ดาราสาวแพทริเซียกู๊ดทำดีไม่ได้ดี

จากเหตุการณ์ที่ประเทศไทยพบกับปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าซึ่งมีการแพร่ระบาดต่อเนื่องทุกจังหวัดยังผลให้หน้ากากอนามัยและเจลล้างมือขาดแคลน จึงได้มีเหล่าคนดังดาราเซเลบต่างๆ ต่างระดมกำลังกันเพื่อหาวิธีช่วยเหลือพยายามหาหน้ากากอนามัยมาบริจาคให้กับประชาชนที่ไม่สามารถหาซื้อหน้ากากอนามัยได้

เนื่องจากเมื่อหน้ากากอนามัยขาดแคลนก็มีคนที่หวังหาผลประโยชน์จากความต้องการของประชาชนในครั้งนี้โดยการนำหน้ากากอนามัยมาขายในราคาที่ค่อนข้างสูงจึงทำให้หลายคนไม่มีเงินที่จะซื้อหน้ากากอนามัยใช้จากเหตุการณ์ในครั้งนี้นางเอกสาวแพทริเซียกู๊ดได้แสดงความมีน้ำใจให้กับประชาชนคนไทยด้วยการจัดสรรหน้ากากอนามัยเพื่อนำมาบริจาคให้กับประชาชนเป็นจำนวนถึง 2,500 ชิ้นซึ่งเธอได้มีการโพสต์ลงใน Instagram ส่วนตัวของเธอว่าจะนำไปบริจาคให้กับเพื่อนๆคนไทยด้วยกันแต่เมื่อมีคนเห็นข้อความของเธอใน Instagram บางส่วนต่าง

เข้ามาโพสต์สอบถามถึงเรื่องหน้ากากอนามัยที่เธอจะนำมาบริจาคนั้นเธอไปหามาจากไหนหลายคนบอกว่าตอนนี้หน้ากากอนามัยเป็นที่ต้องการของทุกคนซึ่งหาซื้อได้ยากแต่ทำไมดาราสาวถึงสามารถหามาได้ในปริมาณที่สูง

    ซึ่งจากคำถามในครั้งนี้ทำให้เราเห็นได้ว่าหลายคนยังมีอคติกับดาราสาวแพทริเซียกู๊ดจากเหตุการณ์ก่อนหน้าที่เธอได้ทำการเลิกกับแฟนหนุ่มแล้วมาคบซ้อนกับไฮโซหนุ่มอีกคนหนึ่งเพราะการที่ดารานำของมาบริจาค อย่างเช่น หน้ากากอนามัยที่กำลังขาดแคลนนั้นไม่ใช่ว่ามีแค่ แพทริเซียกู๊ด คนเดียวเท่านั้นอย่างล่าสุดดาราสามีภรรยาคุณ พุทกับคุณ จุ๋ย ก็นำหน้ากากอนามัยมาบริจาคให้กับประชาชน 2,500 เช่นเดียวกัน

แต่ไม่มีใครถามคำถามว่าเอาหน้ากากนี้มาจากไหนกับสองสามีภรรยาคู่นั้นแต่กลับมาตั้งคำถามกับแพทริเซียกู๊ดคนเดียวซึ่งทำให้เห็นว่าประชาชนบางคนก็ยังมีจิตใจคับแคบชอบยุ่งเรื่องของชาวบ้าน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจดาราสาวให้พิเศษเป็นอย่างมากที่ตั้งใจจะทำความดีแต่กลับมีคนบางกลุ่มพี่มองแต่เรื่องหลายๆแล้วยังหาเรื่องทำให้ดาราบางคนที่เคยมีอดีตที่ไม่ดีแล้วอยากกลับเนื้อกลับตัวเป็นคนดีเกิดความรู้สึกท้อแท้ได้เช่นกันถ้าหากเป็นเราตั้งใจที่จะทำความดีแล้วคนกลับมองไม่เห็นความดีแต่กลับออกมาต่อว่าให้เราเสียหายเสียความรู้สึกเราคงต้องไม่อยากทำความดีเช่นเดียวกัน 

      ปัจจุบันหน้ากากอนามัยยังคงเป็นที่ต้องการของประชาชนทั่วไปเป็นอย่างมากถึงแม้ว่ารัฐบาลจะออกมาว่าจะมีการผลิตหน้ากากอนามัยมากขึ้นกว่าเดิมเพื่อนำมาจำหน่ายให้กับประชาชนในราคาที่ถูกแต่ในทุกวันนี้เราก็แทบไม่เห็นหน้ากากอนามัยในราคาถูกขายให้กับประชาชนเลยดังนั้นการที่มีดาราใจบุญนำหน้ากากอนามัยมาแจกจ่ายนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่ดีซึ่งเราไม่ควรไปต่อว่าพวกเขาเหล่านั้น

