Category ข่าวที่น่าสนใจ

โจนูโว ดูถูกมนุษย์ด้วยกัน

โจนูโว ดูถูกมนุษย์ด้วยกัน คนที่ควรตายไม่ใช่โรคโควิค-19แต่จะตายเพราะดูถูกมนุษย์

ปรากฏว่าวันนี้เรื่องที่มันไม่ควรจะมาเป็นเรื่องก็คือ คุณ โจนูโว อดีตนักร้องดังซึ่งเคยเป็นขวัญใจของวัยรุ่นทั้งหลายที่ได้เคยโด่งดังไปเมื่อ20-25ปีที่แล้ว ซึ่งในช่วงนี้เขาก็ไม่ได้มีผลงานออกมานาน แต่เมื่อ25ปีที่แล้ว  โจนูโว ก็คือขวัญใจหญิงสาวทั่วประเทศที่ทำเอาผู้หญิงทั้งหลายที่ได้เห็น พี่โจนูโวที่ไหนอันเป็นจะต้องกรี๊ดที่นั่น โจนูโวไม่ค่อยโด่งดังในเรื่องของผลงานทางงานเพลงแต่ก็มักจโด่งดังในเรื่องของการแสดงความคิดเห็นและหลายครั้งการที่ได้ไปแสดงความคิดเห็นของ โจนูโว นั้น

มันได้เป็นความเห็นที่แบบที่มันไม่ค่อยดูจะเป็นประชาธิปไตรมันได้เป็นการแสดงความคิดเห็นที่ประชาชนทั้งหลายมองว่ามันได้ดูหมิ่นเหยียดหยามคนจนสังคมมองว่ามันได้เป็นการดูหมิ่นเหยียดหยามความเป็นมนุษย์หรือว่าแม้กระทั่งไปดูถูกคนที่ด้อยโอกาสกว่าในสังคม ล่าสุด คุณ โจนูโว ก็ได้ถูกเปิดเผยในโซเชียลมีเดียว่าได้ โพสในอินสตาแกรม ในเวลาที่คนทั้งประเทศยากลำบากในเวลาที่คนทั้งประเทศกลัวจะตายเพราะโควิดในเวลาที่คนยากจนกลัวจะอดตายกลัวจะไม่มีการทำกิน และได้มี ผู้ใช้อินสตาแกรม คนหนึ่งได้โพสไปยังอินสตาแกรมของ คุณโจนูโว ว่า กลัวเหลือเกินว่าการแพร่ระบาดของไวรัสโควิส

จะทำให้ทำมาค้าขายไม่ได้มาตรการเยียวยาไม่ทั่วถึงประชาชนเดือดร้อนจะฆ่าตัวตายทั้งหมดด้าน ( คุณโจนูโว ตอบว่า  ตายได้ก็ตายไปเลยเพราะมันเป็นเรื่องตามธรรมชาติเหมือน ทฤษฎี ชาร์สดาร์วิน คนที่ด้อยกว่าก็จะตายไป ) หลังจากนั้นก็ยังมีประชาชนเข้ามาระบายความทุกข์ต่างๆอย่างมากมาย

อยากจะทำมาหากินอยากจะทำมาค้าขาย ( คุณโจนูโวก็ตอบว่า จะไปขายอะไรจะขายตอนนี้มันจะมีคนซื้อมั้ย ไอสันดานคนไทยมันไม่ได้เรื่อง ไปเที่ยวก็ไม่กักตัว ไปดูมวยดื่มเหล้าแก้วเดียวกันไม่มีวินัย จนทำให้ต้องบานปลาย สันดานดีๆแบบนี้ทำเอาคนชั่วกันเป็นแถว ) หลังจากนั้นก็พูดต่อว่า ทุกจุดบนโลกธรรมชาติคัดสรรใครควรอยู่ใครควรตายต้องคิดกันเองว่าใครควรอยู่ใครควรตาย งดขายเหล้ารวยขึ้นมาทั้งทีตอนนั้นราคาไข่แพงก็บ่นแต่พองดขายเหล้าก็รีบไปกักตุนรีบไปซื้อเหล้าเพราะฉะนั้นก็ตำนิคนไทยแบบที่สังคมนั้นได้มองว่าคุณโจนูโวไล่คนไปตาย หลังจากผู้ที่ใช้อินสตาแกรมบอกว่าหากินฝืดเคืยงจังเลยถ้ารัฐบาลเยียวยาไม่ทั่วถึงนั้นจะต้องได้ฆ่าตัวตายเหมือนกันหมดแน่ๆ

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  bk8 ดีไหม

พ่อฆ๋าแม่ต่อหน้าลูกวัย  3 ขวบ

           เมื่อวันที่ 12 เดือนพฤษภาคมปีพศ 2563 ช่วงเวลาประมาณ 12:00 นมีชาวบ้านได้มีการแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่ามีผู้ก่อเหตุฆ่ากันตายที่ห้องเช่าแห่งหนึ่งหลังโรงงานในจังหวัดราชบุรีซึ่งน่าจะมีเดินทางไปถึงก็พบว่ามีผู้เสียชีวิต หนึ่งคงเป็นแค่ผู้หญิงและยังมีคู่บาดเจ็บอีก 1 คนจากการกินยาพิษพบว่าอาการสาหัสอีก 1 คน

จึงได้รีบนำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลหลังจากนั้นจึงได้มีการสอบถามเรื่องราวกับผู้ที่เห็นเหตุการณ์โดยเพื่อนบ้านหลายคนได้ให้การตรงกันว่าหญิงชายทั้งคู่เป็นสามีภรรยากันซึ่งทั้งคู่นั้นมีลูกด้วยกัน 1 คนอายุประมาณ 3 ขวบ

