Category ข่าวทั่วไป

คนใจบาปตายไปตกนรกเพราะงัดตู้บริจาคเงินของวัด

          ที่จังหวัดนครปฐมมีการเผยแพร่คลิปเป็นกล้องวงจรปิดของทางวัดที่สามารถจับภาพคนร้ายที่เข้ามาขโมยเงินวัดจากตู้รับบริจาคเงินช่วยเหลือจากชาวบ้านเหตุการณ์ที่มีกลุ่มโจรไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิงที่ทำทีเข้ามาทำบุญไหว้พระกับไหว้พระพุทธรูปภายในบริเวณวัดหลังจากที่ไม่มีใครมองก็มักจะงัดตู้บริจาคเงินของวัดขโมยของมีค่าของวัดนำไปขาย

ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้คือกลุ่มคนที่มีความบาปหนาเป็นอย่างมากซึ่งตายไปพรุ่งนี้จะตกนรกไปเป็นผีเปรตเหตุการณ์ที่จังหวัดถูกขโมยเงินบริจาคเกิดขึ้นบ่อยครั้งอย่างมากก่อนหน้านี้จนมักจะเข้ามาขโมยพระพุทธรูปภายในบริเวณวัดเพื่อนำไปขายแต่ภายหลังพระพุทธรูปส่วนใหญ่สร้างจากหินปูนมีขนาดใหญ่และหนักที่สำคัญไม่ใช่พระพุทธรูปเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ

จึงทำให้ขโมยไปขายก็ไม่ได้มีราคาโจรส่วนใหญ่จึงเปลี่ยนวิธีการขโมยข้าวของภายในวัดแทนที่จะเป็นการขโมยพระพุทธรูปก็กลับมาเป็นการขโมยเงินตู้รับบริจาคภายในวัดซึ่งจะเป็นเงินที่ชาวบ้านที่มาทำบุญที่วัดได้มีการหยอดใส่เอาไว้ที่ตู้เพื่อให้พระสงฆ์นำเงินดังกล่าวไปบูรณะซ่อมแซมวัดหรือไปจ่ายเป็นพวกค่าน้ำค่าไฟให้กับวัด

ซึ่งช่วงหลังๆมานี้ไปวัดมักจะถูกขโมยเงินบริจาคนี้จึงจำเป็นต้องมีการติดกล้องวงจรปิดเอาไว้เพื่อติดตามหาตัวขโมยและในเหตุการณ์ครั้งนี้ที่วัดบางช้างใต้จังหวัดนครปฐมก็ถูกเหตุการณ์ที่มีโจรมาขโมยเงินภายในวัดจากตู้รับบริจาคโดยมีการขโมยเงินของวัดไปเมื่อวันที่ 5 เดือนพฤษภาคมปีพศ 2563

หลังจากที่เจ้าอาวาสได้มีการเปิดกล้องวงจรปิดดูก็พบว่าเป็นชายสวมใส่หน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้าคำที่คล้ายกับว่าจะมากราบไหว้พระพุทธรูปภายในอุโบสถหลังจากนั้นเมื่อไม่มีใครสังเกตเห็นชายคนดังกล่าวก็มีการขโมยเงินของวัดไปซึ่งทางเจ้าอาวาสและชาวบ้านจึงได้นำคลิปหน้าตาของหัวขโมยมาเผยแพร่ผ่านทางโลกโซเชียล

เพื่อหวังว่าหากใครพอที่จะจำหน้าใช้หัวขโมยคนนั้นได้จะได้เป็นเบาะแสในการแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีและถึงแม้ว่า อาจจะแนะนำตัวคนร้ายมาไม่ได้เพราะคนร้ายมีการปิดบังใบหน้าแต่เชื่อเถอะว่าบทลงโทษนอกจากทางกฎหมายแล้วทางธรรมก็ยังมีบทลงโทษกับคนที่คิดร้ายอย่างนี้

ด้วยเช่นเดียวกันแม้เขาอาจจะไม่ได้รับโทษทางในครั้งนี้ตอนที่ยังมีชีวิตแต่เมื่อใดก็ตามที่เขาเสียชีวิตไปแล้วเขาจะได้เจอโทษจากสิ่งที่เขาทำจริงๆ หรือบางคนอาจจะสำนึกได้ในตอนที่ยังไม่ตายก็ได้เขาบาปเรานั้นมักจะอยู่ในใจของคนที่ทำความผิดอยู่เสมอ

 

สนับสนุนโดย  bk8 ฝากเงิน

สุดสลดใจพี่วัย 15 ปีลงไปช่วยน้องที่จมน้ำ

สุดสลดใจพี่วัย 15 ปีลงไปช่วยน้องที่จมน้ำทำตนเองเสียชีวิตแต่น้องรอด 

       เหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้น ที่จังหวัดขอนแก่นเมื่อมีการเกิดเหตุการณ์ที่น่าสลดใจเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 เดือนพฤษภาคมปี พ.ศ. 2563  เมื่อมีคุณปู่ท่านหนึ่งอายุประมาณ 68 ปีได้พาหลานๆจำนวน 4 คนออกไปหากินด้วยการงมหอยที่ริมแม่น้ำลำคลอง

ซึ่งผู้เป็นปู่เป็นคนงมหาหอยหวานๆทั้ง 4 คนก็เล่นน้ำอยู่ใกล้ๆกันนั่นเองโดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ปู่ของเด็กๆเล่าให้เจ้าหน้าที่ตำรวจฟังว่าคุณปู่ได้ชักชวนหลานๆทั้ง 4 คน  มาช่วยกันงมหอยเพื่อนำไปประกอบอาหารในช่วงตอนเย็นซึ่งผู้เป็นโปรนั้นก็ได้งมหาหอยอยู่แถวๆริมตลิ่งโดยมีหลานๆเล่นน้ำอยู่ไม่ไกลจากคูมากนักห่างกันแค่เพียงประมาณ 50 เมตรเท่านั้นเอง

