ดาราสาวแพทริเซียกู๊ดทำดีไม่ได้ดี

จากเหตุการณ์ที่ประเทศไทยพบกับปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าซึ่งมีการแพร่ระบาดต่อเนื่องทุกจังหวัดยังผลให้หน้ากากอนามัยและเจลล้างมือขาดแคลน จึงได้มีเหล่าคนดังดาราเซเลบต่างๆ ต่างระดมกำลังกันเพื่อหาวิธีช่วยเหลือพยายามหาหน้ากากอนามัยมาบริจาคให้กับประชาชนที่ไม่สามารถหาซื้อหน้ากากอนามัยได้

เนื่องจากเมื่อหน้ากากอนามัยขาดแคลนก็มีคนที่หวังหาผลประโยชน์จากความต้องการของประชาชนในครั้งนี้โดยการนำหน้ากากอนามัยมาขายในราคาที่ค่อนข้างสูงจึงทำให้หลายคนไม่มีเงินที่จะซื้อหน้ากากอนามัยใช้จากเหตุการณ์ในครั้งนี้นางเอกสาวแพทริเซียกู๊ดได้แสดงความมีน้ำใจให้กับประชาชนคนไทยด้วยการจัดสรรหน้ากากอนามัยเพื่อนำมาบริจาคให้กับประชาชนเป็นจำนวนถึง 2,500 ชิ้นซึ่งเธอได้มีการโพสต์ลงใน Instagram ส่วนตัวของเธอว่าจะนำไปบริจาคให้กับเพื่อนๆคนไทยด้วยกันแต่เมื่อมีคนเห็นข้อความของเธอใน Instagram บางส่วนต่าง

เข้ามาโพสต์สอบถามถึงเรื่องหน้ากากอนามัยที่เธอจะนำมาบริจาคนั้นเธอไปหามาจากไหนหลายคนบอกว่าตอนนี้หน้ากากอนามัยเป็นที่ต้องการของทุกคนซึ่งหาซื้อได้ยากแต่ทำไมดาราสาวถึงสามารถหามาได้ในปริมาณที่สูง

    ซึ่งจากคำถามในครั้งนี้ทำให้เราเห็นได้ว่าหลายคนยังมีอคติกับดาราสาวแพทริเซียกู๊ดจากเหตุการณ์ก่อนหน้าที่เธอได้ทำการเลิกกับแฟนหนุ่มแล้วมาคบซ้อนกับไฮโซหนุ่มอีกคนหนึ่งเพราะการที่ดารานำของมาบริจาค อย่างเช่น หน้ากากอนามัยที่กำลังขาดแคลนนั้นไม่ใช่ว่ามีแค่ แพทริเซียกู๊ด คนเดียวเท่านั้นอย่างล่าสุดดาราสามีภรรยาคุณ พุทกับคุณ จุ๋ย ก็นำหน้ากากอนามัยมาบริจาคให้กับประชาชน 2,500 เช่นเดียวกัน

แต่ไม่มีใครถามคำถามว่าเอาหน้ากากนี้มาจากไหนกับสองสามีภรรยาคู่นั้นแต่กลับมาตั้งคำถามกับแพทริเซียกู๊ดคนเดียวซึ่งทำให้เห็นว่าประชาชนบางคนก็ยังมีจิตใจคับแคบชอบยุ่งเรื่องของชาวบ้าน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจดาราสาวให้พิเศษเป็นอย่างมากที่ตั้งใจจะทำความดีแต่กลับมีคนบางกลุ่มพี่มองแต่เรื่องหลายๆแล้วยังหาเรื่องทำให้ดาราบางคนที่เคยมีอดีตที่ไม่ดีแล้วอยากกลับเนื้อกลับตัวเป็นคนดีเกิดความรู้สึกท้อแท้ได้เช่นกันถ้าหากเป็นเราตั้งใจที่จะทำความดีแล้วคนกลับมองไม่เห็นความดีแต่กลับออกมาต่อว่าให้เราเสียหายเสียความรู้สึกเราคงต้องไม่อยากทำความดีเช่นเดียวกัน 

      ปัจจุบันหน้ากากอนามัยยังคงเป็นที่ต้องการของประชาชนทั่วไปเป็นอย่างมากถึงแม้ว่ารัฐบาลจะออกมาว่าจะมีการผลิตหน้ากากอนามัยมากขึ้นกว่าเดิมเพื่อนำมาจำหน่ายให้กับประชาชนในราคาที่ถูกแต่ในทุกวันนี้เราก็แทบไม่เห็นหน้ากากอนามัยในราคาถูกขายให้กับประชาชนเลยดังนั้นการที่มีดาราใจบุญนำหน้ากากอนามัยมาแจกจ่ายนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่ดีซึ่งเราไม่ควรไปต่อว่าพวกเขาเหล่านั้น

สั่งผัดกระเฉดกุ้งราดข้าวจานเดียว 100 บาท

ล่าสุดได้มีชาวบ้านไปซื้อผักกระเฉดกุ้งราดข้าว แม่ค้าคิดราคา 100 บาท แม่ค้ามาเสิร์ฟได้เห็นว่ามีกุ้งสดๆ 3 ตัววางเรียงกันอยู่ แล้วเขาก็จะสงสัยว่าเฮ้ยแพงไปหรือเปล่ากระเฉด 100 บาท ปกติซื้อร้านไหนก็ไม่น่าจะถึง 100 บาท ร้านที่ว่านี้ตั้งอยู่ข้างถนนและเป็นร้านพวกขายอาหารตามสั่งแต่เมนูที่ร้านทำอร่อยที่สุดคือผักกระเฉดหลังจากที่มีชาวบ้านไปซื้อผักกระเฉดกุ้งราดข้าวแล้วแม่ค้าคิดราคา 100 บาท