โดยฝ่ายชายชื่อว่านายธนพลและฝ่ายหญิงชื่อว่านางสาวน้องนุชซึ่งทั้งคู่นั้นปกติดูรักใคร่กันดีไม่เคยมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกันมาก่อนแต่ก่อนหน้านี้ประมาณแค่เพียงไม่กี่วันสักประมาณวันที่ 10 เดือนพฤษภาคมเพื่อนบ้านได้เห็นว่าทั้งคู่มีปากเสียงกันโดยได้ยินคร่าวๆว่าทั้งคู่ทะเลาะกันเรื่องที่ฝ่ายหญิงมีการไปโพส Facebook ส่วนตัวระบุสถานะว่าตนเองโสดทำให้ฝ่ายชายรู้สึกไม่พอใจจึงได้เดินมาต่อว่าและมีการทะเลาะกันอย่างรุนแรงเพราะทั้งคู่ยังคงเป็นสามีภรรยา

และยังไม่ได้เลิกลากันฝ่ายชายจึงรู้สึกหวงเพราะฝ่ายหญิงนอกจากระบุสถานะว่าเป็นโสดแล้วยังมีการคุยกับผู้ชายคนอื่นอีกด้วยหลังจากที่มีการทะเลาะกันเกิดขึ้นฝ่ายชายก็เก็บเสื้อผ้าออกจากห้องเช่าพร้อมทั้งนำลูกวัย 3 ขวบออกไปด้วยแต่ผ่านไปแค่เพียงหนึ่งคืนเท่านั้นฝ่ายชายก็กลับมาอยู่กับภรรยาเหมือนเดิมและต่อมาวันที่ 11 เดือนพฤษภาคม

ก็มีการทะเลาะกันอีกครั้งหนึ่งซึ่งเรื่องของการทะเลาะกันก็ยังเป็นเรื่องเดิมโดยครั้งนี้ฝ่ายหญิงได้มีการบอกกับสามีของตนเองว่าได้หมดรักสามีแล้วพร้อมทั้งเธอยังบอกกับเพื่อนบ้านอีกด้วยว่าเธอไม่ได้รักสามีของเธอแล้วซึ่งเพื่อนบ้านคิดว่าเธอน่าจะกำลังอยากจะเลิกกับสามีของตนเองซึ่งหลังจากที่สามีคิดถึงผู้ก่อเหตุได้ยินภรรยาพูด

ดังนั้นก็เกิดการทะเลาะกันอีกครั้งหนึ่งและได้มีการเก็บข้าวของและพาลูกวัย 3 ขวบออกจากบ้านอีกรอบต่อมาวันที่ 12 ช่วงเวลาเที่ยงก็นำลูกกลับมาบ้านเช่าอีกรอบหนึ่งและกลับมาทะเลาะกันอีกครั้งหนึ่งซึ่งเป็นช่วงในเวลาที่เกิดเหตุซึ่งในตอนเกิดเหตุนั้นลูกวัย 3 ขวบก็นั่งอยู่ในที่เกิดเหตุด้วยโดยหลังจากที่ทั้งคู่มีการทะเลาะกันอย่างรุนแรงฝ่ายผู้ชายได้ใช้มีดแทงภรรยาจนเสียชีวิต

หลังจากนั้นตัวฝ่ายสามีเองก็นำยาพิษที่มีสีเขียวมาดื่มเพื่อหวังที่จะฆ่าตัวตายตามภรรยาของตนเมื่อชาวบ้านได้มาเห็นเหตุการณ์จึงได้มีการแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาที่เกิดเหตุดังกล่าวซึ่งชาวบ้านหลายคนต่างก็บอกว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นและที่สำคัญนายชนะพลไม่น่าที่จะก่อเหตุต่อหน้าลูกเพราะลูกอายุ 3 ขวบแล้วเขาสามารถรับรู้เรื่องราวได้แล้วและภาพที่พ่อฆ่าแม่จะกลายเป็นภาพที่ฝังใจลูก ไปจนโต

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ทางเข้าbk8

สามีคลั่งยาทำร้ายเมียสาหัส  การแจ้งเหตุผลสาเหตุทำร้ายภรรยาคบชู้ 

            ทางสำนักข่าวอรุณอมรินทร์ได้รับการร้องเรียนมาจากผู้ชมข่าวท่านหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องที่น้องสาวของเขาถูกแฟนทำร้ายและจับขังไว้โดยเธอบอกว่า ตัวเธอเองนั้นเป็นพี่สาวผู้หญิงที่ถูกทำร้าย

ซึ่งเธอได้กล่าวกับทางนักข่าวว่าน้องสาวของเธอถูกทำร้ายจนน่วมและถูกจับขังเอาไว้ทำให้นักข่าวต้องลงพื้นที่ไปจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเพื่อไปดูความจริงที่เกิดขึ้น ซึ่งเมื่อนักข่าวไปถึงก็ได้พบกับหญิงสาวคนหนึ่งที่ชื่อว่าน้องแนนซึ่งเธออยู่ในสภาพที่ร่างกายเขียวช้ำขอบตาบวมปูด โดยน้องแนนได้ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวที่ลงพื้นที่ว่าเธอนั้นถูกแฟนหนุ่มที่ชื่อว่านายมาโนชทำร้าย

ซึ่งเหตุการณ์ที่ถูกทำร้ายในครั้งนี้จากนั้นมาจากว่าเธอนั้นได้ขอเลิกกับนายมาโนชโดยนายมาโนชก็เหมือนจะยินยอมให้เธอเลิกด้วยดีเลยบอกให้เธอนั้นไปเก็บข้าวของออกจากบ้านของเขาแต่เมื่อเธอเดินทางไปถึงที่บ้านของนายมาโนช พร้อมกับลูกสาววัย 5 ขวบของเธอเมื่อเธอเปิดประตูห้องเข้าไปนายมาโนชซึ่งเป็นอดีตสามีก็ทำการกระชากหัวของเธอแล้วดึงเข้าไปในห้อง แล้วมีการตบและเตะเธอ รวมถึงเอาเท้าถีบเธอด้วย ซึ่งในขณะที่มีการถีบเธอนั้นรองเท้าของนายมาโนชก็ได้หลุด