หลวงปู่มัวแต่งมหาหอยจึงไม่ได้ดูหลานเพราะเห็นว่ามีพี่คนโตอายุ 15 ปีคอยดูแลน้องๆอยู่หลังจากนั้นไม่นานหลานวัย 13 ปีคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามาหาปู่เลยบอกว่าพี่สาวคนโตวัย 15 ปีจมน้ำปู่จะได้รีบมาดูและตะโกนให้คนแถวนั้นซึ่งเป็นชาวบ้านที่ออกมาหาปลาด้วยกันมาช่วยกันงมหาร่างของหลานสาววัย 15 ปีโดยใช้เวลาแค่เพียง 10 นาที

ก็พบร่างของหลานสาวอยู่ใต้น้ำจึงนำร่างของหลานสาวขึ้นมาบนบกแล้วช่วยกันปฐมพยาบาลเบื้องต้นด้วยการผายปอดและปั๊มหัวใจแต่เขาไม่สามารถช่วยชีวิตหลานสาวไว้ได้ซึ่งขณะที่มีการช่วยเหลือปฐมพยาบาลนั้นก็ได้มีการโทรแจ้ง 1669 แต่ทางเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเดินทางมาทันได้หลานเสียชีวิตไปซะก่อน

         ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้เด็กสาววัย 13 ปีซึ่งเป็นกลุ่มที่อยู่ในจำนวนหลานผู้เสียชีวิตนั้นได้เล่าให้ทั้งปู่และเจ้าหน้าที่ตำรวจฟังว่าพวกตอนทั้ง 4 คนกำลังเล่นน้ำกันอยู่ตรงริมตลิ่งแต่ปรากฏว่าน้องคนเล็กวัย 9 ขวบได้มีการลื่นไถลออกไปแถวกลางแม่น้ำเมื่อพี่วัย 15 ปีเห็นจะได้ลอยคอไปช่วยน้องซึ่งก็สามารถนำน้องมาส่งที่ฝังได้แล้วแต่ระหว่างที่กำลังจะขึ้น

ฝั่งนั้นมีกระแสน้ำไหลมาแล้วพัดร่างของพี่ไปตรงบริเวณที่เป็นร่องน้ำวนทำให้ร่างของพี่ถูกพัดลมหายไปซึ่งพวกเราทั้งสามคนไม่สามารถช่วยเหลือพี่วัย 15 ปีได้เลยจึงทำได้เพียงแค่วิ่งไปตามให้ปู่มาช่วยพี่สาวเท่านั้นแต่ก็ปรากฏว่าน้ำไม่ทันช่วยขึ้นมาได้แต่พี่สาวก็เสียชีวิตไปเสียแล้ว

     ซึ่งในตอนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาถึงก็ปรากฏว่าหญิงสาววัย 15 ปีเสียชีวิตแล้วโดยมีผู้เป็นตาและสาวคนอื่นๆยืนรออยู่ข้างๆศพของหญิงสาววัย 15 ปี

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  bk8 ฟรี เครดิต

สาวสองโพสต์คลิปขอโทษพนักงานส่งอาหาร

สาวสองโพสต์คลิปขอโทษพนักงานส่งอาหาร  วอนสังคมให้อภัย

          ยังจำกันได้ดีกับสาวประเภทสองคนหนึ่งที่มีการสั่งอาหารจากพนักงานส่งอาหาร บริษัทหนึ่งซึ่งเธอต้องการให้พนักงานขึ้นไปส่งอาหารเธอบนคอนโดเนื่องจากว่าเธอมีอาการไม่สบายเป็นไข้ขึ้นสูงเธอจึงไม่อยากลงมาสัมผัสกับบุคคลข้างนอกแต่เนื่องจากตัวพนักงานเองนั้นก็ถูกสั่งห้ามจากทางบริษัทเหมือนกันว่าห้ามขึ้นไปส่งอาหารให้กับลูกค้าถึงข้างบน

โดยเน้นย้ำว่าพนักงานจะต้องรอส่งอาหารแค่ใต้คอนโดเท่านั้นซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้สาวประเภทสองคนดังกล่าวไม่พอใจอย่างมากที่พนักงานไม่ยอมขึ้นไปในขณะที่พนักงานเองก็พยายามอธิบายถึงเหตุผลที่เขาไม่สามารถขึ้นไปส่งของให้ทราบได้

ซึ่งคลิปวีดีโอดังกล่าวถูกเผยแพร่และเป็นที่โด่งดังเป็นอย่างมากและภายหลังจากที่มีการเผยแพร่ออกไปทางบริษัทของสาวประเภทสองที่ทำงานอยู่เป็นบริษัทขายรถยนต์นิสสันก็ได้ออกมาประกาศจุดยืนถึงพฤติกรรมของพนักงานโดยมีการลงโทษพนักงานคนดังกล่าวด้วยการประกาศไล่ออกให้มีผลทันทีซึ่งหลังจากที่มีเอกสารจากทางบริษัทนิสสันประกาศไล่ออกพนักงานคนดังกล่าวทำให้สาวประเภทสองซึ่งเธอมีอาชีพเป็นเซลล์ให้กับบริษัทนิสสันต้องออกมาโพสต์คลิปขอโทษสังคมรวมถึงขอโทษพนักงานส่งอาหาร

โดยในขณะนี้เธอได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมากเนื่องจากว่าร้ายคนในโลกโซเชียลได้มีการหาข้อมูลส่วนตัวของเธอว่าเป็นใครอยู่ที่ไหนและมีการส่งข้อความมาต่อว่าเธอกันอย่างมากมายรวมถึงเธอเองก็ถูกกระแสต่อต้านจากทางสังคมและทางบริษัทที่เธอทำงานอยู่ทำให้ตอนนี้เธอรู้สึกว่าเธอ เสียใจมากเพราะเธอได้รับผลกระทบอย่างหนักมาก