ทำให้เธอโกรธมากและถามว่าทำไมถึงราคาแพงจังซื้อที่ไหนก็ไม่เห็นราคาเป็นแบบนี้นี่เป็นเพราะอะไรถ้าแม่เค้าบอกว่าเป็นเพราะว่าของเธอดีกว่าร้านอื่นๆของที่เธอใช้ก็ราคาแพงๆทั้งนั้นแม้กระทั่งผักยังแพงแต่จากเท่าที่ดูแล้วผู้ที่โพสต์เรื่องราวเรื่องผักกระเฉด 100 บาทแม่บอกว่าหน้าตาอย่างนั้นน่ะไปซื้อที่ตลาดสดเขายังทำหน้ากินกว่าเลย งั้นได้มีคนอีกคนหนึ่งออกมาโพสต์ว่าฉันเป็นคนจนแต่เมื่อฉันอาหารผักกระเฉดร้านนี้ฉันไม่ได้ราคา 100 บาทบางทีก็ 70 หรือ 50 บาท

เมื่อนักข่าวไปถามกับแม่ค้าว่าทำไมถึงแต่ละคนราคาไม่เท่ากันแม่ค้าก็ตอบว่าแม่ค้าดูและคิดราคาจากการแต่งตัวของลูกค้าที่มาซื้อผ้าแต่งตัวดูเป็นคนจนเธอก็จะคิดราคา 50 หรือ 70 บาทเท่านั้นแต่ถ้าแต่งตัวดูเป็นคนรวยแล้วจะคิดราคา 100 บาทหรือมากกว่านั้น อย่างเช่นเกาเหลาของร้านป้าคนนี้ป้าแกก็บอกว่ามีอยู่วันนึงที่คนขับแท็กซี่มาซื้อเกาเหลาที่ร้านป้ากินแต่ป้าไม่ได้คิดราคา 100 บาทแบบที่คิดคนอื่นนะป้าเห็นว่าเขาดูจนป้าเลยคิดราคาเขา 50 บาทเท่านั้นป้ายืนยันว่าที่คิดราคาแพงหรือถูกนั้นไม่ได้แปลว่าเราเลี้ยงหรือสองมาตรฐาน

เพียงแต่ว่าดูจากการแต่งตัวถ้าแต่งตัวรวยแต่งตัวดูดีก็แปลว่ามีเงินเยอะก็จ่ายไหวแต่ถ้าเกิดว่าแต่งตัวดูจนๆก็แปลว่าคงจ่ายแพงมากไม่ได้จึงได้คิดราคาถูกให้เป็นพิเศษถ้าไม่มีคนรวยหลายๆคนมาบอกว่าก็รู้ตัวดีว่ารวยแต่ถ้าคิดอย่างนี้เงินเก็บก็หมดสิป้า ทางคุณป้าที่เป็นผู้ขายยังได้บอกอีกว่าที่คิดราคาแพงสูงเร็วขนาดนั้นนั่นก็เพราะว่าวงแขน 3 ตัวที่เธอซื้อมาก็ 45 บาทแล้วเนี่ยไปรวมกับข้าวผัดเนี่ยป้าคิดอีก 20 บาทก็รวมเป็น 65 บาทหลังจากนั้นนักข่าวถามอีกว่าแล้วค่าอะไรอีกล่ะแม่ค้าก็บอกว่าค่าข้าวคิดอีก 10 บาทรวมเป็น 75 บาท

ส่วนที่เหลือแม่ค้าก็เก็บเงินจากค่าซีอิ๊วขาวผักค่าน้ำมันก็แปลกใจนะคะว่าทำไมต้องมาเก็บเงินกันขนาดนี้ถามว่ากำไรของแม่ค้าได้เท่าไหร่ถามแม่ค้าบอกว่า 20 บาทเป็นแม่ค้าคนไทยด้วยกัน 20 บาทก็พอแต่ถ้ารวมหลายๆเดือนถ้าคนซื้อเยอะๆนะคะแล้วก็ได้เงินเยอะมากแต่ใจอีกครึ่งนึงก็สงสารเขาเศรษฐกิจมันเป็นอย่างนี้แล้วจะไปทำอะไรได้นะคะนอกจากจะต้องหารายได้จากทางนี้

วงการฟุตบอลอิหร่านเศร้าหลังสูญเสีย โค้ช ตาฮีลี

เมื่อวันจันทร์ที่ 16 มีนาคมปีพศ 2563 ที่ผ่านมาได้มีรายงานข่าวจากสำนักงานข่าวท้องถิ่นประจำประเทศอิหร่านได้มีการรายงานว่าโค้ชนักฟุตบอลชื่อว่า ตาฮีลี  ได้เสียชีวิตลงอย่างสงบ จากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19

ซึ่งรายงานข่าวแจ้งว่าแต่เดิมแล้วคนรักฟุตบอลคนดังกล่าวได้เข้ารับการรักษาร่างกายที่โรงพยาบาลด้วยการรักษาโรคมะเร็งอยู่แล้วโดยเฉพาะทำการผ่าตัดได้อย่างปลอดภัยเรียบร้อยแล้วแต่เนื่องจากสภาพร่างกายที่อ่อนแอหลังจากการผ่าตัดคอได้รับเชื้อไวรัสโควิด-19เข้าสู่ร่างกายเข้ามาอีกทำให้ร่างกายของเขาทนไม่ไหวรักษาตัวอยู่ได้ไม่นานก็เสียชีวิตที่โรงพยาบาลซึ่งเมื่อข่าวแพร่กระจายออกไปทั้งนักฟุตบอลและทุกคนในวงการฟุตบอลต่างก็พากันเสียใจต่อการสูญเสียในครั้งนี้กันเป็นอย่างมากสำหรับประเทศอิหร่านนั้นถือว่าเป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19เป็นจำนวนมาก

