบบการเว้นระยะห่างกันด้วยการนำไอเดียเก๋ๆมาไว้ที่สวนสาธารณะแห่งนี้เป็นที่ว่านี้ก็คือการวาดวงกลมขนาดใหญ่ไว้ที่บริเวณสนามซึ่งสถานที่แห่งนี้ชาวเมืองนครนิวยอร์กมักจะพากันเดินทางมาอาบแดดหรือไม่ก็มาออกกำลังกายกันที่นี่ซึ่งเมื่อมีวงกลมวิวชาวเมืองก็เว้นระยะห่างทางสังคมด้วยการอยู่ภายในวงกลมของตนเอง

ซึ่งถ้าหากมาคนเดียวก็จะอยู่คนเดียวหรือถ้าหากมาเป็นกลุ่มก็จะอยู่กันเป็นกลุ่มแต่เนื่องจากว่าวงกลมไม่ได้ใหญ่มากนะเพราะฉะนั้นในวงกลมนึงก็จะมีคนอยู่เพียงไม่กี่คนเท่านั้นทำให้การรักษาระยะห่างระหว่างกันจึงเป็นผลไปในทางที่ดีซึ่งการใช้ชีวิตแบบนี้คือการใช้ชีวิตในแบบวิถีใหม่ของคนในสังคมนิวยอร์กเนื่องจากตอนนี้จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่านั้น

ยังคงมีอยู่เป็นจำนวนมากที่สวนสาธารณะโดโน ปาร์ค  มันเป็นสวนสาธารณะของทางเอกชนจึงได้มีการพูดได้เดือนนี้ขึ้นมาเพื่อที่จะได้ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าด้วยและยังช่วยลดความแออัดของคนแน่นอนว่าการที่ทำแบบนี้จะทำให้แต่ละคนนั้นเว้นห่างกันเพราะวงกลมแต่ละวงนั้นจะห่างกันประมาณ 1.5 เมตร

ซึ่งทุกคนจะต้องทำกิจกรรมของตัวเองอยู่ภายในวงกลมนั้นเท่านั้นและเมื่อมีวงกลมนี้เกิดขึ้นในสวนสาธารณะประชาชนต่างก็ให้ความร่วมมือทุกคนก็จะทำกิจกรรมของตนเองไม่อยู่ปะปนกันซึ่งวิธีการทำเช่นนี้จะเป็นการจำกัดจำนวนคนโดยอัตโนมัติพี่จะไม่ให้จำนวนคนอยู่ติดกันหนาแน่นจนเกินไปแต่อย่างไรก็ดีนี่เป็นเพียงแค่สถานที่เริ่มต้นในเมืองนิวยอร์กเท่านั้นยังมีสถานที่อื่นๆ

ที่ยังไม่ได้มีการนำแบบนี้ไปใช้เมื่อรัฐบาลได้เพียงแค่ประกาศว่าหากใครจะออกนอกบ้านก็ให้สวมใส่หน้ากากอนามัยและยังให้เน้นการอยู่แต่ในบ้านเท่านั้นซึ่งอันที่จริงแล้วคนส่วนใหญ่ไม่ชอบอุดอู้อยู่แต่ในบ้านพวกเขาต้องการออกมาทำกิจกรรมนอกบ้านหรือมาผ่อนคลายนอกบ้านเช่นการอัพเดตหรือการหาหนังสือมานอนอ่านใต้ร่มไม้ดังนั้นเมื่อไม่สามารถจำกัดคนให้อยู่แต่ในบ้านได้การออกมาจำกัดพื้นที่การทำผิดเขาจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในตอนนี้  

สำหรับสหรัฐอเมริกานั้นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่ามากที่สุด    และยังมีผู้เสียชีวิตจำนวนหลายหมื่นคนซึ่งทุกคนจะต้องให้ความร่วมมือกันในการที่จะหยุดยั้งการระบาดของไวรัสโคโรน่าผู้คนในประเทศจีนจะกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติได้นั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  พนันออนไลน์ ฝากขั้นต่ํา100