ในครั้งนี้ซึ่งในตอนที่เธออัดคลิปนั้นเธอยังมีการรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งเนื่องจากว่าเธอยังมีการไข้ขึ้นสูงอยู่แต่ยังไม่แน่ชัดว่าเธอมีอาการป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรน่าหรือไม่ซึ่งเธอได้อธิบายเหตุผลในฝั่งของเธอเกี่ยวกับที่เธอไม่อยากจะลงมารับของเพราะเธอกลัวว่าเธออาจจะป่วยเป็นไวรัสโคโรน่าแล้วอาจจะแพร่เชื้อให้กับคนอื่น

ซึ่งในขณะเดียวกันหลายคนก็มองว่าสิ่งที่เธอทำนั้นหลายคนเข้าใจแต่สิ่งที่ทุกคนไม่พอใจนั้นก็คือเธอพูดจาหยาบคายใส่กับพนักงานส่งของมากเกินไปโดยไม่มองว่าเขาเป็นคนทำงานคนหนึ่งเลยทั้งที่ตัวเธอเองนั้น

ก็เป็นพนักงานที่ต้องรองรับอารมณ์ลูกค้าเช่นเดียวกันน่าจะเข้าใจหัวอกกันดีอีกทั้งในขณะที่เธอบอกว่าเธอกลัวว่าเธอจะติดเชื้อไวรัสโคโรน่าเธอไม่อยากจะเอาเชื้อมาแพร่ให้กับคนอื่นนั้นขนาดที่เธอลงมาต่อว่าพนักงานส่งของเธอกลับไม่สมใส่หน้ากากอนามัยซึ่งมันเป็นการย้อนแย้งกันมากระหว่างที่เธอพูดและเป็นการกระทำของเธอ

 

สนับสนุนโดย  9luck

หนี้นอกระบบทำตำรวจสันติบาลต้องกลายเป็นโจรปล้นแบงค์

  เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. บางประกง ได้รับแจ้งเหตุพบชายต้องสงสัยมาเดินอยู่ที่หน้าธนาคาร กสิกรไทย สาขาบางบัว อยู่บางนาตราด กม. 42 โดยชายคนดังกล่าวแต่งกายด้วยเสื้อแขนยาว และใส่กางเกงขายาวสีดำ ที่สำคัญเขาใส่หมวกและใส่หน้ากากปิดบังหน้าตา และยังมีการสะพายเป้อยู่ด้านหลัง

ดูแล้วน่าสงสัยเป็นชาวบ้านจึงได้โทรแจ้งให้ตำรวจช่วยมาตรวจสอบและเมื่อเดินทางมาถึง ทางเจ้าหน้าที่ได้ขอค้นตัวชายคนดังกล่าว แต่ชายคนดังกล่าวขัดขืน แถมยังอ้างว่าตัวเองก็เป็นตำรวจ ซึ่งเป็นตำรวจสันติบาล แต่เมื่อถามเรื่องการแต่งตัว เขาก็ไม่ยอมพูดอะไร เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เข้าล็อคตัวและทำการค้นตัวทำให้พบว่าเขาพกปืนมาไว้ในถุงกระดาษสีน้ำตาลและพบว่าปืนดังกล่าวได้ขึ้นลำกล้อง เอาไว้ด้วย

และเมื่อค้นกระเป๋าก็ยังพบกระสุนปืนอีกเป็นจำนวนมาก  และที่สำคัญเมื่อค้นตัวชายคนดังกล่าวกลับพบว่า เขาใส่เสื้อสองชั้นและกางเกงอีกสองชั้น ซึ่งน่าสงสัยว่าอาจจะมาก่อเหตุเสร็จแล้วก็จะทำการเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้ ซึ่งระหว่างการจับกุมตัว ชายคนดังกล่าวไม่ยอมพูดอะไรเลย

จะให้ข้อมูลในชั้นศาลเท่านั้น และเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวมาที่โรงพัก ในที่สุดเขาก็ให้การรับสารภาพว่าตนเองไม่ใช่ตำรวจจริงและที่ไปยืนอยู่ที่หน้าธนาคารกสิกรไทยนั้นเพราะกำลังจะลงมือก่อเหตุปล้นธนาคารจริงจริง โดยเขาให้เหตุผลของการคิดก่อเหตุในครั้งนี้นั้นก็เพราะว่าตอนนี้เขามีหนี้สินอยู่เกือบประมาณสี่แสนบาท

โดยมีทั้งหนี้ในระบบ และยังมีหนี้นอกระบบอีก อีกทั้งตอนนี้เมียของเขาก็ยังมาตกงานอีก และในช่วงที่โควิด-19 ระบาดนี้ทำให้หาเงินมาใช้หนี้ไม่ได้เลย ทำให้เขาเกิดความเครียดเป็นอย่างมากจึงได้ตัดสินใจที่จะมาก่อเหตุปล้นธนาคารดังกล่าว โดยตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเตรียมการขยายผล ว่าคนร้ายได้นำอาวุธปืนมาจากไหน

เนื่องจากในกระเป๋าของคนร้ายมีทั้งอาวุธปืนและมีกระสุนเยอะมาก  ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบชื่อคนร้ายว่าชื่อว่า นายปัณเทพย์ และคนที่เห็นเหตุการณ์บอกให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ก่อนที่คนร้ายจะถูกตำรวจคุมตัว คนร้ายได้เดินมาหาตนเองที่ร้าน

ซึ่งตอนนี้เธอกำลังตั้งร้านอยู่ โดยชายคนดังกล่าวแต่งกายมิดชิดและมาถามเธอว่าธนาคารมีการวัดอุณหภูมิหรือไม่ ซึ่งเธอก็บอกว่าก็วัดอุณหภูมิปกตินั่นแหละ หลังจากนั้นชายคนดังกล่าวก็ไปคุยกับ รปภ. ที่หน้าธนาคาร และเธอก็มารู้ภายหลังว่าเขาเป็นคนร้ายที่กำลังจะปล้นธนาคารนั่นเอง