ซึ่งปัจจุบันก็ยังไม่สามารถควบคุมเชื้อไวรัสไม่ให้กระจายไปได้การสูญเสียโค้ชนักฟุตบอลไม่ใช่การสูญเสียครั้งแรกที่ประเทศอิหร่านต้องเสียคนมีความสามารถตอนนี้ยอดการเสียชีวิตของคนในประเทศอิหร่านที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19สูงขึ้นอย่างมากซึ่งเป็นสถิติที่น่าตกใจเป็นอย่างมากเช่นเดียวกันไม่ใช่ประเทศอิหร่านประเทศเดียวเท่านั้นที่นักฟุตบอลรวมถึงโค้ดติดเชื้อไวรัสประเทศอื่นๆในวงการกีฬาไม่ว่าจะเป็นฟุตบอลวันนี้มวยนักกีฬาหลายคนก็ติดเชื้อไวรัสโควิด-19เช่นเดียวกัน

ซึ่งหลายคนก็อยู่ระหว่างการรักษาการยังไม่มีรายงานเข้ามาว่ามีนักฟุตบอลคนไหนหรือนักกีฬาคนไหนที่เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19มาก่อนเนื่องจากว่านักกีฬาส่วนใหญ่สุขภาพร่างกายแข็งแรงอยู่แล้วอัตราการเสียชีวิตจึงน้อยแต่สำหรับโค๊ชตาฮีลี เขามีสุขภาพร่างกายที่อ่อนแอจากการที่ต้องผ่าตัดมาอยู่แล้วจึงทำให้ร่างกายไม่มีภูมิต้านทานเชื้อไวรัสโควิด-19 วงการฟุตบอลอิหร่านจึงต้องสูญเสียคนมีความสามารถเช่นนี้ไป 

สำหรับ โค๊ชตาฮีลี นี้ ถือว่าเป็นโค๊ชนักฟุตบอลชื่อดังคนหนึ่งของวงการลูกหนังโต๊ะเล็กอิหร่านในสมัยที่เขายังมีชีวิตอยู่เขาเคยผ่านการคุมทีมใหญ่ๆดังๆมาแล้วหลายทีมของทีมฟุตบอลในประเทศอิหร่านรวมถึงในปัจจุบันเขาก็ยังเป็น ผู้อำนวยการกีฬาฟุตซอลของประเทศอิหร่านอีกด้วยการสูญเสียบุคลากรคนสำคัญในครั้งนี้ทำให้อิหร่านได้ตระหนักถึงอันตรายของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่กำลังเข้ามาทำร้ายชีวิตของประชากรของประเทศอิหร่านโดยตอนนี้ทางรัฐบาลของอิหร่านกำลังดำเนินการอย่างเต็มที่ในการที่จะกำจัดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และรักษาผู้ป่วยที่กำลังป่วยอยู่ให้หายจากเชื้อไวรัสโควิด-19เช่นกัน

โจรแสบ ย่องขโมยของได้ไปถึง 6 ล้านบาท 

คฤหาสน์หรูโดนยกเค้าโจรแสบ ย่องขโมยของได้ไปถึง 6 ล้านบาท 

    ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับรายงานว่ามีหมู่บ้านหลังหนึ่งในโครงการแห่งหนึ่งถูกโจรขึ้นไปขโมยทรัพย์สินและได้ของมีค่าไปมากมายรวมของที่หายไปเป็นมูลค่าถึง 6 ล้านบาทเลยทีเดียวโดยโครงการหมู่บ้านที่พบปัญหาโจรขึ้นบ้านนั้นเป็นหมู่บ้านอยู่แถวถนนพระราม 5 จังหวัดนนทบุรีซึ่งเหตุเกิดช่วงประมาณสามทุ่ม

เนื่องจากวันนั้นทุกคนในบ้านออกไปทำธุระกันหมดไม่มีใครอยู่บ้านเลยแล้วก็พากันกลับมาถึงบ้านช่วงประมาณตอนเที่ยงคืนเดินมากลับมาถึงบ้านกันทุกคนรับรู้ถึงความผิดปกติของตัวบ้านเนื่องจากเมื่อเข้ามาในบริเวณบ้านพบว่าบ้านเปิดประตูทิ้งไว้ซึ่งเมื่อเดินดูรอบๆบริเวณบ้านก็พบร่องรอยการงัดแงะและเมื่อเข้าไปตรวจสอบทรัพย์สินมีค่าของแต่ละคนก็พบว่ามีข้าวของเสียหายไปเป็นจำนวนมากและยังมีสินค้าที่มีราคาแพงสูญหายไปเช่นกระเป๋านาฬิกาเครื่องประดับ

โดยรวมแล้วมูลค่าความเสียหายอยู่ที่ประมาณ 6 ล้านบาททางเจ้าของบ้านแจ้งว่าคนร้ายน่าจะทราบการเคลื่อนไหวของทุกคนภายในบ้านเป็นอย่างดีเพราะตั้งใจที่จะเข้ามาขโมยของตอนที่ไม่มีใครอยู่ที่บ้านดังนั้นแสดงว่าคนร้ายต้องรู้การเคลื่อนไหวของคนในบ้านว่าใครจะเข้าจะออกในช่วงเวลาไหนบ้างแต่ที่สำคัญคนร้ายย่อมจะมีความรู้ว่าของมีค่าอยู่ตรงจุดไหนก็สามารถไปค้นหาของมีค่าเจอว่ามีการซุกซ่อนเอาไว้ตรงไหนภายในบ้านที่สำคัญ

