วิถีการใช้ชีวิตแบบ New Normal ของประเทศพม่า

        ในตอนนี้เรามักจะได้ยินคำว่า New Normal ทุกที่ที่เรามีการผ่านไปนั่นก็คือการใช้ชีวิตเหมือนเดิมแต่ในรูปแบบใหม่นั่นเองซึ่งการที่เราต้องใช้ชีวิตแบบ New Normal นั่นก็เพราะว่า ชีวิตของคนเรายังต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับการระบาดของไวรัส covid นั่นเอง ทำให้แต่ละคนมันก็ต้องมีการ พลิกแพลงการใช้ชีวิตของตนเองให้ห่างไกลจากคำว่าการที่จะติดเชื้อไวรัสโควิดได้แน่นอนว่าสิ่งที่ทุกคนกำลังทำอยู่ในขณะนี้ทุกทีการใช้ชีวิตแบบ Social distancing ซึ่งเป็นการเว้นระยะห่างกันไม่ว่าจะเป็นที่ทำงาน  ที่บ้าน  สวนสาธารณะหรือแม้แต่เวลาที่เราไปช้อปปิ้งก็ตาม

แต่เราจำเป็นต้องมีระยะห่างระหว่างกันเช่นเวลาที่เราแล้วไปกินอาหารที่ร้านอาหารเรามักจะเห็นว่าร้านอาหารแต่ละร้านในปัจจุบันนั้นจะต้องมีการทำฉากกั้นขึ้นมาเพื่อให้ลูกค้านั้น ไม่นั่งติดกันจนเกินไป แน่นอนเรามักจะเคยเห็นว่าขนาดเพื่อนที่ไปด้วยกันก็ยังต้องนั่งกันคนละมุมคนละโต๊ะว่าต้องใช้วิถีชีวิตแบบ Social และ sensing นั่นเอง

ไหนก็ตามไม่ใช่ประเทศไทยเท่านั้นที่ใช้ชีวิตแบบนี้ทุกๆประเทศก็ต้องใช้ชีวิตแบบนี้เช่นเดียวกัน เพราะเป็นการร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน  ประเทศเพื่อนบ้านของเราอย่างประเทศพม่านั้นก็ได้มีการออกมาทำรถเมล์ซึ่งเป็นการจัดการตกแต่งรถเมล์ได้ตรงกับ สถานการณ์ปัจจุบันทีเดียว มันจะบอกว่ารถเมล์ที่ประเทศเมียนมาร์นั้นได้มีการออกแบบออกมาใหม่

โดยเขาจะมีการกำหนดเป็นห้องเหมือนกับห้องในรถไฟเลยทีเดียวซึ่งบนรถเมล์นั้นจะแบ่งออกเป็น 2 ฝั่งและในระหว่างนั้นก็จะมีฉากกั้นเอาไว้ทำเป็นประตูซึ่งในแต่ละช่องนั้นก็จะมีเก้าอี้ไว้ 2 ตัวซึ่งเก้าอี้นั้นก็จะนั่งหันหน้าชนกันดังนั้นผู้ที่มาใช้บริการรถเมล์ก็จะได้เว้นระยะห่างระหว่างกันอย่างแท้จริงไม่จำเป็นที่จะต้องมานั่งเก้าอี้เว้นเก้าอี้เพราะมีประตูกั้นให้เลย

ซึ่งหากเรามองดูแล้วการพัฒนารถเมล์ของประเทศพม่านั้นถือว่าเป็นการกระทำที่สุดยอดเลยทีเดียวเพราะทำให้เราได้รู้ว่านี่คือการใช้ชีวิตในแบบวิถีชีวิตแบบใหม่แล้วเราไม่สามารถที่จะนั่งปะปนรวมกันได้อีกต่อไปเป็นความเสี่ยงมากที่อาจจะติดเชื้อไวรัสโคโรนาและมีการแพร่เชื้อไวรัสโคโรน่าให้กับคนอื่นได้อย่างนั้นต่อไปนี้การใช้ชีวิตของแต่ละคนนั้นก็จะต้องมีการใช้ชีวิตโดยยึดหลับ New Normal ซึ่งถือว่าเป็นสังคมแบบเดิมแต่เปลี่ยนรูปแบบการดำเนินชีวิตใหม่นั่นเอง ซึ่งหลายคนที่ได้เห็รถเมลล์ของทางพม่านี้ต่างก็อยากให้มีการนำทำแบบนี้ที่ประเทศไทยบ้าง

 

ได้รับการสนับบสนุนโดย  dewabet

หนูน้อยวัย 5 ขวบถูกตาวัย 43 ปีข่มขืน 

         เกิดเหตุน่าสลดใจขึ้นที่จังหวัดบุรีรัมย์เมื่อมีหญิงสาวคนหนึ่งชื่อว่านางสาวนภาพรเธออายุ 26 ปีได้เข้าแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจแคนดงโดยข้อหาที่เธอแจ้งนั้นเธอได้นำลูกสาวของเธอวัย 5 ขวบเดินทางมาแจ้งความด้วยซึ่งเธอได้เข้าร้องเรียนกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าน้องชายของแม่เธอชื่อว่านายมงคลอายุ 43 ปี

ซึ่งตามศักดิ์แล้วเขาจะมีศักดิ์เป็นคุณตาของลูกสาวเธอได้ทำการล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิงวัย 5 ขวบซึ่งเป็นลูกสาวของเธอโดยเกิดเหตุนั้นเมื่อวันที่ 8 มิถุนายนปีพศ2563 และช่วงเวลาที่เกิดเหตุนั้นเป็นช่วงเวลา 11.00 น. ซึ่งหลังจากที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งความไว้เรียบร้อยแล้วก็มีการส่งเอกสารใบแจ้งให้นายมงคลทราบเกี่ยวกับเรื่องของได้รับการแจ้งความทางด้านนายมงคลเอง