 

ขอบคุณที่ให้การสนับสนุนโดย  sagame

หนุ่มหายตัวปริศนาที่จังหวัดแพร่

      ชายหนุ่มเป็นคนจังหวัดแพร่ เดินทางเข้าป่าพร้อมกับหมาคู่ใจชื่อว่าไอ้ขาว เมื่อวันที่ 4 เดือนเมษายน ปี พ.ศ. 2563  ซึ่งผ่านไปหลายวันชาวบ้านพบว่าหมาของชายหนุ่มเดินทางกลับออกมาจากป่าตัวเดียว เมื่อวันที่ 6 เดือนเมษายน ปี พ.ศ. 2563 

หลังจากนั้นภรรยาของชายหนุ่มที่หลงป่าก็พาญาติออกติดตามหาตัวแต่ก็ไม่พบประมาณวันที่ 10เมษายน จึงได้มีการเชิญพระมาทำบุญเพื่อทำเรื่องเปิดป่าขอให้สามารถตามหาตัวชายหนุ่มเจอและในวันที่ 11 เมษายนชาวบ้านและภรรยาก็ไปพบศพของชายหนุ่มที่ตามหาอยู่

      โดยเหตุการณ์ในครั้งนี้ภรรยาของชายหนุ่มคนดังกล่าวได้มีการเล่าเรื่องราวให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจและนักข่าวฟังว่าชายหนุ่มที่กำลังเป็นข่าวอยู่นี้ชื่อว่าคุณบุญแปง โดยปกติแล้วคุณบนแปลงมักจะออกไปหาของป่ามาขายอยู่เสมอซึ่งในครั้งนี้คุณแปลงก็มีการเตรียมข้าวของการเดินป่าไม่ว่าจะเป็นอาหารกระป๋องข้าวสารนมและน้ำเดินทางเข้าป่า

โดยมีการออกจากบ้านไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 4 เมษายนซึ่งไปพร้อมกับหมาคู่ใจของเขานั่นก็คือไอ้ขาวหรือล่าสุดที่ภรรยาของคุณแปลงเห็นสามีของตนเองนั้นก็คือขี่รถจักรยานยนต์ออกไปหลังจากวันที่ 4 เมษายนเป็นต้นไม้ภรรยาก็ไม่เห็นสามีของตนเองอีกเลยแต่พอวันที่ 6 เมษายนหมาที่ไปพร้อมกับคุณแปลงก็เดินทางกลับมาที่บ้าน

แต่ก็ไม่เห็นตัวคุณแปลงจึงได้ที่ออกตามหาโดยมีการเชื่อกันว่าคุณมนแปลงน่าจะมีการหลงป่าอยู่แต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอจนวันที่ 10 เมษายนจึงได้เชิญพระสงฆ์มาทำพิธีเปิดป่าเพราะเชื่อว่าอาจจะโดนสิ่งศักดิ์สิทธิ์บังตาไม่ให้มองเห็นหลังจากทำพิธีเปิดป่าเสร็จแล้ววันที่ 11 เมษายนชาวบ้านก็มาพบคุณแปลงตกเหวชีวิตอยู่จากการชันสูตรศพพบว่ามีการเสียชีวิตมานานแล้ว

ซึ่งก็มีการสันนิษฐานกันว่าคุณแปรงน่าจะมีการหน้ามืดเพราะอากาศร้อนแล้วอาจจะเผลอร่วงลงไปในเหวซึ่งทำให้เสียชีวิตได้แต่หลายคนก็เชื่อว่าในป่านั้นมีสิ่งเร้นลับมีอาถรรพ์และเชื่อว่าการที่ตามหาคุณบุญแปลงไม่เจอสักทีนั้นมาจากการที่เจ้าป่าเจ้าเขาอาจจะบังตา ทำให้ชาวบ้านที่ออกตามหาตั้งแต่เมื่อวันที่ 6 ไม่พบกับคุณบุญแปลงทั้งที่ชาวบ้าน

ก็ผ่านมาบริเวณจุดนี้แต่ก็ไม่พบบางคนก็บอกว่าที่คุณแปลงต้องมาประสบเหตุในครั้งนี้เพราะว่าเจ้าป่าเจ้าเขาอาจจะต้องการตัวตายตัวแทนซึ่งส่วนใหญ่ก็วิจารณ์กันไปถึงเรื่องของความลี้ลับสำหรับศพของคุณแปลงนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการส่งพิสูจน์หลักฐานต่อไป

 

ขอขอบคุณเว็บ  sagame  ที่ให้การสนับสนุน

สาเหตุที่ทำให้ลำปางปลอดเชื้อโควิด 19 

ก่อนอื่นต้องบอกว่าทำไมเราต้องพูดถึงเรื่องของลำปางก็เพราะว่าในจังหวัดลำปางเป็นหนึ่งในไม่กี่จังหวัดของประเทศไทยเรานี้ซึ่งจากข้อมูลที่มีว่า 13 จังหวัดนั้น ที่มีการปลอดจากโลกแล้วจังหวัดลำปางก็เป็นจังหวัดใหญ่ ถือว่าค่อนข้างเก่งนะในการที่ทำให้จังหวัดของท่านนั้นเป็นจังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อว่าเป็นศูนย์ 