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจพบว่าโจรที่เข้ามาขโมยของนั้นทราบจุดซ่อนกล้องวงจรปิดทุกจุดโดยมีการตัดสัญญาณกล้องวงจรปิดก่อนที่มีการขโมยของแต่ที่สำคัญจนยังได้ขโมยกล้องบันทึกภาพกล้องวงจรปิดออกไปด้วยซึ่งถ้าหากไม่ใช่คนที่รู้ข้อมูลภายในบ้านดีแล้วจะไม่สามารถรู้ได้เลยว่าบ้านหลังนี้มีการวางกล้องวงจรปิดไว้ตรงจุดไหนบ้างแล้วกล่องบันทึกภาพของกล้องวงจรปิดอยู่ที่ไหนดังนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องสอบปากคำคนในบ้านด้วยเช่นเดียวกันซึ่งตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังพยายามเก็บรวบรวมหลักฐานจากทั้งในบ้านและนอกบ้านโดยมีกล้องวงจรปิดหน้าบริเวณบ้านซึ่งเป็นกล้องของเพื่อนบ้านได้ถ่ายภาพคนร้ายเอาไว้ได้ซึ่งตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตามตัวคนร้ายมาลงโทษให้ได้ 

     จากสถานการณ์คนร้ายตีขโมยของภายในบ้านพักซึ่งเป็นบ้านหรูมี รปภ. คอยดูแลแต่ก็ยังมีคนสามารถขโมยของไปได้นั้นทำให้เราสามารถสงสัยได้ว่าอาจจะมีคนในบ้านที่คอยให้ข้อมูลกับคนร้ายว่าใคร ออกไปไหนบ้างแล้วเพื่อที่จะให้คนร้ายเข้ามาขโมยของก็ไม่เช่นนั้นคนร้ายจะไม่รู้รายละเอียดภายในบ้านได้มากมายขนาดนี้และยังต้องผ่าน รปภ. ซึ่งมีหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยของคนที่จะเข้ามาในหมู่บ้าน เรื่องนี้คงต้องรอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแสดงฝีมือจับคนร้ายมาลงโทษให้ได้และสืบทราบให้ได้ว่าใครเป็นตัวการในการก่อเหตุขโมยขึ้นบ้านในครั้งนี้

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  แทงบอลออนไลน์2020

เหยื่อรวมตัวกันแจ้งจับชินแสปลอม

เหยื่อรวมตัวกันแจ้งจับชินแสปลอมหลอกให้ออกรถแล้วเชิดรถหนีไป

       มีรายงานข่าวเข้ามาว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจของ สอ.หนองปรือจังหวัดชลบุรีได้รับแจ้งความจากผู้เสียหายหลายรายที่เดินทางมาแจ้งความพร้อมกันในวันเดียวเกี่ยวกับกรณีที่ถูกนายจีรวัฒน์อายุ 50 ปีหลอกลวงให้ไปออกรถทั้งจักรยานยนต์และรถยนต์ป้ายแดงหลังจากนั้นก็ทำทีออกอุบายขอเอารถไปใช้โดยบอกว่าจะผ่อนจ่ายค่างวดรถและหลังจากที่นายจีรวัฒน์นำรถไปแล้วก็ไม่สามารถติดต่อนายจีรวัฒน์ได้เลยซึ่งจากการที่นักข่าวได้สอบถามผู้เสียหายจำนวนห้ารายที่มารวมตัวกันแจ้งความในวันนี้นั้นทุกคนต่างให้ข้อมูลตรงกันหมดว่าแต่ละคนจะมีธุรกิจหรือกิจการเป็นของตนเอง

และในช่วงนี้ธุรกิจก็ค่อนข้างมีปัญหาซบเซาซึ่งนายจีรวัฒน์จะทำทีเข้ามาเป็นลูกค้าเพื่อตีสนิทก่อนหลังจากนั้นก็ได้ออกอุบายบอกว่าตนเองนั้นเป็นซินแสสามารถดูดวงและช่วยแก้เคล็ดให้ได้

ซึ่งผู้เสียหายแต่ละคนก็ได้เชื่อตามที่นายจิรวัฒน์กล่าวอ้างโดยทำการแก้เคล็ดอย่างทางที่นายจิรวัฒน์ให้ทำหลังจากนั้นก็ทำให้รู้จักสนิทสนมกันอยู่ช่วงหนึ่งแล้วน่าจะร้อนก็เริ่มออกอุบายให้ผู้เสียหายไปทำการออกรถป้ายแดงซึ่งบางคนก็ได้ออกรถจักรยานยนต์แต่บางคนก็จะได้ออกรถยนต์โดยหลังจากที่ผู้เสียหายออกรถได้ประมาณสักสองถึงสามเดือนแล้วนายจีรวัฒน์ก็จะทำทีมาขอยืมรถไปใช้โดยอ้างว่าตัวเองไม่มีรถใช้งานโดยนายจีรวัฒน์จะบอกกับผู้เสียหายว่าจะเป็นคนจ่ายค่าผ่อนงวดรถให้เอง

โดยทางผู้เสียหายหลายหลายหลงเชื่อและให้รถให้หน่อยเจ้รถไปใช้งานซึ่งหลังจากนายจีรวัฒน์ได้รถไปแล้วก็ไม่ยอมจ่ายค่าผ่อนงวดรถ จนผู้เสียหายได้รับการทวงให้ไปจ่ายค่าผ่อนงวดรถจึงทำให้รู้ว่าตั้งแต่นายจีรวัฒน์นำรถไปก็ไม่เคยจ่ายค่าผ่อนงวดรถเลยและเมื่อทางผู้เสียหายโทรไปหานายจิรวัฒน์ก็ไม่สามารถติดต่อได้จึงทำให้ผู้เสียหายคาดเดาเอาว่าน่าจะถูกหลอกและนายจิรวัฒน์คงนำรถหนีไปเรียบร้อยแล้ว