ทำให้นายมาโนชหยิบรองเท้าของตนเองและเอามาตบหน้าน้องแนนอีกทั้งนายมาโนชมองเห็นไม้ที่เตรียมเอาไว้อยู่ข้างมือก็เอาไม้มาทุบตีน้องแนน ทั้งตัว ที่นายมาโนชทำร้ายร่างกายแนนจนพอใจแล้วเห็นว่าแนนมีเลือดออกและมีรอยพกช้ำเต็มไปหมดจึงสั่งให้แนนนั่งอยู่ในห้องและบอกให้แนนรอจนกว่าแผลตามตัวจะหายแล้วค่อยกลับบ้าน แต่เมื่อนายมาโนชไม่อยู่บ้านนานจึงได้ทำการหลบหนีแล้วกลับมาที่บ้านของเธอพร้อมกับเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้ญาติและคนในครอบครัวของเธอฟังจึงทำให้พี่สาวของเธอได้มาแจ้งข่าวกับสำนักข่าวอรุณอมรินทร์ 

ซึ่งน้องแนน เล่าให้ฟังว่าน้องแนนถูกทำร้ายมาบ่อยครั้ง จนทนไม่ไหวจนต้องขอเลิก ซึ่งน้องแนนเองก็บอกว่าสาเหตุที่แฟนทำร้ายนั้นเนื่องจากว่านายมาโนชเกิดความหัวคิดว่าตนเองจะกลับไปมีชู้กับแฟนเก่าซึ่งเธอยืนยันว่าไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด  ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้เธอต้องการที่จะเลิกติดต่อกับนายมาโนชอย่างเด็ดขาดเพราะเธอไม่สามารถทนให้นายมาโนชทำร้ายร่างกายเธอได้อีกต่อไปแล้ว ซึ่งเมื่อนักข่าวเดินทางไปสอบถามแฟนเก่าของน้องแนนก็ได้รับคำตอบว่าตนเองนั้นเลิกกับน้องแนนมานานแล้วและเป็นแค่เพียงเพื่อนกันเท่านั้นนานๆถึงจะไปดูลูกสาวที

ซึ่งนายมาโนชน่าจะคิดไปเองว่าน้องแนนจะนอกใจเลยทำให้น้องแนนถูกนายมาโนชทำร้ายโดยใช้อันเก่าของน้องแนนยืนยันว่าตอนนี้ไม่ได้คิดอะไรกับน้องนานแล้วจริงๆเพราะตนเองก็มีภรรยาใหม่เรียบร้อยแล้ว และสาเหตุที่ครอบครัวของน้องแนนต้องมาร้องเรียนกับนักข่าวนั้นเนื่องจากว่าเคยมีการแจ้งความที่สถานีตำรวจให้ดำเนินการกับนายมาโนชในข้อหาทำร้ายร่างกายแล้วแต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เคยดำเนินการให้สักครั้งจึงเกรงว่าจะไม่ปลอดภัยจึงได้ร้องขอให้ทางนักข่าวช่วยประสานงานให้

 

 

สนับสนุนโดย  bk8

หญิงสาวโมโหโหดขับรถมาบ้านแฟนเก่ากระหน่ำยิงเมียใหม่ไม่ยั้ง

    ที่จังหวัดกาญจนบุรีเจ้าหน้าที่ตำรวจสภเมืองกาญจนบุรีได้รับแจ้งเหตุว่ามีเหตุการณ์ยิงกันเกิดขึ้นที่บ้านพักแห่งหนึ่งที่ตำบลปากแพรกทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำกองกำลังทั้งฝ่ายพิสูจน์หลักฐานและฝ่ายสืบสวนสอบสวนรวมถึงยังติดต่อทางมูลนิธิเดินทางไปยังบ้านพักที่เกิดเหตุดังกล่าว   ซึ่งสถานที่เกิดเหตุนั้นเป็นห้องแถวชั้นเดียวโดยเมื่อไปถึงทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็เห็นนายจิรวุฒิกำลังยืนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ที่หน้าบ้านและยังมีนางรุ่งฤดีซึ่งเป็นเมียของนายจิรายุทธ เซ็งได้รับบาดเจ็บเพราะถูกอาวุธปืนยิ่งโดนที่หน้าแข้งเลือดอาบเต็มไปหมดแล้วเมื่อทางกู้ภัยเดินทางไปถึงก็ได้มีการประสานงานพาผู้บาดเจ็บไปส่งที่โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา

หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้เข้าไปภายในบริเวณบ้านที่เกิดเหตุซึ่งเมื่อเข้าไปถึงก็พบร่องรอยของกระสุนปืนและยังมีร่องรอยของลูกกระสุนปืนเจาะตามผนังกระจกต่างๆเต็มไปหมด

  และยังมีกองเลือดอยู่ในที่เกิดเหตุอีกด้วยนอกจากกระสุนปืนจะมีการเจาะภายในบริเวณบ้านแล้วแถวๆหน้าบ้านที่เป็นที่จอดรถก็มีร่องรอยกระสุนปืนตกอยู่อีกด้วยทางฝ่ายพิสูจน์หลักฐานจึงได้มีการรวบรวมเก็บปลอกกระสุนปืนดังกล่าวเอาไว้ซึ่งทางเจ้าของบ้านก็คือนายจิรวุฒิก็ได้ให้ปากคำกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าในขณะที่ตัวเขาและก็มีของเขากำลังที่จะขับรถออกไปซื้อของกินนั้นอยู่ดีๆแฟนเก่าของเขาที่เคยคบหากันเมื่อ 2 ปีที่แล้วแต่ก็เลิกกันมานานแล้วเช่นเดียวกันได้ขับรถเก๋งเข้ามาจอดตรงข้ามกับบ้านพักของเขา