จึงได้เดินทางมาที่สถานีตำรวจในวันที่ 10 เดือนมิถุนายนปีพศ2563 โดยนายมงคลนะเดินทางมาด้วยตนเองเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาดังกล่าวและในที่สุดหลังจากที่พูดคุยกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วในวงคนก็รับสารภาพกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุตามที่นางสาวนภาพรแจ้งความจริงซึ่งในวันดังกล่าวนั้นตนเองไปกินเหล้าที่บ้านเพื่อนแล้ว

มีอาการเมาเมื่อกลับมาถึงบ้านเห็นว่าหลานสาววัย 5 ขวบกำลังวิ่งเล่นอยู่ที่หน้าบ้านตนเองนั้นด้วยอาการเมาจึงได้มีการชวนหลานเข้าไปเล่นในห้องหลังจากนั้นก็ลงมือข่มขืนหลานสาวของตนเองโดยทางนายมงคลนั้นยืนยันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพราะว่าตนเองนั้นเมาเหล้าไม่มีสติมากพออีกทั้งยังถูกภรรยาทิ้งไปมีกิ๊กทำให้ตนเอง

นั้นเสียใจและคิดมากซึ่งช่วงจังหวะที่เมานั้นอาจจะนึกถึงภรรยาด้วยจึงทำให้ได้ลงมือก่อเหตุกับหลานสาวโดยนายมงคลแจ้งว่าหลังจากที่มีการข่มขืนหลานสาวแล้วได้มีการปล่อยให้หลานสาวนั้นออกนอกห้องซึ่งตัวหลังเสาร์ได้วิ่งไปหาพี่สาวของนายมงคลซึ่งในตอนนั้นสภาพของหลานสาวนั้นมีร่องรอยการถูกข่มขืนและมีเลือดไหลออกมาจากอวัยวะเพศ

ทั้งยังบอกกับพี่สาวของนายมงคลด้วยว่านายมงคลเป็นคนทำทำให้พี่สาวของนายมงคลนั้นได้พาเด็กหญิงวัย 5 ขวบไปที่โรงพยาบาลเพื่อตรวจร่างกายหลังจากนั้นจึงแจ้งให้นางสาวนภาพรซึ่งเป็นแม่ของเด็กทราบและนำหลักฐานจากทางโรงพยาบาลมาแจ้งความดำเนินคดีเอาผิดกับชัยมงคลซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการจับกุมนายมงคลขังไว้ที่ศาลจังหวัดบุรีรัมย์และยังไม่มีญาติคนไหนมาทำเรื่องขอประกันตัวนายมงคลออกไปเลย

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เว็บพนัน

กระทรวงสาธารณสุขชี้แจง

กระทรวงสาธารณสุขชี้แจงสามารถโพสต์ Facebook ภาพเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้แต่ไม่อนุญาตให้มีคำเชิญชวน 

           จากกรณีที่ก่อนหน้านี้มีผู้ใช้ Facebook ซึ่งเป็นผู้ชายคนหนึ่งได้ออกมาโพสต์เรื่องราวของเขาว่าเขาถูกปรับเป็นเงิน 50,000 บาทจากการที่เขามีการโพสต์ Facebook ภาพที่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และในภาพดังกล่าวนั้นมีการแสดงภาพมือจับแก้วเหล้าชนกันและยังเขียนเชิญชวนให้เพื่อนนั้นมากินเหล้าสังสรรค์กัน

ซึ่งหลังจากที่เขาโพสต์ภาพนี้ออกไปก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาหาเขาที่บ้านพร้อมกับนำตัวเขาไปทำการเสียค่าปรับที่สถานีตำรวจเป็นเงิน 50,000 บาทโดยบอกว่าเป็นค่าปรับที่เขามีการโพสต์ภาพเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลงใน Facebook เขาจึงได้มีการแชร์เรื่องราวเหล่านี้ออกมาเพื่อให้หลายๆคนที่ยังไม่รู้ว่าไม่ให้แชร์ภาพเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

โดยห้ามแชร์ที่มีโลโก้ยี่ห้อของแอลกอฮอล์นั้นๆอย่างไรก็ตามจากที่มีการเผยแพร่ข่าวนี้ออกมาทางด้านกระทรวงสาธารณสุขได้ออกมาพูดถึงเรื่องดังกล่าวว่าประชาชนสามารถที่จะมีการโพสต์ Facebook เกี่ยวกับเรื่องของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ปกติไม่มีผิดกฎหมายอย่างใดแต่ไม่อนุญาตให้มีการโพสต์ข้อความเชิญชวน

ซึ่งเมื่อไหร่ก็ตามที่มีข้อความเชิญชวนให้ไปถึงแอลกอฮอล์นั้นถือว่าผิดกฎหมายแตกต่างจากก่อนหน้านั้นเมื่อปีที่แล้วซึ่งมีข่าวครึกโครมใหญ่โตเกี่ยวกับเรื่องของเหล่าดารานักแสดงที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกเชิญตัวไปที่สถานีตำรวจเพื่อถูกดำเนินคดีตามกฎหมายถูกปรับเงินเกี่ยวกับเรื่องของการที่มีการโพสต์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยี่ห้อหนึ่งลงใน Facebook ของตนเอง