จึงได้เดินทางมาแจ้งความที่สถานีตำรวจจึงทำให้รู้ว่ามีผู้เสียหายหลายรายที่ถูกนายจิรวัฒน์หลอกลวงให้ออกรถยนต์แล้วนำรถหนีหายไปซึ่งในขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งติดตามตัวนายจีรวัฒน์เพื่อนำตัวมามาดำเนินคดีซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะผู้เสียหายหลงเชื่อคนง่ายจนเกินไปและไม่คิดอะไรให้รอบคอบก่อนที่จะมีการให้ทรัพย์สินคนอื่นไปใช้งานจึงทำให้ถูกมิจฉาชีพมาทำการตีสนิทแล้วหลอกเอาทรัพย์สินของตนเองไปได้แบบนี้ 

 

สนับสนุนโดย  entaplay

เข้าห้องน้ำสาธารณะถูกตีหน้าเยิน

เข้าห้องน้ำสาธารณะถูกตีหน้าเยินเหตุเพราะจ่ายแบงค์ร้อย

          มีผู้ชายคนหนึ่งได้มีการร้องเรียนมาที่สำนักข่าวแห่งหนึ่งโดยเขาใช้ชื่อว่าคุณป๊อบ  เขาได้เล่าเรื่องให้นักข่าวฟังว่าเค้าได้เดินไปเข้าห้องน้ำแถวตลาดนัดแห่งหนึ่งที่อยู่แถวอำเภอบางเสาธงจังหวัดสมุทรปราการซึ่งโดยปกติแล้วห้องน้ำจะต้องเสียค่าเข้าโดยสถานที่ที่คุณป๊อบไปข้าวนั้นมีการคิดค่าเข้าห้องน้ำอยู่ที่ 3 บาทแต่วันนั้นคุณป๊อบมีเงินติดตัวเป็นแบ๊งค์ร้อยไม่มีเหรียญเลยแต่ด้วยความที่คุณป๊อบปวดปัสสาวะมากจึงได้จ่ายแบงค์ 100บาทไว้ที่พนักงานที่เก็บตั้งอยู่ด้านหน้าห้องน้ำแล้วรีบวิ่งเข้าไปในห้องน้ำแต่เมื่อทำธุระเสร็จแล้วเดินออกมาปรากฏว่าที่ดันหน้าห้องน้ำมีกลุ่มวัยรุ่นยืนอยู่ประมาณหกถึงเจ็ดคน

ซึ่งคุณป๊อบบอกว่าจำได้ว่าหนึ่งในนั้นมีคนฉายาว่าจิ๋มราชหวาย หรือชื่ออีกชื่อว่านายพนมเป็นคนทำงานอยู่แถวร้านหมูกะทะซึ่งร้านนี้อยู่ตรงใกล้กับตลาดที่คุณป๊อบไปเข้าห้องน้ำอยู่ซึ่งคนในตลาดน่าจะบอกกันว่านายพนมเป็นคนที่มีอิทธิพลในบริเวณละแวกนี้ซึ่งอยู่อยู่นายพนมกับพวกก็เข้ามาทำร้ายเขาซึ่งภายหลังเค้าได้ทราบว่านายพนมไม่พอใจที่เขานำแบงค์ 100 บาทไปจ่ายค่าห้องน้ำซึ่งเขาถูกทำร้ายร่างกาย 100,000 สาหัสจนต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลนานถึงสี่เดือนบทค่าใช้จ่ายในการรักษาตัวเองไป 40,000 กว่าบาท

ซึ่งจะเกิดเรื่องก็ได้แจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจแต่คดีก็ไม่คืิบหน้า ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงแค่เงินค่าเข้าห้องน้ำ 3 บาทเท่านั้นเองโดยคุณป๊อบยืนยันว่าตอนที่วิ่งเข้ามาจะเข้าห้องน้ำนั้นหาเงิน 3 บาทไม่เจอนี่เพียงแต่แบ๊งค์ร้อยเท่านั้นเมื่อทางพนักงานเฝ้าหน้าห้องบอกว่าไม่มีเงินทอนต้นปวดปัสสาวะมากรอไม่ไหวจึงวิ่งเข้าห้องน้ำก่อนหลังจากเข้าห้องน้ำเสร็จแล้วจึงเดินออกมาแล้วก็ค้นตัวเองหาเหรียญอีกครั้งซึ่งก็พบว่ามีเหรียญอยู่ 3 บาทพอดีและกำลังจะจ่ายเงินแต่ก็มาถูกจิ๋มราชหวายกับพวกรุมทำร้ายเสียก่อนซึ่ง

เมื่อผู้สื่อข่าวไปสอบถามกับจิ๋มราชหวายก็ได้คำตอบว่านายป๊อบมากมาทานอาหารที่ตลาดแห่งนี้บ่อยบ่อยและชอบมาเข้าห้องน้ำที่นี่เป็นประจำแต่มักจะจ่ายเงินเป็นแบ๊งค์ร้อยซึ่งทางคนเก็บเงินหน้าห้องน้ำก็จะไม่มีทอนและก็จะไม่เรียกเก็บเงินในป๊อบตนเองเห็นว่านายป๊อบทำแบบนี้บ่อยบ่อยจึงเกิดความไม่พอใจจึงได้ลงมือทำร้ายตบหัวสั่งสอนในป๊อบและลูกน้องก็เลยรุมกระทืบในป๊อบดังที่เป็นข่าว

 