พอจอดรถได้เปิดประตูรถแฟนเก่าก็เดินลงจากรถมาพร้อมกับมีอาวุธปืนอยู่ในมือพอนายจิรวุฒิมองเห็นปืนอยู่ในมือของแฟนเก่าก็รีบบอกเมียของตนเองให้อยู่แต่ในบ้านไม่ต้องออกมาซึ่งในตอนนั้นเองแฟนเก่าของเขาก็ได้มีการยิงปืนเข้าไปในบ้านหลังจากนั้นก็ยิงเดินเข้าไปในบ้าน หลังจากกระหน่ำยิงจนไม่มีกระสุนยิงออกจากปืนแล้วอดีตแฟนเก่าก็กลับขึ้นรถแล้วขับรถหนีไปเลย

ซึ่งจากการสันนิษฐานของนายจิรวุฒิเองคิดว่าน่าจะเกิดจากที่ภรรยาของเขาเคยมีเรื่องทะเลาะกับอดีตแฟนเก่ามาก่อนซึ่งในตอนนั้นมีการแจ้งความดำเนินคดีกันด้วยเพราะมีการโพสต์ด่ากันผ่านทาง facebook และที่สำคัญก่อนหน้าที่แฟนเก่าจะขับรถมายิงเมียของเขานั้นแม่ของแฟนเก่าได้โทรมาหาเขาและมาพูดจาขอร้องให้เขาไปพูดกับเมียของเขาหน่อยว่าให้หยุดด่าทอแฟนเก่า

ของเขาผ่านทาง facebook ให้ต่างคนต่างอยู่ซึ่งตัวนายธีรวุฒิเองก็รับปากว่าจะคุยกับเมียให้แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไรทางอดีตแฟนเก่าก็ขับรถมาที่บ้านเราก็มากระหน่ำยิงเมียของเขาจนได้รับบาดเจ็บอย่างที่เห็นซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็เก็บหลักฐานไว้เรียบร้อยแล้วแล้วก็กำลังพยายามติดตามตัวแฟนเก่าของนายจิรวุฒิมาดำเนินคดี

ดาราสาวแพทริเซียกู๊ดทำดีไม่ได้ดี

จากเหตุการณ์ที่ประเทศไทยพบกับปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าซึ่งมีการแพร่ระบาดต่อเนื่องทุกจังหวัดยังผลให้หน้ากากอนามัยและเจลล้างมือขาดแคลน จึงได้มีเหล่าคนดังดาราเซเลบต่างๆ ต่างระดมกำลังกันเพื่อหาวิธีช่วยเหลือพยายามหาหน้ากากอนามัยมาบริจาคให้กับประชาชนที่ไม่สามารถหาซื้อหน้ากากอนามัยได้

เนื่องจากเมื่อหน้ากากอนามัยขาดแคลนก็มีคนที่หวังหาผลประโยชน์จากความต้องการของประชาชนในครั้งนี้โดยการนำหน้ากากอนามัยมาขายในราคาที่ค่อนข้างสูงจึงทำให้หลายคนไม่มีเงินที่จะซื้อหน้ากากอนามัยใช้จากเหตุการณ์ในครั้งนี้นางเอกสาวแพทริเซียกู๊ดได้แสดงความมีน้ำใจให้กับประชาชนคนไทยด้วยการจัดสรรหน้ากากอนามัยเพื่อนำมาบริจาคให้กับประชาชนเป็นจำนวนถึง 2,500 ชิ้นซึ่งเธอได้มีการโพสต์ลงใน Instagram ส่วนตัวของเธอว่าจะนำไปบริจาคให้กับเพื่อนๆคนไทยด้วยกันแต่เมื่อมีคนเห็นข้อความของเธอใน Instagram บางส่วนต่าง

เข้ามาโพสต์สอบถามถึงเรื่องหน้ากากอนามัยที่เธอจะนำมาบริจาคนั้นเธอไปหามาจากไหนหลายคนบอกว่าตอนนี้หน้ากากอนามัยเป็นที่ต้องการของทุกคนซึ่งหาซื้อได้ยากแต่ทำไมดาราสาวถึงสามารถหามาได้ในปริมาณที่สูง

    ซึ่งจากคำถามในครั้งนี้ทำให้เราเห็นได้ว่าหลายคนยังมีอคติกับดาราสาวแพทริเซียกู๊ดจากเหตุการณ์ก่อนหน้าที่เธอได้ทำการเลิกกับแฟนหนุ่มแล้วมาคบซ้อนกับไฮโซหนุ่มอีกคนหนึ่งเพราะการที่ดารานำของมาบริจาค อย่างเช่น หน้ากากอนามัยที่กำลังขาดแคลนนั้นไม่ใช่ว่ามีแค่ แพทริเซียกู๊ด คนเดียวเท่านั้นอย่างล่าสุดดาราสามีภรรยาคุณ พุทกับคุณ จุ๋ย ก็นำหน้ากากอนามัยมาบริจาคให้กับประชาชน 2,500 เช่นเดียวกัน

แต่ไม่มีใครถามคำถามว่าเอาหน้ากากนี้มาจากไหนกับสองสามีภรรยาคู่นั้นแต่กลับมาตั้งคำถามกับแพทริเซียกู๊ดคนเดียวซึ่งทำให้เห็นว่าประชาชนบางคนก็ยังมีจิตใจคับแคบชอบยุ่งเรื่องของชาวบ้าน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจดาราสาวให้พิเศษเป็นอย่างมากที่ตั้งใจจะทำความดีแต่กลับมีคนบางกลุ่มพี่มองแต่เรื่องหลายๆแล้วยังหาเรื่องทำให้ดาราบางคนที่เคยมีอดีตที่ไม่ดีแล้วอยากกลับเนื้อกลับตัวเป็นคนดีเกิดความรู้สึกท้อแท้ได้เช่นกันถ้าหากเป็นเราตั้งใจที่จะทำความดีแล้วคนกลับมองไม่เห็นความดีแต่กลับออกมาต่อว่าให้เราเสียหายเสียความรู้สึกเราคงต้องไม่อยากทำความดีเช่นเดียวกัน 