ถึงแม้ว่าจะไม่มีข้อความเชิญชวนแต่ว่าถ้าเป็นกลุ่มบุคคลที่มีชื่อเสียงโพสต์ภาพเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ถือว่าเป็นความผิดทางกฎหมายดังนั้นการกระทรวงสาธารณสุขจึงได้แบ่งกรณีการโพสต์ภาพแอลกอฮอล์ใน Facebook ออกเป็น 2 กรณีนั่นก็คือถ้าคุณเป็นประชาชนทั่วไปสามารถโพสต์ภาพแอลกอฮอล์ได้แต่ไม่ให้โพสเชิญชวนให้ใครไปดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ซึ่งถ้ามีการโพสต์เชิญชวนเมื่อไหร่นะคุณผิดกฎหมายทันทีแต่ในขณะเดียวกันถ้าคุณเป็นดารานักแสดงหรือเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงไม่อนุญาตให้มีการโพสต์ภาพเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยี่ห้อใดๆทั้งสิ้นถึงแม้ว่าคุณจะโพสต์แค่ภาพอย่างเดียวแต่ไม่แสดงการเชิญชวนใดก็แล้วแต่ก็ถือว่าเป็นความผิดตามกฎหมายเช่นเดียวกันดังนั้นโคตรการโพสต์ข้อความที่มีการแสดงเกี่ยวกับเรื่องของแอลกอฮอล์จึงแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มด้วยกัน

และสำหรับทดดังกล่าวนี้จะมีความผิดโดยสามารถสั่งจำคุกได้ไม่เกิน 1 ปีและถ้าคิดเป็นเงินปรับก็จะสามารถปรับได้สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท ซึ่งที่ผ่านมามีผู้กระทำผิดในการโพสต์เฟสบุ๊กเชิญเพื่อนไปดื่มแอลกอฮอล์ เยอะมาก จึงได้มาแจ้งออกสื่อให้ทราบโดยทั่วกัน

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เว็บพนันออนไลน์

น้องการ์ตูนเปิดใจดราม่าเป็นพยาบาลปลอม

         กำลังเป็นกระแสดราม่าในโลกออนไลน์และตามสื่อต่างๆอยู่ในขณะนี้เกี่ยวกับหญิงสาววัย 24 ปีที่ใช้ชื่อว่าน้องการ์ตูนซึ่งเธอเป็นที่โด่งดังใน Application tiktok เนื่องจากเธอนั้นจะใส่ชุดพยาบาลแล้วออกมาเล่นและมีคนเข้าไปคอมเม้นกันมากมายซึ่งมีคนหนึ่งซึ่งได้เห็นน้องการ์ตูนในชุดพยาบาลแล้วได้ออกมาเปิดเผยว่าแท้ที่จริงแล้วนั้นน้องการ์ตูนไม่ได้เป็นพยาบาลโดยเขามั่นใจว่าน้องการ์ตูนนั้นน่าจะไปยืมชุดของเพื่อนมาใส่

เนื่องจากว่าเธอเคยได้คุยกับน้องการ์ตูนเกี่ยวกับเรื่องของการเป็นพยาบาลโดยสอบถามเรื่องของน้องว่าจบมาจากที่ไหนตกรุ่นอะไรและตอนนี้ทำงานอยู่ที่ไหนซึ่งน้องการ์ตูนนั้นได้ออกมาให้ข้อมูลกับหญิงสาวคนดังกล่าวแต่เนื่องจากข้อมูลที่ให้มานั้นปรากฏว่าเมื่อเช็คไปแล้วไม่ตรงตามที่น้องการ์ตูนให้ข้อมูลไม่ว่าจะเป็นอันทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าซึ่งเมื่อมีการเช็คไปแล้วก็ไม่พบว่าเธอทำงานอยู่ที่นั่นจริงรวมถึงเสื้อที่เธอใส่นั้นก็ไม่ใช่เสื้อของพยาบาลแต่เป็นเสื้อของผู้ช่วยพยาบาลและที่สำคัญเสื้อของผู้ช่วยพยาบาลนั้น

เป็นของอีกโรงพยาบาลหนึ่งที่ไม่ใช่โรงพยาบาลที่เธอบอกว่าเธอทำงานสนใจถามว่าจะจบพยาบาลจากที่ไหนรุ่นอะไรก็ให้ข้อมูลรุ่นมาแต่เมื่อเช็คไปแล้วปรากฏว่าไม่มีรายชื่อของเธอเรียนจบจากรุ่นนี้หลังจากที่มีคนนำข้อมูลนี้มาเผยแพร่ในโลกออนไลน์ทำให้หลายคนนั้นต่างสนใจกันเป็นอย่างมากโดยเฉพาะคนที่เคยติดต่อกับน้องการ์ตูนและลูกน้องตระกูลนั้นหลอกให้คบหาและหลอกเอาเงิน เอาทองไปใช้

ซึ่งแน่นอนว่ามีหนุ่มๆหลายคนถูกน้องประตูหลอกกันเป็นจำนวนมากและล่าสุดนั้นน้องการ์ตูนได้มีการคบกับนายตำรวจคนหนึ่งซึ่งถึงขนาดแต่งงานได้จดทะเบียนกันโดยมีรูปภาพเป็นภาพพรีเวดดิ้งของคนทั้งคู่นั้นโชว์ในโลกออนไลน์อยู่ในขณะนี้ทำให้หลายๆคนมองว่าน้องการ์ตูนอาจจะไปหลอกเงินตำรวจคนนี้ว่าเธอเป็นพยาบาลอย่างไรก็ตามหลังจากที่เรื่องราวของน้องการ์ตูนนั้น

โด่งดังไปทั่วประเทศทำให้เธอไม่ออกมาเปิดใจกับนักข่าวของสำนักข่าวช่อง 3 เธอจะต้องมีการเอาผิดกับคนที่นำเรื่องราวของเธอมาลงโดยให้ข้อมูลแบบผิดๆเลยเธอยืนยันกับความบริสุทธิ์ใจของเธอรวมถึงทั้งเธอบอกว่าเธอมีเอกสารที่ยืนยันได้ว่าตัวเธอนั้นประกอบวิชาชีพพยาบาลจริงๆแต่อย่างไรก็ตามเธอยังไม่สามารถออกมาเคยได้ว่าเธอทำงานที่ไหน