สนับสนุนโดย  sagame

แค้นถูกตบ สั่งน้องชายยกพวกรุมตีพี่เขย 

    ได้มีเหตุทำร้ายร่างกายกันและมีคนตาย 1 คนบาดเจ็บอีก 1 คน

โดยคนร้ายมีทั้งหมดประมาณ 4 คน ซึ่งจากกาสอบถามทางคนที่บาดเจ็บได้ให้ข้อมูลว่า ปมเหตุที่เกิดการทำร้ายกันขึ้นเนื่องจากว่า ตนเองได้มีปากเสียงกับภรรยา และได้ลงมือทำร้ายภรรยาด้วยการตบเข้าที่ปาก เป็นสาเหตุให้ภรรยาไม่พอใจและไปฟ้องน้องชาย ซึ่งน้องชายของภรรยาและตนเองไม่ค่อยจะถูกกันอยู่แล้ว เจอหน้ากันก็เขม่นกันตลอด จนไปมีเรื่องกับภรรยา น้องชายภรรยาก็โทรเข้ามาหาตนให้ออกไปเคลียกันซึ่งในขณะนั้นตนเองอยู่กับเพื่อนอีกคนที่ชื่อ รอฮิม

ซึ่งคุณ รอฮิม กลัวว่าตนเองจะถูกลรุมกระทืบ จึงได้เดินออกมาเป็นเพื่อนเพื่อเจรจากับน้องชายของภรรยา แต่เมื่อมาถึงกลับถูกรุมทำร้ายโดยมีกลุ่มวัยรุ่นคือน้องชายของภรรยาเป็นคนนำ ซึ่งมีคนถือไม้มาทำร้ายสองคน อีกคนถือค้อน และอีกคนถือขวด เข้ามา และตรงเข้ามาทำร้ายตนเองและเพื่อนที่ตายทันที โดยตนเองเห็นว่ามีภรรยายืนดูอยู่ด้วยขณะที่ตนและเพื่อนโดนทำร้าย ซึ่งเพื่อนไม่ได้รู้เรื่องกับปัญหาในครั้งนี้เลย แต่ต้องมาจบชีวิตลงเพียงแค่ต้องการมาห้ามไม่ให้ตนถูกทำร้ายเท่านั้นเอง ซึ่งจากการสอบถามเพื่อผู้ตายและเป็นต้นเหตุของการถูกทำร้ายในครั้งนี้ชื่อว่า คุณอนุกูล

ซึ่งคุณอนุกูล บอกกับนักข่าว ถ้าตนเองหนีไม่ทันอาจจะเสียชีวิตด้วยอีกคนเพราะทั้งสี่คน เตรียมอาวุธเข้ามาครบมือยังกับว่าต้องการฆ่ากันให้ตายเลยทีเดียว โชคดีที่คุณอนุกูล วิ่งหนีไปยังที่บ้านของคนอื่นเพื่อแอบซ่อนตัวจึงรอดมาได้ แต่เพื่อนของตน นายอนุกูลนั้นวิ่งหนีเข้าซอยไปซึ่งเป็นซอยตัน จึงทำให้ถูกรุมทำร้ายจนเสียชีวิต ทั้งนี้เหตุการณ์ทั้งหมดได้มีภาพจากกล้องวงจรปิดเป็นหลักฐานอย่างชัดเจน  

          เหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่าเป็นการฆ่ากันอย่างอุกอาจมาก เพราะภาพที่เห็นจากกล้องวงจรปิดดูแล้ว พวกวัยรุ่นเหล่านั้น  ไม่ได้เกรงกลัวกฎหมายเลย สถานที่เกิดเหตุคือ ซอยอ่อนนุช 27 แยก 22 เนื่องจากมีหลักฐานจากกล้องวงจรปิดทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตามจับตัวคนร้ายมาลงโทษได้แล้วซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นเยาวชนอายุเพียงแค่ 16 ปีเท่านั้นเอง

และจากการสอบถามแม่ของเด็กที่ทำร้ายคนตายถึงแก่ชีวิตต่างก็บอกว่าลูกของตัวเองเป็นคนดี ไม่มีนิสัยเกเร และวันที่เกิดเหตุก็ไม่ได้อยากไปทำร้ายใครเพียงแต่เพื่อนชวนจึงจำเป็นต้องออกไป  ซึ่งเรื่องนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไงก็ต้องดำเนินคดีกับกลุ่มวัยรุ่นเหล่านั้นเพราะมีหลักฐานชัดเจนมาก

 

ขอบคุณผู้ที่ให้การสนับสนุน  dewabet

ทหารเรือมาเฟีย แถวเมืองทอง

มีเหตุการณ์ที่ทหารเรือกับประชนชนทะเลาะกันที่ เมืองทองธานี

โดยมีคนถ่ายคลิปวีดิโอไว้เป็นหลักฐานและจากเหตุการณ์ที่ดูจากในคลิปจะเห็นว่า มีผู้ชายสูงอายุคนหนึ่งที่อ้างตัวเองว่าเป็นทหารกำลังส่งเสียโวยวายด่าทอผู้ชายคนหนึ่งที่อายุน่าจะประมาณ ยี่สิบกว่านิดนิด และก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาช่วยระงับเหตุการณ์ แต่เรื่องราวไม่ได้จบเพียงเท่านั้น

เพราะชายคนดังกล่าวอ้างว่าตัวเองเป็นทหารและพูดจากข่มขู่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่  ซึ่งทหารคนดังกล่าวบอกว่าจะย้ายตำรวจคนที่มาในที่เกิดให้เพราะตนเองเส้นใหญ่และรู้จักกับผู้กำกับอีกทั้งยังพูดแต่ว่าตนเองไม่ผิด แต่พยายามตะเบ็งเสียงตะโกนตลอดเวลา และยังมีการขู่จะยิงกับคนที่กำลังมีเรื่องด้วย โดยในคลิปจะเห็นว่าทหารเรือคนดังกล่าวได้ถือกระเป๋าสีดำไว้ข้างตลอดเวลา ซึ่งมีการคาดการณ์กันว่าในกระเป๋าสีดำนั้น อาจจะมีปืนอยู่