      ปัจจุบันหน้ากากอนามัยยังคงเป็นที่ต้องการของประชาชนทั่วไปเป็นอย่างมากถึงแม้ว่ารัฐบาลจะออกมาว่าจะมีการผลิตหน้ากากอนามัยมากขึ้นกว่าเดิมเพื่อนำมาจำหน่ายให้กับประชาชนในราคาที่ถูกแต่ในทุกวันนี้เราก็แทบไม่เห็นหน้ากากอนามัยในราคาถูกขายให้กับประชาชนเลยดังนั้นการที่มีดาราใจบุญนำหน้ากากอนามัยมาแจกจ่ายนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่ดีซึ่งเราไม่ควรไปต่อว่าพวกเขาเหล่านั้น

โจรแสบ ย่องขโมยของได้ไปถึง 6 ล้านบาท 

คฤหาสน์หรูโดนยกเค้าโจรแสบ ย่องขโมยของได้ไปถึง 6 ล้านบาท 

    ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับรายงานว่ามีหมู่บ้านหลังหนึ่งในโครงการแห่งหนึ่งถูกโจรขึ้นไปขโมยทรัพย์สินและได้ของมีค่าไปมากมายรวมของที่หายไปเป็นมูลค่าถึง 6 ล้านบาทเลยทีเดียวโดยโครงการหมู่บ้านที่พบปัญหาโจรขึ้นบ้านนั้นเป็นหมู่บ้านอยู่แถวถนนพระราม 5 จังหวัดนนทบุรีซึ่งเหตุเกิดช่วงประมาณสามทุ่ม

เนื่องจากวันนั้นทุกคนในบ้านออกไปทำธุระกันหมดไม่มีใครอยู่บ้านเลยแล้วก็พากันกลับมาถึงบ้านช่วงประมาณตอนเที่ยงคืนเดินมากลับมาถึงบ้านกันทุกคนรับรู้ถึงความผิดปกติของตัวบ้านเนื่องจากเมื่อเข้ามาในบริเวณบ้านพบว่าบ้านเปิดประตูทิ้งไว้ซึ่งเมื่อเดินดูรอบๆบริเวณบ้านก็พบร่องรอยการงัดแงะและเมื่อเข้าไปตรวจสอบทรัพย์สินมีค่าของแต่ละคนก็พบว่ามีข้าวของเสียหายไปเป็นจำนวนมากและยังมีสินค้าที่มีราคาแพงสูญหายไปเช่นกระเป๋านาฬิกาเครื่องประดับ

โดยรวมแล้วมูลค่าความเสียหายอยู่ที่ประมาณ 6 ล้านบาททางเจ้าของบ้านแจ้งว่าคนร้ายน่าจะทราบการเคลื่อนไหวของทุกคนภายในบ้านเป็นอย่างดีเพราะตั้งใจที่จะเข้ามาขโมยของตอนที่ไม่มีใครอยู่ที่บ้านดังนั้นแสดงว่าคนร้ายต้องรู้การเคลื่อนไหวของคนในบ้านว่าใครจะเข้าจะออกในช่วงเวลาไหนบ้างแต่ที่สำคัญคนร้ายย่อมจะมีความรู้ว่าของมีค่าอยู่ตรงจุดไหนก็สามารถไปค้นหาของมีค่าเจอว่ามีการซุกซ่อนเอาไว้ตรงไหนภายในบ้านที่สำคัญ

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจพบว่าโจรที่เข้ามาขโมยของนั้นทราบจุดซ่อนกล้องวงจรปิดทุกจุดโดยมีการตัดสัญญาณกล้องวงจรปิดก่อนที่มีการขโมยของแต่ที่สำคัญจนยังได้ขโมยกล้องบันทึกภาพกล้องวงจรปิดออกไปด้วยซึ่งถ้าหากไม่ใช่คนที่รู้ข้อมูลภายในบ้านดีแล้วจะไม่สามารถรู้ได้เลยว่าบ้านหลังนี้มีการวางกล้องวงจรปิดไว้ตรงจุดไหนบ้างแล้วกล่องบันทึกภาพของกล้องวงจรปิดอยู่ที่ไหนดังนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องสอบปากคำคนในบ้านด้วยเช่นเดียวกันซึ่งตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังพยายามเก็บรวบรวมหลักฐานจากทั้งในบ้านและนอกบ้านโดยมีกล้องวงจรปิดหน้าบริเวณบ้านซึ่งเป็นกล้องของเพื่อนบ้านได้ถ่ายภาพคนร้ายเอาไว้ได้ซึ่งตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตามตัวคนร้ายมาลงโทษให้ได้ 

     จากสถานการณ์คนร้ายตีขโมยของภายในบ้านพักซึ่งเป็นบ้านหรูมี รปภ. คอยดูแลแต่ก็ยังมีคนสามารถขโมยของไปได้นั้นทำให้เราสามารถสงสัยได้ว่าอาจจะมีคนในบ้านที่คอยให้ข้อมูลกับคนร้ายว่าใคร ออกไปไหนบ้างแล้วเพื่อที่จะให้คนร้ายเข้ามาขโมยของก็ไม่เช่นนั้นคนร้ายจะไม่รู้รายละเอียดภายในบ้านได้มากมายขนาดนี้และยังต้องผ่าน รปภ. ซึ่งมีหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยของคนที่จะเข้ามาในหมู่บ้าน เรื่องนี้คงต้องรอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแสดงฝีมือจับคนร้ายมาลงโทษให้ได้และสืบทราบให้ได้ว่าใครเป็นตัวการในการก่อเหตุขโมยขึ้นบ้านในครั้งนี้