ผัดกระเพรายุค 2020 ถุงละ120 บาท

       กำลังเป็นที่ฮือฮากันในโลกออนไลน์เมื่อมีหญิงสาวคนหนึ่งได้มีการโพสต์ภาพกับข้าวซึ่งเธอระบุว่าถุงกับข้าวดังกล่าวนั้นเป็นผัดกระเพราหมูสับโดยเธอมีการซื้อมาจากร้านค้าที่ตั้งเป็นแผงลอยขายของที่จังหวัดชลบุรีเจอร้านดังกล่าวนั้นเธอซื้อมาจากเขตพื้นที่บ้านแหลมฉบังซึ่งระบุราคาว่าผัดกระเพราถุงดังกล่าวนั้นเธอซื้อมาในราคา 120 บาทซึ่งตัวเธอเองนั้นมองว่าค่อนข้างมีราคาสูงมากจนเกินไปซึ่งหลังจากที่โพสต์นี้มีการแชร์กันออกมาในโลกออนไลน์

ก็ทำให้คนต่างวิพากษ์วิจารณ์ถึงราคาผัดกระเพราหมูสับว่ามีราคาที่สูงเวอร์ผิดปกติซึ่งโดยปกติแล้วถ้ากระเพราหมูสับถุงขนาดนี้ส่วนใหญ่ก็จะอยู่ที่ราคาประมาณ 50 บาทถึง 60 บาทเท่านั้นซึ่งก็ถือว่าแพงมากแล้วเพราะไม่ได้มีส่วนผสมอะไรที่จะทำให้สามารถอัพราคาขึ้นได้ถึง 120 บาทเลยอย่างไรก็ตามทางด้านเจ้าของโพสต์ได้มีการเขียนข้อมูลเพิ่มเติมว่าหลังจากที่เธอได้พบเรื่องราวราคากระเพราหมูสับออกไป

เจ้าของร้านก็ได้ติดต่อมาขอโทษเธอพร้อมทั้งอยากจะทำเรื่องคืนเงินให้กับเธอแต่ให้เธอนั้นคืนกระเพราหมูสับกับไปให้กับทางร้านด้วยซึ่งเธอนั้นไม่สามารถที่จะคืนกระเพราหมูสับให้ได้เพราะเธอนั้นได้กินไปหมดแล้ว  ทางด้านแม่ค้าร้านกระเพราหมูสับเองก็ออกมาพูดถึงเรื่องนี้ว่าตนเองนั้นได้มีการขอโทษลูกค้าไปแล้ว

และยินดีที่จะคืนเงินให้ถ้าหากลูกค้าจะคืนกระเพราหมูสับมาให้กับทางร้านที่สำคัญทางร้านไม่เข้าใจที่ลูกค้าโพสต์ข้อความแบบนี้ออกไปเพราะทางร้านมองว่าตอนที่ลูกค้าซื้อกระเพราหมูสับไปนั้นก็จ่ายเงินให้กับร้านปกติแต่ทำไมเมื่อไปถึงที่บ้านกับโพสต์ต่อว่าร้านโดยถ้าหากลูกค้าไม่พอใจลูกค้าควรจะแจ้งทางร้านตั้งแต่อยู่ที่ร้านจะได้ไม่ต้องมีการซื้อขายกันเกิดขึ้นและทางร้านเองก็รู้สึกไม่พอใจที่ลูกค้าได้มีการนำข้อความสนทนาในโปรแกรมแชทไปแชร์ใน Facebook ทำให้มีคนเห็นข้อความดังกล่าวเป็นจำนวนมากนั่นเอง

        สำหรับเรื่องนี้หากพูดถึงเรื่องของราคาผัดกระเพราที่ถูกคิดถึง 120 บาทนั้นเป็นใครก็ต้องคิดว่าแพงอยู่แล้วเพราะด้วยราคาที่มีการขายทั่วไปก็เราขายราคาไม่ถึง 50 บาทด้วยซ้ำไปถึงแม้ว่าจะเป็นร้านอาหารใหญ่ๆราคากระเพราหมูสับก็ไม่น่าจะถึง 120 บาท ส่วนทางด้านผู้ที่โพสต์ข้อความนำมาแชร์นั้น

หากมีการพูดคุยตกลงกับทางร้านเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ไม่ควรนำข้อมูลใดๆมาแชร์เพิ่มอีกซึ่งอาจจะแค่บอกได้ว่าทางร้านติดต่อมาขอโทษและขอทำการลบโพสต์ไปก็น่าจะจบเรื่องราวกันแล้วแต่อย่างไรก็ตามการขายของที่แพงเกินจริงในยุคนี้ถือว่าเป็นการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภคเป็นอย่างมากซึ่งเรื่องนี้ทางด้าน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจะลงมาทำการตรวจสอบร้านค้านี้เพื่อไม่ให้คิดเงินค่าอาหารแพงเกินจริงมากนัก