โดยเราจะย้อนไปดูว่าจังหวัดในภาคเหนือถือว่าเป็นจังหวัดใหญ่และจังหวัดลำปางก็ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดจังหวัดหนึ่งในประเทศไทย โดยมีข้อมูลพื้นฐานดังต่อไปนี้ เนื้อที่ประมาณ 7,833,726 ไร่แต่มีประชากรไม่มากเท่าไหร่นะ เท่ากับว่าความบางของประชากรนั้นบาง โดยประชากรมีเพียงแค่ 738,316 คนข้อมูลนี้จากเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งอาณาเขตทางเหนือติดต่อกับเชียงรายทางทิศใต้ก็ติดต่อกับตากทางทิศตะวันออกติดต่อกับจังหวัดแพร่

 และตะวันออกเฉียงเหนือติดต่อกับจังหวัดพะเยา ทิศตะวันออกเฉียงใต้ติดต่อกับสุโขทัย ส่วนทางด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือก็ไปติดต่อกับ จังหวัดเชียงใหม่และก็จังหวัดลำพูน เรื่องจะเห็นได้ว่ารายล้อมไปด้วยผู้ที่ติดเชื้อโควิก ที่มีค่อนข้างเยอะพอสมควรและมีจังหวัดที่น่าชมจังหวัดก็คือจังหวัดน่าน คือถ้าเลยแพ้ออกไปนั่นก็คือหน้าและนั่นก็คือและนั่นคือจังหวัดใหญ่ ที่นั่นก็ยังไม่มีผู้ป่วย ทำให้ไม่มียอดผู้ป่วยหรือญาติผู้ป่วยนั้นเป็นศูนย์นั่นเอง เพลงเราคงต้องมาชื่นชมกัน 

จะเห็นได้ว่าลำปางนั้นคือพื้นที่ใกล้เคียงกลับเชียงใหม่ที่ติดโรคไปแล้ว 30 คน ซึ่งมีลำพูนปิดไปแล้ว 2 คน แม่ฮ่องสอน 5 และตาก 2 สุโขทัย 3และแพร่ 1พะเยาอีก 2 ซึ่งจะเห็นได้ว่าลำปางนั้นไม่พบผู้ติดเชื้อดังนั้นมีความสงสัยว่าลำปางเขามีวิธีการจัดการอย่างไรกัน ซึ่งมีการสงสัยว่าท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นเขามีการเตรียมตัวในการรับมือเกี่ยวกับเชื้อไวรัสชนิดนี้อย่างไร ดังนั้นเราได้คำตอบว่าเขาได้มีการเริ่มรับมือตั้งแต่ที่อู่ฮั่นนั้นมีการปิดเมือง

 ซึ่งเขานั้นได้มีการวางแผนมาตั้งแต่อู่ฮั่นของจีนนั้นได้มีการปิดเมืองซึ่งอู่ฮั่นนั้นมีการปิดเมืองตั้งแต่23 มกราคมตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาหลังจากนั้น 24 วันก็ได้มีผู้ติดเชื้อตามมาซึ่งหลังจากนั้นพอรู้ว่าอั้นเป็นเมืองทางผู้ว่าราชการจะได้มีมาตรการในการจัดการเพื่อเป็นการจัดการรับเชื้อไวรัสซึ่งเขาได้มีการเรียกประชุมในวันรุ่งขึ้นของการปิดเมืองของอู่ฮั่นในทันที

โดยประกาศเรียกทุกฝ่ายในจังหวัดนั้นเข้ารับการประชุมร่วมกันโดยการนำข้อมูลของอู่ฮั่นไปบันทึกและวิเคราะห์ในรูปแบบต่างๆโดยมีการหาสาเหตุของการแพร่ระบาดหาแนวทางรับมือกับไวรัสและมีการศึกษาถึงธรรมชาติของไวรัสโคโรน่าว่ามันมีลักษณะอย่างไรซึ่งพูดง่ายๆว่าเราได้เตรียมตัวตั้งแต่รู้เรื่องจึงทำให้เขาพัฒนาและรับมือกับเชื้อโรคเหล่านี้ได้เป็นอย่างดีจึงทำให้ทั้งจังหวัดของเขาปลอดเชื้อมาจนถึงทุกวันนี้นั้นเอง

 

สนับสนุนโดยเว็บ  bk8

แมลงวันบุกบ้านชาวจังหวัดฉะเชิงเทราเดือดร้อนหนักมาก

       มีรายงานข่าวแสดงถึงความเดือดร้อนของชาวบ้านอำเภอพนมสารคามจังหวัดฉะเชิงเทราว่าในขณะนี้มีชาวบ้านที่อยู่ในหมู่บ้านหนองกะพ้อได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมากจากเหล่าแมลงวันที่บินมารบกวนชาวบ้านซึ่งแมลงวันที่บุกเข้ามารบกวนชาวบ้านเขาหมู่บ้านนี้ไม่ใช่เพียงแค่ตัวสองตัวเท่านั้นแต่มีมากนับเป็นหมื่นเป็นแสนตัวเลยทีเดียวโดยในหมู่บ้านนี้มีประชากรหลายร้อยหลังคาเรือนซึ่งแต่ละหลังคาเรือนต่างก็ได้รับความเดือดร้อนจากแมลงวันเหล่านี้เป็นจำนวนมาก

โดยพวกมันบุกเข้าไปทางในห้องน้ำ   ห้องนอน   ห้องกับข้าว  ทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมากซึ่งปัจจุบันวิธีการแก้ไขของชาวบ้านทำได้เพียงซื้อที่ดักแมลงวันมาเท่านั้นแต่ก็สร้างผลกระทบให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมากเพราะต้องเสียเงินเป็นจำนวนมากในการซื้อที่ดักแมลงวันมาใช้และถึงแม้จะซื้อที่ดักแมลงวันมาใช้จับแมลงวันเสาร์นี้