หรือจบจากที่ไหนอย่างไรเธอจะขอดำเนินคดีตามกฎหมายกับคนที่ออกมาเปิดเผยเรื่องราวส่วนตัวของเธอซะก่อนอีกทั้งเธอยังมีการโพสต์คลิปบอกว่าคนในโลกออนไลน์ว่าชอบมาจับผิดเธอซึ่งหลายคนจำได้ว่าเธอนั้นเป็นอาชีพหมอนวดดังนั้นคงต้องมารอดูกันว่าจริงๆแล้วน้องการ์ตูนนั้นมีอาชีพหมอนวดจริงหรือไม่หรือจริงๆแล้วเธอเป็นพยาบาลแต่มีรับจ๊อบเสริมเป็นหมอนวดนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  bk8

ประกาศหยุดแชร์รูปที่ระบุว่าเป็นย่าโม

ประกาศหยุดแชร์รูปที่ระบุว่าเป็นย่าโม เพราะว่าไม่ใช่รูปนั้นคือ ท้าววรจันทร์ 

      เมื่อประมาณ วันที่ 3 เดือนมิถุนายน ปี พ.ศ.2563  ได้มีผู้ใช้ Facebookคนหนึ่งได้มีการทดภาพลงบน Facebook  ส่วนตัวพร้อมทั้งมีการโพสต์รูปผู้หญิงสูงอายุแต่งชุดคล้ายคนโบราณและมีการกำกับใต้ภาพดังกล่าวว่าเป็นบุคคลในประวัติศาสตร์อีกทั้งยังบอกว่าเป็นบุญที่ได้เห็นโดยระบุว่ารูปหญิงโบราณคนนั้นคือลูกของย่าโมตัวจริงสมัยที่ยังมีชีวิตอยู่

ซึ่งมีหลายคนที่หลงเชื่อและมีการแชร์ภาพหญิงในภาพที่อ้างว่าเป็นรูปของย่าโมกันเป็นจำนวนมากจนเป็นประเด็นและกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ทั้งนี้หลังจากที่วันที่ 5 มิถุนายนปีพศ2563 ได้มี Facebook ของทางโบราณมาได้ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับรูปภาพดังกล่าวว่าได้มีการตรวจสอบข้อมูลมาแล้วรูปภาพที่กำลังมีการแชร์ด้วยความเข้าใจผิดว่าเป็นรูปภาพของย่าโมนั้นแท้ที่จริงแล้วไม่ใช่ลูกของย่าโม

ซึ่งบุคคลในรูปภาพนั้นมีอยู่จริงแต่บุคคลในรูปภาพนั้นคือท้าววรจันทร์โดยมีการนำรูปของท้าววรจันทร์ที่ถ่ายอีกรูปหนึ่งเอามาเปรียบเทียบให้ดูและยังได้มีการระบุลงในเพจ Facebook ของตนเองด้วยว่าขอให้ทุกคนที่กำลังจะแชร์รูปของย่าโมที่เป็นรูปตอนนี้โดยของดให้มีการหยุดแชร์และยังมีการอธิบายเพิ่มเติมด้วยว่าในสมัยโบราณนั้น

ผู้คนส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยรู้จักกล้องกันมากนักดังนั้นคนมักจะไม่ถ่ายรูปเพราะมีความรู้สึกกลัวเกี่ยวกับการถ่ายรูปและกล้องที่เอามาถ่ายในครั้งแรกถูกนำมาถ่ายด้วยบาทหลวงชาวฝรั่งเศสนิกายคาทอลิกนั่นก็คือพระสังฆราชปาเลอกัวโดยมีการนำกล้องมาถ่ายรูปครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 3 ซึ่งตรงกับพุทธศักราช 2388

แต่ว่าข้อมูลของย่าโมหรือท้าวสุรนารีที่เป็นบุคคลทางประวัติศาสตร์สำคัญของจังหวัดนครราชสีมานั้นท่านเกิดในสมัยกรุงธนบุรีซึ่งปีพศ. เกิดของท่านนั้นคือผช 2314 ดังนั้นจึงยังเป็นช่วงที่กล้องถ่ายรูปยังไม่มีการเข้ามาในประเทศไทยอย่างแน่นอนและที่สำคัญท้าวสุรนารีนั้นได้เสียชีวิตลงช่วงประมาณปีพศ 2395

ซึ่งถ้าหากดูจากประวัติกล้องถ่ายรูปที่เข้ามาแล้วพึ่งเข้ามาได้ไม่นานแน่นอนว่าหญิงไทยสมัยโบราณนั้นจะยังไม่มีการนิยมการถ่าย เพราะคนสมัยโบราณมักมีความกลัวว่าหากถ่ายรูปไปแล้วอายุจะไม่ยืนดังนั้นไม่ว่าจะเป็นการถ่ายรูปหรือแม้แต่การวาดรูปจะไม่ค่อยมีคนนิยมกันมากนักเพราะกลัวจะอายุสั้นและกลัวว่าหากมีการถ่ายรูปไปแล้วจะมีคนนำรูปถ่ายนั้น

ไปทำคุณไสยซึ่งถึงแม้ว่ากล้องถ่ายรูปจะเข้ามาในประเทศไทยครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 3 แต่คนที่ถ่ายรูปคนแรกของประเทศไทยนั้นคือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 หลังจากนั้นกล้องถ่ายรูปจึงเป็นที่นิยมสำหรับหมู่บุคคลชั้นสูงเรื่อยมา

 