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  แทงบอลออนไลน์2020

เหยื่อรวมตัวกันแจ้งจับชินแสปลอม

เหยื่อรวมตัวกันแจ้งจับชินแสปลอมหลอกให้ออกรถแล้วเชิดรถหนีไป

       มีรายงานข่าวเข้ามาว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจของ สอ.หนองปรือจังหวัดชลบุรีได้รับแจ้งความจากผู้เสียหายหลายรายที่เดินทางมาแจ้งความพร้อมกันในวันเดียวเกี่ยวกับกรณีที่ถูกนายจีรวัฒน์อายุ 50 ปีหลอกลวงให้ไปออกรถทั้งจักรยานยนต์และรถยนต์ป้ายแดงหลังจากนั้นก็ทำทีออกอุบายขอเอารถไปใช้โดยบอกว่าจะผ่อนจ่ายค่างวดรถและหลังจากที่นายจีรวัฒน์นำรถไปแล้วก็ไม่สามารถติดต่อนายจีรวัฒน์ได้เลยซึ่งจากการที่นักข่าวได้สอบถามผู้เสียหายจำนวนห้ารายที่มารวมตัวกันแจ้งความในวันนี้นั้นทุกคนต่างให้ข้อมูลตรงกันหมดว่าแต่ละคนจะมีธุรกิจหรือกิจการเป็นของตนเอง

และในช่วงนี้ธุรกิจก็ค่อนข้างมีปัญหาซบเซาซึ่งนายจีรวัฒน์จะทำทีเข้ามาเป็นลูกค้าเพื่อตีสนิทก่อนหลังจากนั้นก็ได้ออกอุบายบอกว่าตนเองนั้นเป็นซินแสสามารถดูดวงและช่วยแก้เคล็ดให้ได้

ซึ่งผู้เสียหายแต่ละคนก็ได้เชื่อตามที่นายจิรวัฒน์กล่าวอ้างโดยทำการแก้เคล็ดอย่างทางที่นายจิรวัฒน์ให้ทำหลังจากนั้นก็ทำให้รู้จักสนิทสนมกันอยู่ช่วงหนึ่งแล้วน่าจะร้อนก็เริ่มออกอุบายให้ผู้เสียหายไปทำการออกรถป้ายแดงซึ่งบางคนก็ได้ออกรถจักรยานยนต์แต่บางคนก็จะได้ออกรถยนต์โดยหลังจากที่ผู้เสียหายออกรถได้ประมาณสักสองถึงสามเดือนแล้วนายจีรวัฒน์ก็จะทำทีมาขอยืมรถไปใช้โดยอ้างว่าตัวเองไม่มีรถใช้งานโดยนายจีรวัฒน์จะบอกกับผู้เสียหายว่าจะเป็นคนจ่ายค่าผ่อนงวดรถให้เอง

โดยทางผู้เสียหายหลายหลายหลงเชื่อและให้รถให้หน่อยเจ้รถไปใช้งานซึ่งหลังจากนายจีรวัฒน์ได้รถไปแล้วก็ไม่ยอมจ่ายค่าผ่อนงวดรถ จนผู้เสียหายได้รับการทวงให้ไปจ่ายค่าผ่อนงวดรถจึงทำให้รู้ว่าตั้งแต่นายจีรวัฒน์นำรถไปก็ไม่เคยจ่ายค่าผ่อนงวดรถเลยและเมื่อทางผู้เสียหายโทรไปหานายจิรวัฒน์ก็ไม่สามารถติดต่อได้จึงทำให้ผู้เสียหายคาดเดาเอาว่าน่าจะถูกหลอกและนายจิรวัฒน์คงนำรถหนีไปเรียบร้อยแล้ว

จึงได้เดินทางมาแจ้งความที่สถานีตำรวจจึงทำให้รู้ว่ามีผู้เสียหายหลายรายที่ถูกนายจิรวัฒน์หลอกลวงให้ออกรถยนต์แล้วนำรถหนีหายไปซึ่งในขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งติดตามตัวนายจีรวัฒน์เพื่อนำตัวมามาดำเนินคดีซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะผู้เสียหายหลงเชื่อคนง่ายจนเกินไปและไม่คิดอะไรให้รอบคอบก่อนที่จะมีการให้ทรัพย์สินคนอื่นไปใช้งานจึงทำให้ถูกมิจฉาชีพมาทำการตีสนิทแล้วหลอกเอาทรัพย์สินของตนเองไปได้แบบนี้ 

 

สนับสนุนโดย  entaplay

เข้าห้องน้ำสาธารณะถูกตีหน้าเยิน

เข้าห้องน้ำสาธารณะถูกตีหน้าเยินเหตุเพราะจ่ายแบงค์ร้อย

          มีผู้ชายคนหนึ่งได้มีการร้องเรียนมาที่สำนักข่าวแห่งหนึ่งโดยเขาใช้ชื่อว่าคุณป๊อบ  เขาได้เล่าเรื่องให้นักข่าวฟังว่าเค้าได้เดินไปเข้าห้องน้ำแถวตลาดนัดแห่งหนึ่งที่อยู่แถวอำเภอบางเสาธงจังหวัดสมุทรปราการซึ่งโดยปกติแล้วห้องน้ำจะต้องเสียค่าเข้าโดยสถานที่ที่คุณป๊อบไปข้าวนั้นมีการคิดค่าเข้าห้องน้ำอยู่ที่ 3 บาทแต่วันนั้นคุณป๊อบมีเงินติดตัวเป็นแบ๊งค์ร้อยไม่มีเหรียญเลยแต่ด้วยความที่คุณป๊อบปวดปัสสาวะมากจึงได้จ่ายแบงค์ 100บาทไว้ที่พนักงานที่เก็บตั้งอยู่ด้านหน้าห้องน้ำแล้วรีบวิ่งเข้าไปในห้องน้ำแต่เมื่อทำธุระเสร็จแล้วเดินออกมาปรากฏว่าที่ดันหน้าห้องน้ำมีกลุ่มวัยรุ่นยืนอยู่ประมาณหกถึงเจ็ดคน