แต่ก็ไม่เพียงพอกับจำนวนแมลงวันที่มีมากขึ้นเรื่อยๆเรื่องชาวบ้านต่างก็วิตกกังวลกันเป็นอย่างมากกว่าแมลงวันเหล่านี้จะเป็นพาหะนำเชื้อโรคมาสู่หมู่บ้านทำให้หมู่บ้านอาจจะเกิดเชื้อโรคแปลกใหม่เกิดขึ้นอีกเพราะตอนนี้แค่เพียงเชื้อไวรัสโควิด-19 ก็เดือดร้อนมากพออยู่แล้ว  หากต้องมาเจอเชื้อโรคกับแมลงวันอีกเกรงว่าหมู่บ้านจะแย่ลงกว่าเดิมมาก  ซึ่งชาวบ้านก็พากันถ่ายภาพแมลงวันที่ลูกหลานเข้าไปในบ้านของตนเองออกมาเผยแพร่ให้ชาวโซเชียลได้เห็นกัน

ซึ่งเป็นภาพที่น่ากลัวมากเพราะเราจะเห็นได้ว่าแมลงวันเกาะอยู่ตามผนังและพื้นจนแทบจะมองไม่เห็นพื้นเลยทีเดียวมองเห็นแต่ตัวแมลงวันเกาะเต็มไปหมดซึ่งเป็นภาพที่ไม่น่าชมเป็นอย่างมากแต่ถ้าหากเป็นชาวบ้านที่อยู่ในหมู่บ้านที่ต้องเจอกับแมลงวันเหล่านี้เป็นประจำทุกวัน คงจะรู้สึกรำคาญและต่างก็คงต้องกลัวเธอโรคจากแมลงวันเหล่านี้กันบ้างจริงๆดูจากสถานการณ์แล้วแทบไม่น่าจะอาศัยอยู่ในบ้านที่มีแมลงวันดังกล่าวได้เลยโดยชาวบ้านให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าแมลงวันที่มีมานี้คาดว่าจะมาจากสถานที่ที่เปิดเลี้ยงหมู  เป็ด   ไก่  

ซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์แมลงวันอย่างดีเยี่ยมดังนั้นชาวบ้านจึงต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูพื้นที่ตามสถานที่เลี้ยงเป็ดไก่เหล่านั้นว่ามีแมลงวันมากน้อยแค่ไหนและให้ช่วยกำจัดแมลงวันเหล่านั้นไปเพราะเกรงว่าจะเกิดอันตรายและเกิดเชื้อโรคขึ้นมาใหม่จากแมลงวันที่เป็นพาหะนำเชื้อโรคมาอย่างไรก็ดี

เรื่องนี้คงต้องรอให้ทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามเชื้อโรคหรือกลุ่มสุขอนามัยต่างๆให้ลงมาดูพื้นที่พร้อมจัดหาวิธีกำจัดแมลงวันเหล่านี้อาจจะต้องมีการฉีดพ่นยาฆ่าแมลงวันเพื่อทำความสะอาดหมู่บ้านเพราะไม่ฉะนั้นหนึ่งในโลกที่จะเกิดขึ้นกับหมู่บ้านแห่งนี้คืออหิวาตกโรคแน่นอนเพราะแมลงวันเป็นพาหนะในการนำเชื้อโรคมาสู่มนุษย์ได้หลายโรคเลยทีเดียว 

เมียศรรามงามหน้าแจ้งจับข้อหาหลอกขายหน้ากากอนามัยปลอม

  ภรรยาคนสวยของพระเอกหนุ่มคนดังศรราม  เทพพิทักษ์  ได้ถูกผู้เสียหายคนหนึ่งเดินทางเข้ามาแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวกับการที่ภรรยาคนสวยของพระเอกคนดังได้หรอขายหน้ากากอนามัยให้เป็นจำนวนเงินเกือบล้านบาทโดยทางผู้เสียหายแจ้งว่ามีการสั่งหน้ากากอนามัยจากภรรยาของศรรามเทพพิทักษ์เป็นจำนวนมากถึงสองแสนชิ้น ด้วยกัน 

ซึ่งการเข้าแจ้งความในครั้งนี้ผู้เสียหายได้นำตัวนายอัจฉริยะมาเป็นทนายความบริการแจ้งความในครั้งนี้ด้วยโดยทางผู้เสียหายอ้างว่าภรรยาของนายศรรามเทพพิทักษ์ได้รับปากจะมีการส่งของให้จำนวนสองแสน ชิ้นตั้งแต่เมื่อวันที่ 13 เดือนมีนาคมแต่จนถึงณปัจจุบันก็ยังไม่ได้สินค้าและเมื่อต้องการจะให้โอนเงินคืนพญาของศรรามก็ทำการบ่ายเบี่ยงไม่ยอมโอนเงินคืนกลับมาให้โดยเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อภรรยาของศรรามเทพพิทักษ์ได้มีการประกาศขายหน้ากากอนามัยผ่านทาง facebook

ผู้เสียหายจึงดำเนินการสอบถามฝ่ายต่างๆและได้มีการนัดสั่งซื้อสินค้ากันเนื่องจากเห็นว่าผู้ขายเป็นถึงภรรยาของพระเอกดังแล้วก็สามารถส่งเอกสารรวมถึงถ่ายรูปสินค้าและระบุมีการนัดหมายกันอย่างชัดเจนเธอจึงได้ทำการตัดสินใจซื้อสั่งหน้ากากอนามัยไป  โดยทางภรรยาของนายศรรามระบุว่าหน้ากากอนามัยที่รับมานี้ส่งตรงมาจากประเทศเวียดนามเธอสามารถนำเข้ามาได้ในราคาถูกซึ่งภรรยาของนายศรรามเทพพิทักษ์ได้ขายให้เธอในราคาชิ้นละ 9 บาท 50 สตางค์