สนับสนุนโดย  bk8

สาววัย 40 ปีหายตัวปริศนา ไปสองเดือนตามหายังไม่พบตัว

มีเหตุการณ์ผู้หญิงคนนึงหาตัวออกจากห้องเช่าซึ่งเป็นการหายตัวปิดสนาโดยเธอหายตัวออกจากห้องเช่านั้นมานานเกิน 2 เดือนแล้วไม่มีใครที่จะสามารถติดต่อเธอได้เลย ผู้หญิงคนนี้ชื่อว่าคุณน้ำฝน  นามสกุลอินทร์แป้น โดยคุณน้ำฝนนี้ทำงานเป็นพนักงานขายของอยู่ในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งซึ่งห้างสรรพสินค้าแห่งนั้นอยู่บริเวณแถวรามคำแหง เธอจึงได้มีการเช่าห้องเช่าอยู่ในซอยแถวรามคำแหงนั่นเอง

สิ่งที่ญาติของคุณน้ำฝนสงสัยคุณน้ำฝนหายตัวไปนานเกินครึ่งเดือนแล้วแต่สามีของคุณน้ำฝนนั้นเพิ่งไปทำการแจ้งความที่สถานีตำรวจ ว่าคุณน้ำฝนนั้นหายตัวออกไปจากห้องเช่า ซึ่งเบื้องต้นนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบมาว่าห้องเช่าที่คุณน้องฝนอยู่นั้นคุณน้องฝนอยู่กับแฟนหนุ่มของเขาซึ่งตลอดระยะเวลาที่อยู่ด้วยกันนั้นคุณน้องฝนและแฟนหนุ่มมักจะทะเลาะเบาะแว้งกันอยู่เป็นประจำโดยอพาร์ทเม้นท์ที่คุณน้องฝนและแฟนหนุ่มเช่านั้นอยู่ในซอยรามคำแหง 39 และห้องที่คุณน้ำฝนเช่าอยู่นั้นจะอยู่ที่ชั้น 3 ซึ่งทางเจ้าของหอพักได้เล่าให้ฟังว่าคุณน้ำฝนและแฟนหนุ่มนั้น

อยู่ที่หอพักดังกล่าวมานานแล้วแต่ก็ทะเลาะเบาะแว้งกันเป็นประจำจะสังเกตเห็นว่าคุณน้องฝนหายออกจากห้องเช่าไม่เคยเห็นเดินบริเวณหน้าห้องเช่าเลยมาเป็นระยะเวลานานแล้วซึ่งน่าจะหายตั้งแต่ประมาณเดือนมีนาคมแล้วแต่ก็ไม่เห็นแฟนของคุณน้ำฝนจะพูดว่าอะไรซึ่งหลังจากที่คุณน้ำฝนหายตัวไปประมาณครึ่งเดือนบ้านของคุณน้องฝนจึงมาย้ายออกจากห้องเช่าดังกล่าว ส่วนทางด้านย่อยของคุณน้ำฝนนั้นบอกว่าคุณฝนกับแฟนหนุ่มของเขานั้นคบหากันมานาน 25 ปีแล้วซึ่งทั้งคู่นั้นมีลูกด้วยกันอยู่ 3 คนโดยคุณน้องฝนนั้นมาทำงานอยู่ในกรุงเทพฯกับแฟนทราบเรื่องมาจากญาติอีกคนนึง

ซึ่งทำงานอยู่ในกรุงเทพฯด้วยกันว่าไม่สามารถติดต่อคุณน้ำฝนได้ทุกคนก็เริ่มเป็นห่วงจึงได้พยายามตามหาไปตามสถานที่ต่างๆที่คิดว่าคุณน้ำฝนจะไปแต่ก็ไม่พบตัว จึงได้พากันไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ช่วยกันตามหา เนื่องจากว่าเกิดการระบาดของไวรัสโคโรนาทางญาติจึงไม่สามารถออกตามหาได้เพราะต้องเดินทางกลับบ้านที่ต่างจังหวัดในขณะเดียวกันลูกของคุณน้ำฝนนั้นก็ยังรอแม่กลับมา

ซึ่งทุกวันนี้ลูกๆของคุณน้ำฝนก็ยังถามหาแม่อยู่ว่าแม่หายไปไหน อย่างไรก็ตามทางญาติเองทุกวันนี้ก็ยังตามหาตัวของคุณน้ำฝนอยู่เพื่อหวังจะให้คุณน้ำฝนกลับมาอยู่บ้านร่วมกันถึงแม้ว่าตอนนี้จะยังไม่สามารถติดต่อและไม่รู้ว่าคุณหายไปไหนก็ตามซึ่งทางญาติบอกว่าเคยสอบถามสามีของคุณน้ำฝนแล้วสามีของคุณน้องฝนก็ได้แต่บอกว่าหนหายตัวไปเมื่อประมาณวันที่ 16 มีนาคมแต่ก็ไม่รู้ว่าหายไปไหนซึ่งสามีของคุณน้ำฝนนั้นพูดจาวกวนในตอนนี้ทางญาติๆเองก็หวังเพียงให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยกันตามหาให้

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  bk8

เจอหลักฐานใหม่คดีฆาตกรรมน้องชมพู่ เณรแอร์ชี้เหรียญมีรูใช้สะกดวิญญาณ

        เชื่อว่าหลายคน คงยังไม่ลืมคดีของน้องชมพู่เด็กหญิงวัย 3 ขวบที่ถูกฆาตกรรมบนภูเขาหลังบ้าน ซึ่งนี่ก็ผ่านมาหลายสัปดาห์แล้วแต่ก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้าอีกเลยด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็พยายามสืบหาหลักฐานเพิ่มเติมโดยมีการส่งทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจขึ้นมาบนภูเขาเพื่อหาหลักฐานต่างๆแต่ก็ยังไม่พบหลักฐานอะไรรวมถึงก่อนหน้านั้นก็มีการออกมาพูดถึงหมอดู