ซึ่งคุณป๊อบบอกว่าจำได้ว่าหนึ่งในนั้นมีคนฉายาว่าจิ๋มราชหวาย หรือชื่ออีกชื่อว่านายพนมเป็นคนทำงานอยู่แถวร้านหมูกะทะซึ่งร้านนี้อยู่ตรงใกล้กับตลาดที่คุณป๊อบไปเข้าห้องน้ำอยู่ซึ่งคนในตลาดน่าจะบอกกันว่านายพนมเป็นคนที่มีอิทธิพลในบริเวณละแวกนี้ซึ่งอยู่อยู่นายพนมกับพวกก็เข้ามาทำร้ายเขาซึ่งภายหลังเค้าได้ทราบว่านายพนมไม่พอใจที่เขานำแบงค์ 100 บาทไปจ่ายค่าห้องน้ำซึ่งเขาถูกทำร้ายร่างกาย 100,000 สาหัสจนต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลนานถึงสี่เดือนบทค่าใช้จ่ายในการรักษาตัวเองไป 40,000 กว่าบาท

ซึ่งจะเกิดเรื่องก็ได้แจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจแต่คดีก็ไม่คืิบหน้า ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงแค่เงินค่าเข้าห้องน้ำ 3 บาทเท่านั้นเองโดยคุณป๊อบยืนยันว่าตอนที่วิ่งเข้ามาจะเข้าห้องน้ำนั้นหาเงิน 3 บาทไม่เจอนี่เพียงแต่แบ๊งค์ร้อยเท่านั้นเมื่อทางพนักงานเฝ้าหน้าห้องบอกว่าไม่มีเงินทอนต้นปวดปัสสาวะมากรอไม่ไหวจึงวิ่งเข้าห้องน้ำก่อนหลังจากเข้าห้องน้ำเสร็จแล้วจึงเดินออกมาแล้วก็ค้นตัวเองหาเหรียญอีกครั้งซึ่งก็พบว่ามีเหรียญอยู่ 3 บาทพอดีและกำลังจะจ่ายเงินแต่ก็มาถูกจิ๋มราชหวายกับพวกรุมทำร้ายเสียก่อนซึ่ง

เมื่อผู้สื่อข่าวไปสอบถามกับจิ๋มราชหวายก็ได้คำตอบว่านายป๊อบมากมาทานอาหารที่ตลาดแห่งนี้บ่อยบ่อยและชอบมาเข้าห้องน้ำที่นี่เป็นประจำแต่มักจะจ่ายเงินเป็นแบ๊งค์ร้อยซึ่งทางคนเก็บเงินหน้าห้องน้ำก็จะไม่มีทอนและก็จะไม่เรียกเก็บเงินในป๊อบตนเองเห็นว่านายป๊อบทำแบบนี้บ่อยบ่อยจึงเกิดความไม่พอใจจึงได้ลงมือทำร้ายตบหัวสั่งสอนในป๊อบและลูกน้องก็เลยรุมกระทืบในป๊อบดังที่เป็นข่าว

 

สนับสนุนโดย  sagame

นาย เจ ได้นำอาวุธปืนไปยิงอดีตภรรยาที่คลินิกเสริมความงาม

สามีปืนดุ  เปิดเผย วิญาณผู้ตายมาเข้าฝัน ถามว่ามาฆ่าเขาทำไม?

 จากกรณีที่นาย เจ ได้นำอาวุธปืนไปยิงอดีตภรรยาที่คลินิกเสริมความงาม ที่บริเวณชั้น 4 กลางห้างดังแถวอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ นั้นตอนนี้ทางผู้ก่อเหตุคือนาย เจได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้เรียบร้อยแล้ว และถูกนำตัวมาที่ สถานีตำรวจพญาไท  ซึ่งหลังจากที่ได้นอนคุกที่ สน. พญาไทไปหนึ่งคืน ทางผู้สื่อข่าวก็ได้ไปสอบถามกับนาย เจ ว่าเป็นอย่างไรบ้าง

ซึ่งนาย เจก็บอกว่า ตอนนี้ตนเองรู้สึกเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไปมาก ที่ทำลงไปนั้นเกิดเพราะความหึงหวงที่มีต่อตัวอดีตภรรยา จึงทำให้เกิดความขาดสติ ไม่มีความยับยั้งช่างใจ จึงไปก่อเหตุเพียงเพราะเกิดเป็นอารมณ์ชั่ววูบ และตอนนี้ก็รู้สึกสำนึกผิดแล้ว ซึ่งในวันนี้ทางแม่ของนาย เจได้เดินทางมาเยี่ยมนายเจ แต่เช้าและได้ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวว่า ลูกชายของตนนั้นเป็นคนอารมณ์ร้อน 

แต่ตนเองก็รู้มาว่าทางลูกชายและผู้ตายได้มีปัญหากันจนมีเหตุให้เกิดเรื่องหย่าร้างกันขึ้น และหลังจากที่ทั้งคู่หย่ากันไปแล้ว ก็เห็นว่าทั้งคู่ต่างก็มีแฟนใหม่เป็นของตัวเองกันไปแล้ว แต่ลูกชายของตน ซึ่งก็คือนาย เจ มักจะมาพูดกับแม่เสมอว่า ยังรักภรรยาเก่าอยู่ และอยากจะขอคืนดีกับภรรยาเก่า

เพราะยังลืมไม่ได้ ที่สำคัญแม่นายเจ บอกว่า นายเจเคยบอกกับแม่ว่าจะไปทำร้ายภรรยาเก่าหากไม่ยอมคืนดีด้วย ซึ่งแม่ก็ได้เตือนนายเจไปว่าให้ต่างคนต่างอยู่ เพราะแม่รู้ว่าลูกชายของตัวเองเป็นคนขี้โมโหง่ายและเป็นคนอารมณ์ร้อนและรุนแรง ยังเคยส่งข้อความไปเตือนภรรยาเก่าของลูกชายเลยว่าให้ระวังตัวด้วย