โดยคนที่มีเรื่องกับทหารได้บอกว่าก่อนที่จะมีการถ่ายคลิปทหารคนดังกล่าวยังขู่จะก่อเหตุกราดยิงเหมือนกับเหตุการณ์ที่ห้าง Terminal 21  อีกด้วย ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้จบลงด้วย ทางผู้กำกับต้องเดินทางมาที่เกิดเหตุเองและเชิญตัวทหารคนที่ก่อเหตุให้เดินทางไปที่ให้ปากคำที่สถานีตำรวจ ซึ่งเรื่องนี้ทางนักข่าวได้มีการลงไปขอสัมภาษณ์คนในพื้นที่เมืองทองธานี โดยคนในพื้นที่ต่างก็ให้ข้อมูลตรงกันว่าชายคนดังกล่าวเป็นทหารเรือ

ซึ่งเป็นคนมีนิสัย นักเลง เวลาที่มีเรื่องไปขับรถเฉี่ยวชนกับใครไม่เคยยอมรับว่าตัวเองผิด และมักจะโวยวายเสียงดังและขู่จะเอาปืนยิงคนไปทั่ว ซึ่งคนที่อยู่ที่เมืองทองเจอกับเหตุการณ์แบบนี้กันบ่อยมากจนไม่มีใครสนใจอยากจะวุ่นวายกับทหารแก่คนดังกล่าว  ซึ่งตอนที่นักข่าวกำลังสัมภาษณ์ชาวบ้านอยู่นั้น ก็พบทหารคนดังกล่าวเดินผ่านมาพอดี

แต่พอจะขอสัมภาษณ์ทหารคนดังกล่าวก็เดินหนี และบอกแต่ว่าตอนเองบ้า และไม่ให้สัมภาษณ์ใดใดทั้งสิ้นเพราะตนเองไม่ใช่นักข่าว ซึ่งนักข่าวสังเกตเห็นว่า ทหารคนดังกล่าวมักจะถือกระเป๋าสีดำใบเดียวที่เป็นข่าวในคลิปไว้ตลอดเวลา ซึ่งคาดว่าอาจจะมีอาวุธปืนอยู่ข้างใน และในขณะเดียวกันทีคลิปนี้ได้เผยแพร่ออกไปจนเป็นข่าวดังใหญ่โต ทางกองทัพเรือได้ออกมายืนยันว่าชายคนดังกล่าวเป็นทหารเรือจริง

และได้ออกหนังสือเรียกตัวนายทหารคนดังกล่าวให้เข้ามาชี้แจงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับผู้บังคับบัญชาแล้ว

 เหตุการณ์ในครั้งนี้เราจะเห็นได้ว่า เวลาที่มีเรื่องคนมักจะเริ่มขู่การกราดยิง ซึ่งเหมือนกับเป็นการเลียนแบบ หวังว่าทางการทหารจะมีการตรวจสอบความผิดครั้งนี้ของชายคนดังกล่าวและมีการทำโทษทางวินัยให้หลาบจำ 

 

ขอบคุณเว็บ next88  ที่ให้เรื่องราวดีๆมานำเสนอ

นาย เจ ได้นำอาวุธปืนไปยิงอดีตภรรยาที่คลินิกเสริมความงาม

สามีปืนดุ  เปิดเผย วิญาณผู้ตายมาเข้าฝัน ถามว่ามาฆ่าเขาทำไม?

 จากกรณีที่นาย เจ ได้นำอาวุธปืนไปยิงอดีตภรรยาที่คลินิกเสริมความงาม ที่บริเวณชั้น 4 กลางห้างดังแถวอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ นั้นตอนนี้ทางผู้ก่อเหตุคือนาย เจได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้เรียบร้อยแล้ว และถูกนำตัวมาที่ สถานีตำรวจพญาไท  ซึ่งหลังจากที่ได้นอนคุกที่ สน. พญาไทไปหนึ่งคืน ทางผู้สื่อข่าวก็ได้ไปสอบถามกับนาย เจ ว่าเป็นอย่างไรบ้าง

ซึ่งนาย เจก็บอกว่า ตอนนี้ตนเองรู้สึกเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไปมาก ที่ทำลงไปนั้นเกิดเพราะความหึงหวงที่มีต่อตัวอดีตภรรยา จึงทำให้เกิดความขาดสติ ไม่มีความยับยั้งช่างใจ จึงไปก่อเหตุเพียงเพราะเกิดเป็นอารมณ์ชั่ววูบ และตอนนี้ก็รู้สึกสำนึกผิดแล้ว ซึ่งในวันนี้ทางแม่ของนาย เจได้เดินทางมาเยี่ยมนายเจ แต่เช้าและได้ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวว่า ลูกชายของตนนั้นเป็นคนอารมณ์ร้อน 

แต่ตนเองก็รู้มาว่าทางลูกชายและผู้ตายได้มีปัญหากันจนมีเหตุให้เกิดเรื่องหย่าร้างกันขึ้น และหลังจากที่ทั้งคู่หย่ากันไปแล้ว ก็เห็นว่าทั้งคู่ต่างก็มีแฟนใหม่เป็นของตัวเองกันไปแล้ว แต่ลูกชายของตน ซึ่งก็คือนาย เจ มักจะมาพูดกับแม่เสมอว่า ยังรักภรรยาเก่าอยู่ และอยากจะขอคืนดีกับภรรยาเก่า

เพราะยังลืมไม่ได้ ที่สำคัญแม่นายเจ บอกว่า นายเจเคยบอกกับแม่ว่าจะไปทำร้ายภรรยาเก่าหากไม่ยอมคืนดีด้วย ซึ่งแม่ก็ได้เตือนนายเจไปว่าให้ต่างคนต่างอยู่ เพราะแม่รู้ว่าลูกชายของตัวเองเป็นคนขี้โมโหง่ายและเป็นคนอารมณ์ร้อนและรุนแรง ยังเคยส่งข้อความไปเตือนภรรยาเก่าของลูกชายเลยว่าให้ระวังตัวด้วย