ซึ่งชื่อว่าหมอทำเป็นหมอดูประจำหมู่บ้านและยังมีพระสงฆ์จากหมู่บ้านต่างถิ่นให้ข้อมูลว่าหลักฐานที่เป็นเสื้อของน้องชมพู่ที่หายไปนั้นยังคงอยู่บนภูเขาโดยทั้งคนร้ายนำไปซ่อนไว้แต่ก็ยังไม่มีใครที่จะสามารถหาเสื้อดังกล่าวนั้นได้เจอทางด้านสำนักข่าวแห่งหนึ่งของช่องอรุณอมรินทร์เองก็พยายามสืบค้นหาร่องรอยนี้ได้เช่นเดียวกันโดยมีการส่งนักข่าวมาทำข่าวที่หมู่บ้านนี้

ทุกวันซึ่งเราจะเห็นข่าวว่านักข่าวนั้นจะมีการขึ้นไปบนภูเขาพร้อมกับทางเจ้าหน้าที่เพื่อไปตามหาถ้ำที่ทางหมอดูได้มีการบอกเอาไว้ว่าคนร้ายได้นำเสื้อไปซ่อนเอาไว้แต่จนถึงตอนนี้หลังจากที่มีการค้นพบท่านมาแล้วจำนวน 7 ท่านด้วยกันก็ยังไม่พบเสื้อที่คนร้ายนำไปซ่อนไว้เลยแต่อย่างไรก็ดีความคืบหน้าล่าสุดนั้นว่าหลังจากที่พ่อแม่ของน้องชมพู่นั้น

ได้มีการนำดอกไม้ธูปเทียนมาไหว้ขอขมาเจ้าป่าเจ้าเขาตามที่หมอทำได้แนะนำไปนั้นปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พบหลักฐานชิ้นใหม่ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากศพของน้องชมพู่มากนักเป็นกุญแจรถรวมถึงเหรียญสตางค์ซึ่งมีการเจาะรูเอาไว้แต่ของเหล่านั้นถูกมีการเผาทิ้งซึ่งยังคงมีหลักฐานหลงเหลือเอาไว้บางส่วนโดยหลักฐานชิ้นนี้พบว่าอยู่ห่างจากการพบศพของน้องชมพู่แค่เพียง 200 เมตรเท่านั้น

เองทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เก็บหลักฐานเอาไว้ซึ่งเมื่อเช้านี้ออกไปก็พบว่าทางด้านเณรแอร์ ซึ่งเคยเป็นคนที่ชื่นชอบเกี่ยวกับเรื่องทางด้านไสยศาสตร์และเคยทำเรื่องผิดกฎหมายด้วยการขุดศพของเด็กมาทำเครื่องรางของขลังนั้นได้พูดถึงเรื่องของเหรียญที่มีการเจาะรูเอาไว้ว่าเหรียญสตางค์ที่มีการเจาะรูนั้นตามความเชื่อของคนเล่นไสยศาสตร์แล้ว

เชื่อว่าจะเป็นการสะกดวิญญาณของศพ ไม่ให้ออกมาอาละวาด มีการคาดการณ์ว่าน่าจะเป็นการสะกดวิญญาณของน้องเป็นผู้เอาไว้อย่างไรก็ดีทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งตามหาเสื้อกล้ามของน้องชมพู่อยู่เนื่องจากว่าเสื้อกล้ามนั้นเชื่อว่าจะเป็นหลักฐานสำคัญที่สามารถที่จะตามตัวคนร้ายที่ก่อเหตุฆ่าน้องชมพู่ได้

สำหรับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในครั้งนี้มีพระภิกษุสงฆ์รูปหนึ่งได้ออกมาระบุถึงเสื้อของน้องชมพู่ว่าให้ลองหาบริเวณใกล้กับสุขของน้องชมพู่ให้ดีๆเพราะว่าเสื้อน่าจะถูกซ่อนเอาไว้ไม่ห่างจากศพเกิน 600 เมตรและที่สำคัญทางพระสงฆ์และหมอดูคนอื่นๆต่างก็ยืนยันตรงกันว่าคนร้ายยังคงเป็นคนในหมู่บ้านและตอนนี้ก็ยังอยู่ในหมู่บ้านดังกล่าวซึ่งคนร้ายนั้นติดยาเสพติดจึงได้ก่อเหตุในครั้งนี้ขึ้น

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  sagameผ่านมือถือ

คลิป หนุ่ม Grab ต่อสู้กับชายที่มีปืนด้วยมือเปล่า 

    เมื่อวันที่ 26 เดือนสิงหาคมปี พ.ศ. 2563 ช่วงเวลาประมาณ 12:12 น.ได้มีเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทกันเกิดขึ้นที่ถนนแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรีซึ่งในคลิปจะเห็นได้ว่ามีรถกระบะคันหนึ่งขับมาหลังจากนั้นก็มีการเลี้ยวแบบกะทันหันทำให้มีการวิ่งตัดหน้ารถมอเตอร์ไซค์ที่กำลังวิ่งมาพอดีซึ่งมอเตอร์ไซค์คันดังกล่าวนั้นเป็นมอเตอร์ไซค์ของพนักงาน Grab Bike

หลังจากที่รถมอเตอร์ไซค์ล้มพนักงานแจ็คและใช้ที่ขับรถกระบะก็ลงมาเจรจาตกลงกันแต่เกิดเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทกันเกิดขึ้นเมื่อชายที่ขับรถกระบะไม่พอใจอย่างมากเดินไปที่รถแล้วหยิบอาวุธปืนออกมาข่มขู่และทำร้ายร่างกายหนุ่ม grabbike ทำให้เจ้าตัวหนึ่งเก็บไว้เองก็ได้มีการต่อสู้กันซึ่งหลังจากเหตุการณ์ที่ผ่านพ้นไปพนักงานที่ขับแกร็บไบค์ได้เดินทางไปที่สถานีตำรวจ  รพ. ดอนหัวฬ่อจะแจ้งความดำเนินคดีกับชายที่ขับรถกระบะ