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  สล็อต777คาสิโนออนไลน์

กู้วิกฤติมะพร้าวเกาะเต่าก่อนสูญพันธุ์

อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฏร์ธานี ปัจจุบันนั้นมีเกาะเต่า และเก่าพะงัน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของไทย โดยที่มี มะพร้าว เป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนและมีคุณลักษณะที่เด่นคือ” มะพร้าวใหญ่ ตะโพกโต เนื้อหนา กะลาแข็ง ก้านใหญ่ ทางในยาว เนื้อมะพร้าว2ชั้น น้ำมันใส ในเปลือกเหนียว เนื้อหวานมัน”

โดยอำเภอเกาะพงันนั้นมีพื้นที่ปลูกมะพร้าวจำนวน 22,00ไร่ เฉพาะแค่เกาะเต่าเองมีพื้นที่ปลูก3,000ไร่ แต่เสียดายที่หลายปีที่ผ่านมาสวนมะพร้าวบน 2 เกาะแห่งนี้ ค่อยๆมีปริมาณลดลงเนื่องจากประสบปัญหารการระบาดของศัตรูพืชมะพร้าว คลอบคลุมในหลายชุมชน หมู่บ้านทำให้ชาวสวนประสบปัญหาความเดือดร้อนกันอย่างถ้วนหน้า

นายวิรัตน์ ธรรมบำรุง ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 7 (สวพ.7) กรมวิชาการเกษตร กล่าวว่าได้รับแจ้งจากเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวตำบลเกาะเต่า อำเภอเกาะพะงัน ถึงปัญหาความเดือดร้อนจากการแพร่ระบาดของศัตรูแมลงมะพร้าวจนทำให้สวนมะพร้าวได้รับความเสียหายต้นมะพร้าวล้มตายเป็นจำนวนมาก ซึ่งสวพ.7 ได้รีบจัดเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจลงพื้นที่เพื่อให้การช่วยเหลือเพื่อป้องกันและกำจัดแมลงศัตรูพืช (มะพร้าว)

ทั้งนี้จากการลงพื้นที่พบว่ามีการแพร่ระบาดของศัตรูแมลงมะพร้าว ได้แก่ หนอนหัวตำมะพร้าว ด้วงแรด ด้วงงวงมะพร้าว และแมลงดำหนาม โดยพบการระบาดหนักที่บริเวณบ้านโฉลกบ้านเก่า หมู่ที่3 ตำบลเกาะเต่า โดยเฉพาะด้วงแรดถือว่าเป็นแมลงศัตรูที่สำคัญของเกาะเต่าเป็นสาเหตุที่แรกของการยืนต้นตายของมะพร้าว เนื่องจากเมื่อด้วงแรดเมื่อเจ่าะโคนทางใบมะพร้าวเพื่อดูดกินน้ำเลี้ยง

จากนั้นด้วงงวงจะเข้าไปวางไข่ในรอยแผลดังกล่าวเมื่อขาฟักเป็นตัวหนอนก็จะกัดกินเนื้อเยื่อภายในต้น ส่งผลให้ต้นมะพร้าวแสดงอาการยอดเหี่ยว พับและตาย ในที่สุด ผลผลิตยังไม่พอเพียงกับความต้องการของตลาด ยังต้องประสบปัญหาด้านการผลิตในเรื่องของศัตรูพืช 

ดังนั้นการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน กลุ่มสวพ.7 ได้ลงพื้นที่เพื่อสร้างการรับรู้ การป้องกันและกำจัดแมลงศัตรูมะพร้าว การป้องกันและกำจัดแมลงศัตรูมะพร้าว แก่ชุมชน เพ่อที่จะให้มะพร้าวยังคงมีอย่างต่อเนื่อง เพื่อความสมดุลของธรรมชาติ

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  คาสิโนออนไลน์888

ความลับไม่มีในโลก อย่าพูดโกหก 

 

          กระแสร้อนแรงที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้เกี่ยวกับการทะเลาะกันและการออกมาแฉกันระหว่างนักร้องลูกทุ่งหญิงกับนักร้องลูกทุ่งชายที่ได้มีการสร้างผลงานเพลงร่วมกันและโด่งดังไปทั่วโลกสำหรับเพลงเลิกคุยทั้งอำเภอ   เชื่อว่าหากใครได้ยินชื่อเพลงนี้ก็ต้องรู้กันดีว่าตอนนี้ที่กำลังมีข่าวดังเกี่ยวกับการออกมาแฉเรื่องของผลประโยชน์ที่ได้รับไม่เป็นธรรมระหว่างนักร้องชายกับนักร้องหญิงนั้นเป็นการทะเลาะกันระหว่างใคร