แม่น้องโดมเปิดใจเล่าทั้งน้ำตา

แม่น้องโดมเปิดใจเล่าทั้งน้ำตา ฝ่ายชายโกหกลูกไม่ได้ดึงพวงมาลัยจนเป็นสาเหตุให้รถชนเสาไฟ

แม่ของเด็กชายอายุเพียง 4 ปีได้ออกมาบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นให้กับผู้สื่อข่าวฟังทั้งน้ำตาว่า ลูกชายชื่อน้องโดม นอนหลับขณะที่เกิดอุบัติเหตุ ไม่ได้เป็นคนแย่งพวงมาลัยจนทำให้รถเสียหลักพุ่งชนเสาไฟแน่นอน แต่ที่เกิดอุบัติเหตุก็เพราะว่าคนขับ คนขับประมาทและชอบขับรถเร็ว จนทำให้เกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้และเธอต้องเสียลูกชายไปตลอดกาล

    จากเหตุการณ์ที่มีอุบัติเหตุรถยนต์ขับชนเสาไฟฟ้าข้างถนน โดยมีคนเห็นเหตุการณ์ว่าก่อนที่รถจะชนเสาไฟนั้น รถวิ่งมาด้วยความเร็วและมีลักษณะการวิ่งแบบส่ายไปส่ายมา ซึ่งทางคนขับรถที่เป็นผู้ชายได้ออกมาบอกว่าเหตุเกิดเพราะเด็กที่นั่งในรถที่เป็นลูกติดของแฟนแย่งดึงพวงมาลัยรถ จึงทำให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น

  ล่าสุดแม่ของเด็กชายโดมที่เสียชีวิตและเป็นหนึ่งในคนที่อยู่ในเหตุการณ์ของอุบัติเหตุในครั้งนี้ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับนักข่าวแล้วหลังจากที่เธอต้องนอนรักษาตัวเพราะอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น โดยเธอได้เล่าให้ฟังว่า เธอและชายคนดังกล่าวกำลังคบหาดูใจกันอยู่ และเด็กชายที่เสียชีวิตคือลูกของเธอที่เป็นลูกกับสามีคนแรกทีแยกทางกันไปแล้วโดยในวันเกิดเหตุผู้ชายได้ขับรถมารับเธอกับลูกไปทำบุญไหว้พระซึ่งพวกเธอไปทำบุญกันที่วัดต้นส้นและพอทำบุญเสร็จก็ไปหาข้าวกินกันซึ่งได้มีการขับผ่านศาลหลักเมืองของจังหวัดอ่างทอง

เธอจึงได้ชวนฝ่ายชายลงไปไหว้ศาลหลักเมืองแต่ฝ่ายชายกลับลบหลู่ศาลหลักเมืองด้วยการนำธูปที่จะใช้ไหว้ไปถูกับดินและยังลบหลู่ศาลหลักเมืองด้วยการบอกให้ท่านแสดงปาฏิหารย์ให้เห็น ซึ่งหลังจากที่พวกตนทั้งสามคนไหว้ศาลหลักเมืองเสร็จเธอก็ชวนฝ่ายชายกลับบ้าน แต่ผู้ชายบอกว่าอยากอยู่ต่ออีกหน่อยจึงขับรถพาเธอและลูกไปเที่ยวที่ตลาดนัดของจังหวัดอยุธยา

แต่เธอไม่อยากเที่ยว จึงไม่ยอมลงจากรถและไม่พูดกับฝ่ายชายเพราะโกรธ ทำให้ฝ่ายชายต้องพาเธอกลับมาบ้านแต่ระหว่างทางฝ่ายชายขับรถมาด้วยความเร็วเพราะต้องการให้เธอกลัว ซึ่งในตอนนี้น้องโดมนอนหลับบนตักขอตนเองอยู่ จึงไม่ใช้น้องโดมที่เป็นสาเหตุให้รถพุ่งชนเสาไฟ แต่เป็นความประมาทของคนขับเองที่พยายามขับรถเร็วและส่ายและสุดท้ายเปลี่ยนเลนกะทันหันไปเจอกับรถสิบล้อทำให้ต้องหักหลบจนไปชนกับเสาไฟจนเป็นเหตุให้น้องโดมเสียชีวิตเพราะกระเด็นออกมานอกรถ