ซึ่งต่อมาใช้กับรถกระบะก็ได้เดินทางมาที่สถานีตำรวจเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาพร้อมกับยอมรับว่าตัวเองนั้นมีอารมณ์รุนแรงเกินไปเนื่องจากว่าก่อนหน้านั้นกำลังเพราะอยู่กับแฟนสาวบนรถกระบะเมื่อมาเจอเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นทำให้รู้สึกผิวขาดจึงได้นำอาวุธออกไปซึ่งในตอนแรกนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการแจ้งข้อกล่าวหากับทางชายหนุ่มคนที่ขับรถกระบะ

เนื่องจากขับรถโดยประมาทและยังมีการพบอาวุธปืนออกมาในที่สาธารณะด้วยแต่ในขณะเดียวกันไม่คืนนี้หลุดออกมาทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจอาจจะต้องมีการเรียกตัวพนักงานการไปเข้ามาเพิ่มเพื่อมาทำการสอบปากคำเพิ่มเติมว่าที่จริงแล้วทั้งคู่ร่วมกันทะเลาะวิวาทหรือไม่แต่อย่างไรก็ดีพนักงานขับ Grab Bike ยืนยันว่าตนเองนั้น

ไม่ได้ตั้งใจที่จะมีเรื่องทะเลาะกับหนุ่มขับรถกระบะได้อย่างไรแต่ที่ต้องต่อสู้พวกนั้นกระบังกันตัวนั้นเองซึ่งหนุ่มเก็บไว้ยังได้มีการนำแผลที่มีรอยแตกจากการถูกด้ามปืนและมีการไปเย็บเรียบร้อยแล้วที่โรงพยาบาลมาโชว์ให้กับชาวโซเชียลได้ดูกันอีกด้วยยังไงก็ดีตอนนี้เรื่องราวค่อนข้างที่จะเป็นเรื่องใหญ่โตเนื่องจากว่ามีนักข่าวนำเรื่องนี้มาเสนอข่าวโดยมีการเผยแพร่ข่าวออกมาเมื่อวันที่ 28 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2553 ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอาจจะต้องมีการเรียกทั้งสองฝ่ายมาสอบปากคำเพิ่มเติม

    แล้วเหตุการณ์ในครั้งนี้ไม่เกิดการทะเลาะวิวาทกันรุนแรงมากแค่ไหนก็ไม่ควรที่จะนำอาวุธปืนออกมาข่มขู่กันถ้าเกิดว่าทะเลาะกันจึงไม่สามารถควบคุมตนเองได้ก็อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุจนถึงแก่ชีวิตกันได้จากการที่แต่ละคนต่างก็มีอารมณ์ร้อนด้วยกันทั้งคู่

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  สูตร sagame

ตำรวจตามตัวฆาตกรโหดยิงน้องชายตัวเองเสียชีวิต 2 ศพ

ตำรวจตามตัวฆาตกรโหดยิงน้องชายตัวเองเสียชีวิต 2 ศพหน้าบ้านสาเหตุเพราะแย่งมรดกกัน

            หน้าที่ตำรวจ  สน. เขตมีนบุรีได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีคนก่อเหตุยิงกันที่น่าพักด้านหลัง 1 เลยเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึงก็พบว่ามีผู้เสียชีวิตจำนวน 2 รายการต่อมาชื่อว่านายศรายุทธและนายวีระชัยซึ่งทั้ง 2 คนนั้นเป็นพี่น้องกันและโทรอาวุธปืนชนิดเดียวกันยิงบริเวณศีรษะทำให้เสียชีวิตคาที่ทั้งคู่จากการสอบถามผู้อยู่ในเหตุการณ์ได้มีการเล่าว่าคนที่ลงมือก่อเหตุในครั้งนี้

คือพี่ชายแท้ๆของทนายศรายุทธกับนายวีระชัยเองซึ่งครอบครัวนี้มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 4 คนปัญหาที่พบก็คือเกิดการแย่งที่ดินมรดกกันเนื่องจากว่าก่อนที่พ่อกับแม่จะเสียชีวิตที่มีการแบ่งที่ดินเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้วทุกคนเท่าๆกันแต่พี่ชายคนโตก็คือผู้ก่อเหตุนั้นอยากจะได้ที่ดินมากกว่าน้องจึงได้เกิดปัญหาทะเลาะกับพี่น้องคนอื่นมา

โดยตลอดในวันที่เกิดเหตุก็ยังเกิดเหตุการณ์ทะเลาะกันเกิดขึ้นในเรื่องปัญหาที่ดินและเรื่องรถกระบะที่เป็นมรดกกองกลางที่ทุกคนสามารถผลัดเปลี่ยนกันนำไปขับได้ หลังจากที่เจอหน้ากันก็เกิดการทะเลาะกันอีกครั้งหนึ่งและในที่สุดพี่ชายคนโตก็ทำการนำปืนที่พกมายิงน้องทั้งสองคนเสียชีวิตหลังจากนั้นก็ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปซึ่งตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการติดตามตัวมาดำเนินคดี

          สำหรับปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของมรดกที่ทำให้พี่น้องทะเลาะกันนั้นมีขึ้นบ่อยครั้งไม่ว่าจะเป็นครอบครัวขนาดเล็กหรือแม้แต่ครอบครัวขนาดใหญ่อย่างกลุ่มพวกมหาเศรษฐีก็ตามเรามักจะเห็นว่ายิ่งมีเงินทองมากเยอะแค่ไหนก็จะยิ่งทำให้คนเกิดความโลภมากขึ้นเท่านั้นซึ่งที่จริงแล้วพ่อแม่ก็แบ่งให้ตามสมควรแล้วหากเพียงพอกับการสิ่งที่พ่อแม่แบ่งให้ก็จะไม่เกิดปัญหาแบบนี้เกิดขึ้นและปัญหาส่วนใหญ่นั่นก็คือไม่พอใจกับสิ่งที่ตนเองได้รับและโลภมากอยากจะได้มากกว่าคนอื่น