เพราะตอนนี้นาย เจ ยังโมโหเรื่องที่หย่ากันอยู่ ซึ่งทางแม่เองก็ไม่คิดว่าลูกชายจะมาก่อเหตุจริงจริง ทั้งนี้แม่ของนาย เจ บอกว่าหลังจากที่ลูกชายโดนจับกุมได้คุยกับลูก

โดยลูกยอมรับว่าทีทำไปเพราะอารมณ์ชั่วครู่เกิดจากความหึงเพราะตนเองยังรักคนตายอยู่มาก และยังอยากกลับมาคืนดี ตอนนี้ได้แต่รู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำลงไป และนายเจยังเล่าให้แม่ฟังว่า

เมื่อคืนผู้ตายมาเข้าฝัน โดยมาถามว่าทำไมต้องฆ่าเขาด้วย ยิ่งทำให้ลูกชายรู้สึกผิดมากยิ่งขึ้น แต่แม่ก็ได้แต่ปลอบใจลูกให้ยอมรับผลของกระทำ ส่วนเรื่องจะไปฟังพระสวดศพของคนตายหรือไม่นั้นก็ขอดูก่อนเพราะไม่มีเงินมากพอที่จะเดินทางไป

สาวทอมไลฟ์สดโชว์ตบแฟนผ่านทาง Facebook

สาวทอมไลฟ์สดโชว์ตบแฟนผ่านทาง Facebook เพื่อนเห็นทนไม่ไหวแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือ

   ตอนนี้มีคลิปวีดิโอคลิปหนึ่งที่ผู้คนในโลกออนไลน์ต่างก็พยายามช่วยกันแชร์และหาพิกัดของสถานที่ในคลิปว่าอยู่ที่ไหนเพื่อที่จะต้องการประสานงานให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าไปช่วยเหลือบุคคลที่อยู่ในคลิปได้ สืบเนื่องมาจากในคลิปวีดิโอดังกล่าวเป็นการอัดคลิปจากสาวทอมรายหนึ่งที่ได้ไลฟ์สดการทำร้ายแฟนของตัวเองลงเฟสบุ๊ก

ซึ่งเพื่อนเพื่อนในเฟสของสาวทอมเห็นแล้วทนไม่ได้จึงได้ทำการอัดคลิปวีดิโอที่สาวทอมกำลังทำร้ายแฟนแล้วแชร์ส่งต่อต่อกันไปเพื่อให้คนที่รู้จักสถานที่ดังกล่าวช่วยแจ้งพิกัดว่าเหตุการณ์ในคลิปนั้นเกิดขึ้นที่ไหน เพื่อที่จะได้ประสานงานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปช่วยเหลือหญิงสาวคนที่ถูกทำร้ายได้ทันก่อนที่หญิงสาวคนนั้นจะบาดเจ็บไปมากกว่าที่เห็นในคลิป

เพราะหลายคนที่เห็นคลิปต่างก็กลัวกันว่าผู้หญิงคนที่โดนทำร้ายอาจจะเสียชีวิตได้ โดยคนที่ทำการอัดคลิปแล้วนำมาแชร์เพื่อจะช่วยเหลือผู้หญิงในคลิปได้เล่าให้นักข่าวฟังว่า ตนเองเห็นว่าเฟสบุ๊กของทอมรายนี้กำลังไลฟ์สดจึงได้เข้ามาดูแล้วก็เห็นว่าทอมกำลังทำร้ายผู้หญิงอยู่ ซึ่งผู้หญิงคนนั้นมีเลือดเต็มไปหมดและยังได้ส่งเสียงร้องไห้ร้องขอชีวิตจากสาวทอมที่กำลังทำร้ายแต่ดูเหมือนว่าทอมคนดังกล่าวจะไม่สนใจและยังคงทำร้ายอยู่ ตนเองเกรงว่าถ้าปล่อยไว้แบบนี้ผู้หญิงคนนั้นต้องตายแน่นอนจึงได้ทำการอัดคลิปวีดิโอเอาไว้เป็นหลักฐาน

เพื่อส่งต่อให้ตำรวจได้เข้าไปช่วยเหลือหญิงสาวในคลิป

แต่ว่าไม่มีใครรู้ว่าเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในคลิปนั้นอยู่ที่ไหน จึงได้ส่งข้อความแชร์ออกไปเพื่อให้พลังของชาวโซเชียวช่วยกันหาที่อยู่จะได้เข้าไปช่วยหญิงสาวคนนั้นได้ทันก่อนที่ทุกอย่างจะสายไป แต่ในตอนนี้เท่าที่ตรวจสอบสาวทอมคนดังกล่าวได้ปิดเฟสบุ๊กหนีไปแล้วจึงทำให้ไม่สามารถหาที่อยู่ตามในคลิปได้ว่าอยู่ที่ไหน

ซึ่งหลายคนได้เข้ามาให้ข้อมูลว่าสาวทอมคนนี้เป็นคนจังหวัดอะไร แต่ก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้เพราะมีคนแจ้งเข้ามาว่าสาวทอมคนดังกล่าวปัจจุบันไม่ได้อยู่ที่จังหวัดบ้านเกิดแต่มาหางานทำที่จังหวัดอื่น ซึ่งก็ไม่มีใครรู้ว่าที่จังหวัดไหน ทำให้ปัจจุบันก็ยังไม่มีใครสามารถเข้าไปช่วยเหลือหญิงสาวคนดังกล่าวได้ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าตอนนี้หญิงคนดังกล่าวจะเป็นอย่างไรบ้าง สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้คงต้องรอดูกันว่าจะมีใครสามารถช่วยเหลือหญิงสาวคนดังกล่าวได้หรือไม่