ซึ่งเพลงดังกล่าวนั้นมีการระบุเอาไว้ว่าคนที่ร้องเพลงนั้นคือลิลลี่ซึ่งเป็นน้องสาวของเจนนี่ได้มีการร้องเพลงคู่กับนักร้องลูกทุ่งที่ชื่อเก้า  เกริกพล เพลงนี้คนที่มีการแต่งก็คือเจนนี่พี่สาวของนักร้องลิลลี่นั่นเองส่วนเรื่องของการแบ่งผลประโยชน์ไม่ลงตัวนั้นเกิดการทะเลาะกันระหว่างเจนนี่กับ   เก้า  เกริกพล  ซึ่งถ้าหากใครได้มีการติดตามข่าวสารจะเห็นเกี่ยวกับการที่เจนนี่ออกมาชี้แจงตามรายการต่างๆรวมถึงชี้แจงผ่านทางไลฟ์สดของตนเอง

เกี่ยวกับส่วนแบ่งที่แบ่งให้กับ 9 เกิดผลน้อยในขณะที่ตัวเก้าเกริกพลเองก็ออกมาพูดเกี่ยวกับเรื่องของเงินค่าตัวตามกิจกรรมต่างๆที่ไปออกรายการร่วมกันไม่ว่าจะเป็นส่วนแบ่งผ่านทาง YouTube ที่มีคนเข้าไปฟังเพลงของทั้งคู่หรือส่วนแบ่งผ่านทางรายการโหนกระแสซึ่งทางเจนนี่เองได้มีการพูดถึงเรื่องเงินที่ให้กับเก้าเกริกพลน้อยกว่าเก้าเกริกพลนั้นไม่ได้เป็นนักร้องในสังกัดของตนเอง 

ส่วนเงินค่าตัวที่ออกรายการโหนกระแสเจนนี่ก็ออกมาบอกว่าได้จากรายการโหนกระแสแค่เพียง 3000 บาทเท่านั้นดังนั้นจึงต้องแบ่งให้กับน้องสาวซึ่งเป็นลิลลี่ที่เป็นนักร้องและยังต้องจ่ายค่าเช่ารถค่าเช่าโรงแรมจึงมีการแบ่งให้เก้าเกริกพลแค่เพียง 500 บาทเท่านั้นซึ่งเมื่อมีการไหลแบบนี้ออกมาทางด้านโหนกระแสเองก็ได้ออกมาพูดถึงเกี่ยวกับเงินที่จะให้กับเจนนี่และเก้าเกริกพลว่าทางบริษัทโหนกระแสได้มีการจ่ายไปทั้งหมด 10,000 บาท

ซึ่งทางด้านผู้ดำเนินรายการและเป็นเจ้าของกิจการอย่างกรรชัยกำเนิดพลอยก็ได้มีการนำหลักฐานเป็นใบเสร็จรับเงินสิ้นเจนนี่เป็นคนมาเซ็นรับเงินด้วยตนเองและมียอดเงิน 10,000 บาทซึ่งไม่ตรงกับคำพูดที่ทางเจนนี่นั้นได้มีการพูดอธิบายเอาไว้อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่ข้อมูลเดียวที่จะหนี้ให้ข้อมูลที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงยังมีอีกหลายอย่างที่มีหลักฐานอ้างอิงว่าคำพูดของเจนนี่นั้นไม่สามารถเชื่อถือได้

ซึ่งคนในวงการบันเทิงต่างก็เริ่มทยอยกันออกมาแฉกับพฤติกรรมของเจนนี่ สำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้การหาความจริงว่าใครให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องนั้นหาได้ง่ายมากเพราะทุกรายการที่ทั้งคู่ไปออกรายการร่วมกันย่อมมีใบเสร็จรับเงินที่ทางรายการจ่ายให้กับนักร้องนักแสดงอยู่แล้วดังนั้น เพียงแค่ทางรายการนำใบเสร็จรับเงินของแต่ละรายการออกมาแสดงผ่านทางสื่อก็จะเห็นได้ทันทีเลยว่าใครกันแน่ที่เป็นคนโกหก

 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย    sa casino ฟรี300