จึงนำมาซึ่งความเดือดร้อนและการทะเลาะกันและไม่สามารถตกลงกันได้ส่วนใหญ่ก็จะฆ่ากันเพียงเพราะเรื่องแค่มรดกเท่านั้นโดยไม่คำนึงถึงไงว่าสุดท้ายแล้วเมื่อคุณฆ่าคนอื่นตายหมดถึงแม้มรดกจะตกเป็นของคุณเองนั้นแต่คุณก็ไม่ได้ใช้มรดกนั้นเนื่องจากคุณต้องชดใช้กรรมอยู่ในคุกนั่นเอง  เหตุการณ์ในครั้งนี้ก็เช่นเดียวกันหากผู้ก่อเหตุนั้นไม่โลภมากเพียงพอกับสิ่งที่ตนเองมีอยู่และสิ่งที่ตัวเองได้รับจากพ่อแม่นั้นก็จะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นเพราะท้ายที่สุดแล้วต่อให้หนีไปสุดหล้าฟ้าเขียวยังไงเจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถจับกุมตัวได้อยู่ดีแล้วก็ต้องไปอยู่ในคุกแทนที่จะได้ใช้เงินมรดกนั่นเอง

           

 

สนับสนุนโดย  sagame666

ล่าโจรสมหน้ากากอนามัยพกปืนปล้นร้านทองกลางเมืองสงขลาได้ทองไป 6 บาท

           เจ้าหน้าที่ตำรวจจังหวัดสงขลาได้รับการแจ้งขอความช่วยเหลือว่ามีคนปล้นร้านทองที่ห้างทองธนะพัฒน์อยู่บริเวณถนนทะเลหลวงเบอร์ร้านทองร้านนี้เป็นร้านทองสาขาที่ 2 ของห้างทองธนะพัฒน์เกิดเหตุเมื่อวันที่ 24 เดือนพฤษภาคมปี พ.ศ. 2563 เวลาประมาณ 13:30 น. คนร้ายซึ่งเป็นผู้ชายคาดว่าน่าจะอยู่ในวัยกลางคนสวมใส่หน้ากากอนามัยและปืนเดินเข้าไปในร้านทอง

โดยทันทีว่าซื้อสร้อยคอซึ่งให้เจ้าของร้านหยิบสร้อยคอทองคำหนัก 3 บาทให้ดูหลังจากเจ้าของร้านยื่นสร้อยคอทองคำให้ชายคนดังกล่าวก็ได้หยิบสร้อยคอทองคำหนัก 3 บาทจำนวน 2 เส้นไปโดยใช้ปืนข่มขู่เจ้าของร้านหลังจากนั้นก็เดินออกจากร้านโดยมีรถมอเตอร์ไซค์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนจอดรออยู่แล้วพากันหลบหนีไปซึ่งทองจำนวน 6 บาท

หากคิดเป็นเงินก็เป็นมูลค่าถึง 150,000 บาทเลยทีเดียวทางด้านเจ้าของร้านได้บอกกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าในช่วงที่เกิดเหตุนั้นตนเองไม่ได้อยู่ตรงบริเวณหน้าร้านมีพนักงานที่เป็นลูกจ้างอยู่ประมาณ 3 คนซึ่งเป็นผู้หญิงทั้งหมดทำให้คนร้ายทั้งสองคนเดินเข้ามาในร้านแล้วใช้ปืนออกมาจี้ให้พนักงานส่งสร้อยให้หลังจากนั้นก็หนีขึ้นรถมอเตอร์ไซค์ไป

โดยรูปพรรณสัณฐานของคนร้ายที่เข้ามาจี้ทองไปในร้านนั้นพนักงานหญิง 3 คนให้การเหมือนกันว่าเป็นผู้ชายอายุน่าจะอยู่ราวๆวัยกลางคนสวมเสื้อสีแดงและใส่กางเกงขายาวสีดำโดยมีใส่แจ็คเก็ตสีดำอีกครั้งหนึ่งที่สำคัญจนได้สวมใส่หน้ากากอนามัยสีฟ้าทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามวงจรปิดหาทิศทางของโจรว่าจะหนีไปทางไหนซึ่งขนาดนี้ยังไม่พบตัวผู้ต้องสงสัย 

          ช่วงนี้เรามักจะได้ยินข่าวโจรปล้นร้านทองหรือแม้แต่โจรกระชากสร้อยกันเยอะเนื่องจากว่าสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศไทยยังคงไม่ดีประชากรยังไม่ค่อยมีงานทำและไม่มีเงินใช้จึงทำให้เราจะพบเห็นได้ว่าหลายคนเปลี่ยนจากคนดีกลายมาเป็นโจรเพราะต้องหาเงินเลี้ยงตัวเองและครอบครัว  ดังนั้นช่วงนี้หลายๆคนคงต้องมีการระมัดระวังเกี่ยวกับเรื่องการใส่ทองออกไปข้างนอก

รวมถึงร้านทองเองอาจจะต้องมีการระวังอาจจะต้องมีการให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเฝ้าร้านทองด้วย 1 คนเพื่อป้องกันโจรที่จะเข้ามาปล้นร้านทองรวมถึงโจรจะมากระชากกระเป๋าหรือกระชากสร้อยสนใจก็ตามที่พอจะรู้เบาะแสของคนร้ายก็สามารถให้เบาะแสกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เพื่อจะได้จับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป อย่างไรก็ดี เราไม่ควรที่จะหันมาทำตัวเป็นโจรถึงแม้จะไม่มีเงินควรหางานทำที่สุจริตจะดีที่สุดเพราะถ้าถูกจับได้ต้องติดคุก

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  sagame888