ดังนั้นเธอจึงได้โอนเงินไปให้ภรรยาของนายศรรามโดยครั้งแรกโอนไปสี่แสน บาทหลังจากนั้นก็มีการโอนไปเรื่อยๆอีกหลายครั้งโดยรวมแล้วมีการโอนเงินไปทั้งสิ้นกว่า เก้าแสน บาท   สำหรับนายอัจฉริยะนั้นเดินทางมาเป็นเพื่อนผู้เสียหายและต้องการดำเนินคดีความกับภรรยาของนาย ศรรามเทพพิทักษ์

ซึ่งนายอัจฉริยะเชื่อว่ายังมีผู้เสียหายอีกหลายคนที่อาจจะถูกภรรยาของนายศรรามหลอกลวงหลอกขายหน้ากากอนามัยให้และโดยส่วนตัวแล้วไม่เชื่อว่าภรรยาของศรรามจะมีหน้ากากอนามัยเป็นจำนวนมาถึงเป็นแสนชิ้นมาขายให้กับคนอื่นได้อีกอย่างเอกสารที่ทางผู้เสียหายทำให้นายอัจฉริยะดูนายอัจฉริยะบอกว่าเอกสารพวกนั้นเป็นเอกสารปลอมแทบทั้งสิ้น

และที่สำคัญเมื่อมีการเช็คไปยังชื่อของภรรยาของนายศรรามก็ไม่ได้พบว่ามีการเปิดบริษัทเกี่ยวกับเรื่องของการส่งออกแต่อย่างใดดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้พี่พระยาของนายศรรามจะสามารถส่งซื้อสินค้าแล้วนำมาขายในเมืองไทยได้และที่สำคัญก่อนที่จะเดินทางมาแจ้งความพยายามของนายศรรามพยายามที่จะโทรหานายอัจฉริยะ

เพื่อตกลงเจรจากันแต่นายอัจฉริยะได้ทำการปฏิเสธที่จะพูดคุยเพราะต้องการที่จะดำเนินคดีกับภรรยาของนายศรรามยังไงก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังสอบสวนและรวบรวมข้อมูลหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมแล้วจะทำเรื่องติดต่อไปยังภรรยาของนายศรรามต่อไปเพื่อให้มาให้ปากคำ 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  rb88

สั่งผัดกระเฉดกุ้งราดข้าวจานเดียว 100 บาท

ล่าสุดได้มีชาวบ้านไปซื้อผักกระเฉดกุ้งราดข้าว แม่ค้าคิดราคา 100 บาท แม่ค้ามาเสิร์ฟได้เห็นว่ามีกุ้งสดๆ 3 ตัววางเรียงกันอยู่ แล้วเขาก็จะสงสัยว่าเฮ้ยแพงไปหรือเปล่ากระเฉด 100 บาท ปกติซื้อร้านไหนก็ไม่น่าจะถึง 100 บาท ร้านที่ว่านี้ตั้งอยู่ข้างถนนและเป็นร้านพวกขายอาหารตามสั่งแต่เมนูที่ร้านทำอร่อยที่สุดคือผักกระเฉดหลังจากที่มีชาวบ้านไปซื้อผักกระเฉดกุ้งราดข้าวแล้วแม่ค้าคิดราคา 100 บาท

ทำให้เธอโกรธมากและถามว่าทำไมถึงราคาแพงจังซื้อที่ไหนก็ไม่เห็นราคาเป็นแบบนี้นี่เป็นเพราะอะไรถ้าแม่เค้าบอกว่าเป็นเพราะว่าของเธอดีกว่าร้านอื่นๆของที่เธอใช้ก็ราคาแพงๆทั้งนั้นแม้กระทั่งผักยังแพงแต่จากเท่าที่ดูแล้วผู้ที่โพสต์เรื่องราวเรื่องผักกระเฉด 100 บาทแม่บอกว่าหน้าตาอย่างนั้นน่ะไปซื้อที่ตลาดสดเขายังทำหน้ากินกว่าเลย งั้นได้มีคนอีกคนหนึ่งออกมาโพสต์ว่าฉันเป็นคนจนแต่เมื่อฉันอาหารผักกระเฉดร้านนี้ฉันไม่ได้ราคา 100 บาทบางทีก็ 70 หรือ 50 บาท

เมื่อนักข่าวไปถามกับแม่ค้าว่าทำไมถึงแต่ละคนราคาไม่เท่ากันแม่ค้าก็ตอบว่าแม่ค้าดูและคิดราคาจากการแต่งตัวของลูกค้าที่มาซื้อผ้าแต่งตัวดูเป็นคนจนเธอก็จะคิดราคา 50 หรือ 70 บาทเท่านั้นแต่ถ้าแต่งตัวดูเป็นคนรวยแล้วจะคิดราคา 100 บาทหรือมากกว่านั้น อย่างเช่นเกาเหลาของร้านป้าคนนี้ป้าแกก็บอกว่ามีอยู่วันนึงที่คนขับแท็กซี่มาซื้อเกาเหลาที่ร้านป้ากินแต่ป้าไม่ได้คิดราคา 100 บาทแบบที่คิดคนอื่นนะป้าเห็นว่าเขาดูจนป้าเลยคิดราคาเขา 50 บาทเท่านั้นป้ายืนยันว่าที่คิดราคาแพงหรือถูกนั้นไม่ได้แปลว่าเราเลี้ยงหรือสองมาตรฐาน

เพียงแต่ว่าดูจากการแต่งตัวถ้าแต่งตัวรวยแต่งตัวดูดีก็แปลว่ามีเงินเยอะก็จ่ายไหวแต่ถ้าเกิดว่าแต่งตัวดูจนๆก็แปลว่าคงจ่ายแพงมากไม่ได้จึงได้คิดราคาถูกให้เป็นพิเศษถ้าไม่มีคนรวยหลายๆคนมาบอกว่าก็รู้ตัวดีว่ารวยแต่ถ้าคิดอย่างนี้เงินเก็บก็หมดสิป้า ทางคุณป้าที่เป็นผู้ขายยังได้บอกอีกว่าที่คิดราคาแพงสูงเร็วขนาดนั้นนั่นก็เพราะว่าวงแขน 3 ตัวที่เธอซื้อมาก็ 45 บาทแล้วเนี่ยไปรวมกับข้าวผัดเนี่ยป้าคิดอีก 20 บาทก็รวมเป็น 65 บาทหลังจากนั้นนักข่าวถามอีกว่าแล้วค่าอะไรอีกล่ะแม่ค้าก็บอกว่าค่าข้าวคิดอีก 10 บาทรวมเป็น 75 บาท