เพราะตอนนี้นาย เจ ยังโมโหเรื่องที่หย่ากันอยู่ ซึ่งทางแม่เองก็ไม่คิดว่าลูกชายจะมาก่อเหตุจริงจริง ทั้งนี้แม่ของนาย เจ บอกว่าหลังจากที่ลูกชายโดนจับกุมได้คุยกับลูก

โดยลูกยอมรับว่าทีทำไปเพราะอารมณ์ชั่วครู่เกิดจากความหึงเพราะตนเองยังรักคนตายอยู่มาก และยังอยากกลับมาคืนดี ตอนนี้ได้แต่รู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำลงไป และนายเจยังเล่าให้แม่ฟังว่า

เมื่อคืนผู้ตายมาเข้าฝัน โดยมาถามว่าทำไมต้องฆ่าเขาด้วย ยิ่งทำให้ลูกชายรู้สึกผิดมากยิ่งขึ้น แต่แม่ก็ได้แต่ปลอบใจลูกให้ยอมรับผลของกระทำ ส่วนเรื่องจะไปฟังพระสวดศพของคนตายหรือไม่นั้นก็ขอดูก่อนเพราะไม่มีเงินมากพอที่จะเดินทางไป

มีประกาศจากจุฬา

มีประกาศจากจุฬา ขอความสั่งห้ามไม่ให้นักศึกษาและบุคลากรของมหาลัยไปต่างประเทศจำนวน 9 ประเทศที่เป็นกลุ่มเสี่ยง

 เมื่อวันที่ 27 เดือนมกราคม ปี ค.ศ. 2020 ทางมหาลัยจุฬาได้มีการประกาศอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัย รวมถึงนักเรียน และนักศึกษาของมหาวิทยาลัย สามารถลาหยุดได้ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด -19 ซึ่งกำลังเป็นปัญหาระดับโลกอยู่ในขณะนี้

โดยทางมหาลัยจะไม่เอาวันหยุดเหล่านี้

มานับเป็นวันลาให้เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่เชื้อไวรัสดังกล่าว แต่ในตอนนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนายังคงรุนแรงขึ้นเรื่อยเรื่อย และมีคนที่ติดเชื้อมากขึ้นซึ่งยังไม่มีแนวโน้มว่าจะสามารถป้องกันการแพร่เชื้อระบาดนี้ได้ ดังนั้นทางมหาวิทยาลัยจึงได้เห็นสมควรว่าเพื่อเป็นการไม่ให้บุคลากรของมหาวิทยาลัยรวมถึงนักศึกษาของมหาวิทยาลัยได้รับเชื้อไวรัสนี้

จึงได้มีประกาศห้ามออกมาเกี่ยวกับการเดินทางไปต่างประเทศของนักเรียน นักศึกษารวมถึงพนักงานขององค์กรมหาวิทยาลัยในช่วงนี้ โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ วันที่ 20 เดือนกุมภาพันธ์ ปี ค.ศ. 2020 ยาวไปจนถึงวันที่ 19 เดือนเมษายนปี ค.ศ. 2020 ซึ่งในระหว่างนี้ห้ามทุกคนในองค์กรรวมถึงนักเรียน

นักศึกษาด้วยเดินทางไปประเทศที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา ตามระยะเวลาที่มีการประกาศเอาไว้ ซึ่งมีการห้ามเดินทางไปประเทศต่อไปนี้  ประเทศเกาหลีใต้ , ประเทศไต้หวัน ,ประเทศจีน, ประเทศฮ่องกง, ประเทศมาเก๊า, ประเทศญี่ปุ่น , ประเทศมาเลเซีย , ประเทศเวียดนาม และประเทศสิงคโปร์

ซึ่งทั้ง 9 ประเทศนี้เป็นประเทศที่มีความเสี่ยงในการติเชื้อไวรัสมาก

เพราะตอนนี้ประเทศดังกล่าวมีผู้ติดเชื้อแล้วเป็นจำนวนมาก รวมถึงมีการแพร่เชื้อไวรัสกันแล้วที่สำคัญมีผู้ที่เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสชนิดนี้มาแล้วหลายราย ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้คนในองค์กรและนักเรียน นักศึกษาของมหาวิทยาลัยจะติดเชื้อไวรัสดังกล่าว จึงมีการสั่งห้ามเดินทางไปประเทศที่แจ้งมาเหล่านี้ รวมถึงหากใครที่เคยขออนุญาตที่จะเดินทางไปประเทศเหล่านี้ก่อนที่จะมีการเกิดเรื่องของการแพร่ระบาดไวรัสเอาไว้และได้รับการอนุมัติไปแล้ว

ทางมหาวิทยาลัยได้ขอความร่วมมือในการเลือนการเดินทางออกไปก่อน ซึ่งจะสามารถเดินทางไปได้หลังจากที่สิ้นสุดวันประเทศห้าม และหากใครที่มีการทำเรื่องการเดินทางไว้แล้วในการขอเลือนการเดินทางหากมีค่าใช้จ่าย สามารถนำบิลค่าใช้จ่ายมาเบิกกับทางมหาวิทยาลัยได้ตามจริง และหากใครที่ได้รับการติดเชื้อหรือแม้แต่ถูกกักตัวเพื่อหาเชื้อไวรัส

หรือมีการตรวจสอบพบว่าอยู่ในคนที่มีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อทางมหาวิทยาลัย ขอให้บุคคลเหล่านั้นงดเข้าเรียนและเข้ามหาวิทยาลัย เพื่อไปรักษาตัวเองจนกว่าจะหายดี