ส่วนที่เหลือแม่ค้าก็เก็บเงินจากค่าซีอิ๊วขาวผักค่าน้ำมันก็แปลกใจนะคะว่าทำไมต้องมาเก็บเงินกันขนาดนี้ถามว่ากำไรของแม่ค้าได้เท่าไหร่ถามแม่ค้าบอกว่า 20 บาทเป็นแม่ค้าคนไทยด้วยกัน 20 บาทก็พอแต่ถ้ารวมหลายๆเดือนถ้าคนซื้อเยอะๆนะคะแล้วก็ได้เงินเยอะมากแต่ใจอีกครึ่งนึงก็สงสารเขาเศรษฐกิจมันเป็นอย่างนี้แล้วจะไปทำอะไรได้นะคะนอกจากจะต้องหารายได้จากทางนี้

แค้นถูกตบ สั่งน้องชายยกพวกรุมตีพี่เขย 

    ได้มีเหตุทำร้ายร่างกายกันและมีคนตาย 1 คนบาดเจ็บอีก 1 คน

โดยคนร้ายมีทั้งหมดประมาณ 4 คน ซึ่งจากกาสอบถามทางคนที่บาดเจ็บได้ให้ข้อมูลว่า ปมเหตุที่เกิดการทำร้ายกันขึ้นเนื่องจากว่า ตนเองได้มีปากเสียงกับภรรยา และได้ลงมือทำร้ายภรรยาด้วยการตบเข้าที่ปาก เป็นสาเหตุให้ภรรยาไม่พอใจและไปฟ้องน้องชาย ซึ่งน้องชายของภรรยาและตนเองไม่ค่อยจะถูกกันอยู่แล้ว เจอหน้ากันก็เขม่นกันตลอด จนไปมีเรื่องกับภรรยา น้องชายภรรยาก็โทรเข้ามาหาตนให้ออกไปเคลียกันซึ่งในขณะนั้นตนเองอยู่กับเพื่อนอีกคนที่ชื่อ รอฮิม

ซึ่งคุณ รอฮิม กลัวว่าตนเองจะถูกลรุมกระทืบ จึงได้เดินออกมาเป็นเพื่อนเพื่อเจรจากับน้องชายของภรรยา แต่เมื่อมาถึงกลับถูกรุมทำร้ายโดยมีกลุ่มวัยรุ่นคือน้องชายของภรรยาเป็นคนนำ ซึ่งมีคนถือไม้มาทำร้ายสองคน อีกคนถือค้อน และอีกคนถือขวด เข้ามา และตรงเข้ามาทำร้ายตนเองและเพื่อนที่ตายทันที โดยตนเองเห็นว่ามีภรรยายืนดูอยู่ด้วยขณะที่ตนและเพื่อนโดนทำร้าย ซึ่งเพื่อนไม่ได้รู้เรื่องกับปัญหาในครั้งนี้เลย แต่ต้องมาจบชีวิตลงเพียงแค่ต้องการมาห้ามไม่ให้ตนถูกทำร้ายเท่านั้นเอง ซึ่งจากการสอบถามเพื่อผู้ตายและเป็นต้นเหตุของการถูกทำร้ายในครั้งนี้ชื่อว่า คุณอนุกูล

ซึ่งคุณอนุกูล บอกกับนักข่าว ถ้าตนเองหนีไม่ทันอาจจะเสียชีวิตด้วยอีกคนเพราะทั้งสี่คน เตรียมอาวุธเข้ามาครบมือยังกับว่าต้องการฆ่ากันให้ตายเลยทีเดียว โชคดีที่คุณอนุกูล วิ่งหนีไปยังที่บ้านของคนอื่นเพื่อแอบซ่อนตัวจึงรอดมาได้ แต่เพื่อนของตน นายอนุกูลนั้นวิ่งหนีเข้าซอยไปซึ่งเป็นซอยตัน จึงทำให้ถูกรุมทำร้ายจนเสียชีวิต ทั้งนี้เหตุการณ์ทั้งหมดได้มีภาพจากกล้องวงจรปิดเป็นหลักฐานอย่างชัดเจน  

          เหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่าเป็นการฆ่ากันอย่างอุกอาจมาก เพราะภาพที่เห็นจากกล้องวงจรปิดดูแล้ว พวกวัยรุ่นเหล่านั้น  ไม่ได้เกรงกลัวกฎหมายเลย สถานที่เกิดเหตุคือ ซอยอ่อนนุช 27 แยก 22 เนื่องจากมีหลักฐานจากกล้องวงจรปิดทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตามจับตัวคนร้ายมาลงโทษได้แล้วซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นเยาวชนอายุเพียงแค่ 16 ปีเท่านั้นเอง

และจากการสอบถามแม่ของเด็กที่ทำร้ายคนตายถึงแก่ชีวิตต่างก็บอกว่าลูกของตัวเองเป็นคนดี ไม่มีนิสัยเกเร และวันที่เกิดเหตุก็ไม่ได้อยากไปทำร้ายใครเพียงแต่เพื่อนชวนจึงจำเป็นต้องออกไป  ซึ่งเรื่องนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไงก็ต้องดำเนินคดีกับกลุ่มวัยรุ่นเหล่านั้นเพราะมีหลักฐานชัดเจนมาก

 

ขอบคุณผู้ที่ให้การสนับสนุน  dewabet