Archives 2020

ครูสอนภาษา จัดฉากฆ่าตัวตาย

         หากยังจำกันได้เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาได้มีข่าวออกมาเกี่ยวกับเรื่องของครูสอนภาษาชาวเยอรมันคนหนึ่งซึ่งเป็นเพศชายถูกฆาตกรรมด้วยการใช้อาวุธมีดทำร้ายและบริเวณภายในบ้านพักยังมีร่องรอยการรื้อค้นทำลายข้าวของซึ่งคนที่มาพบศพคนแรกนั้นเป็นอดีตแฟนของครูสอนภาษานั่นเอง

และจากการที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีการตรวจสอบหาพยานหลักฐานต่างๆทำให้พบว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับครูสอนภาษาชาวเยอรมันนั้นเกิดขึ้นโดยมีการจัดฉากขึ้นมาเองจากครูชาวเยอรมันที่ถูกฆ่าตายนั่นเองซึ่งเมื่อมีการเข้าไปพิสูจน์ลายนิ้วมือยังพื้นที่เกิดเหตุนั้นไม่ว่าจะเป็นลายนิ้วมือตรงมีดที่ก่อเหตุตรง

ที่มีการงัดหน้าต่างหรือแม้แต่ตรงกระเป๋าตกเคสโทรศัพท์มือถือร่วงทุกๆที่ในบ้านพักที่เกิดเหตุนั้นไม่พบร่องรอยของคนอื่นเลยมีแต่ร่องรอยลายนิ้วมือของครูสอนภาษาชาวเยอรมันคนเดียวเท่านั้น

ซึ่งทำให้ทางเจ้าหน้าที่เชื่อว่าสาเหตุการเสียชีวิตของชายเยอรมันคนดังกล่าวนั้นเกิดจากเขาฆ่าตัวเองและจัดฉากว่ามีคนบุกเข้ามาทำร้ายโดยมีการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกพบว่าตั้งแต่มีการระบาดของไวรัสโคโรน่าทำให้ครูสอนภาษาคนดังกล่าวไม่ได้ไปทำงานจึงไม่มีเงินเดือนเข้ามาเป็นค่าใช้จ่ายก่อนหน้านี้มีการติดต่อไปยังแม่ที่อยู่ประเทศเยอรมนีเพื่อขอเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายจำนวน 40,000 บาทแต่ณปัจจุบันแม่ยังไม่สามารถโอนเงินมาให้ได้จึงทำให้ชาวเยอรมันไม่มีเงิน

ที่จะใช้จ่ายในการซื้อหาอาหารมากินและเมื่อแฟนเก่าคือคุณศรีวรรณที่เป็นคนพบศพคนแรกเดินทางมาหาก็ได้มีการมอบเงินให้กับชาวโรมันครูสอนภาษาคนนี้ประมาณ 40 บาทซึ่งเขาได้มีการนำเงินดังกล่าวไปซื้อยาเส้นมาสูบแทนการสูบบุหรี่โดยข้อมูลนี้มีการตรวจพบได้จากกล้องวงจรปิดของร้านค้าและในวันเกิดเหตุก่อนที่จะมีการพบศพครูสอนภาษาชาวเยอรมันชาวบ้านก็ยังเห็นว่าครูคนดังกล่าวยังออกมาทิ้งถังขยะหน้าหมู่บ้านอยู่เลยแสดงให้เห็นว่าตัวเขาเองนั้น

ไม่ค่อยมีเงินใช้เนื่องจากว่าต้องนำเงิน 40 บาทที่ขออดีตภรรยาไปซื้อยาเส้นมาสูบแล้วเมื่อผ่านกระเพาะของผู้เสียชีวิตก็พบว่าในกระเพาะไม่มีอาหารเลยทำให้เห็นได้ว่าตัวครูสอนภาษานี้ไม่มีเงินแม้แต่จะซื้อข้าวกินซึ่งเป็นไปได้ว่าอาจจะทำให้เขาเกิดความเครียดขึ้นมาจึงได้มีการก่อเหตุฆ่าตัวตายขึ้นแต่เป็นการจัดฉากว่าตนเองถูกทำร้ายแทนที่จะเป็นการฆ่าตัวตายธรรมดาเท่านั้นเอง

 

สนับสนุนโดย  bk8 casino

สุดสลดใจพี่วัย 15 ปีลงไปช่วยน้องที่จมน้ำ

สุดสลดใจพี่วัย 15 ปีลงไปช่วยน้องที่จมน้ำทำตนเองเสียชีวิตแต่น้องรอด 

       เหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้น ที่จังหวัดขอนแก่นเมื่อมีการเกิดเหตุการณ์ที่น่าสลดใจเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 เดือนพฤษภาคมปี พ.ศ. 2563  เมื่อมีคุณปู่ท่านหนึ่งอายุประมาณ 68 ปีได้พาหลานๆจำนวน 4 คนออกไปหากินด้วยการงมหอยที่ริมแม่น้ำลำคลอง

ซึ่งผู้เป็นปู่เป็นคนงมหาหอยหวานๆทั้ง 4 คนก็เล่นน้ำอยู่ใกล้ๆกันนั่นเองโดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ปู่ของเด็กๆเล่าให้เจ้าหน้าที่ตำรวจฟังว่าคุณปู่ได้ชักชวนหลานๆทั้ง 4 คน  มาช่วยกันงมหอยเพื่อนำไปประกอบอาหารในช่วงตอนเย็นซึ่งผู้เป็นโปรนั้นก็ได้งมหาหอยอยู่แถวๆริมตลิ่งโดยมีหลานๆเล่นน้ำอยู่ไม่ไกลจากคูมากนักห่างกันแค่เพียงประมาณ 50 เมตรเท่านั้นเอง

หลวงปู่มัวแต่งมหาหอยจึงไม่ได้ดูหลานเพราะเห็นว่ามีพี่คนโตอายุ 15 ปีคอยดูแลน้องๆอยู่หลังจากนั้นไม่นานหลานวัย 13 ปีคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามาหาปู่เลยบอกว่าพี่สาวคนโตวัย 15 ปีจมน้ำปู่จะได้รีบมาดูและตะโกนให้คนแถวนั้นซึ่งเป็นชาวบ้านที่ออกมาหาปลาด้วยกันมาช่วยกันงมหาร่างของหลานสาววัย 15 ปีโดยใช้เวลาแค่เพียง 10 นาที

ก็พบร่างของหลานสาวอยู่ใต้น้ำจึงนำร่างของหลานสาวขึ้นมาบนบกแล้วช่วยกันปฐมพยาบาลเบื้องต้นด้วยการผายปอดและปั๊มหัวใจแต่เขาไม่สามารถช่วยชีวิตหลานสาวไว้ได้ซึ่งขณะที่มีการช่วยเหลือปฐมพยาบาลนั้นก็ได้มีการโทรแจ้ง 1669 แต่ทางเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเดินทางมาทันได้หลานเสียชีวิตไปซะก่อน

         ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้เด็กสาววัย 13 ปีซึ่งเป็นกลุ่มที่อยู่ในจำนวนหลานผู้เสียชีวิตนั้นได้เล่าให้ทั้งปู่และเจ้าหน้าที่ตำรวจฟังว่าพวกตอนทั้ง 4 คนกำลังเล่นน้ำกันอยู่ตรงริมตลิ่งแต่ปรากฏว่าน้องคนเล็กวัย 9 ขวบได้มีการลื่นไถลออกไปแถวกลางแม่น้ำเมื่อพี่วัย 15 ปีเห็นจะได้ลอยคอไปช่วยน้องซึ่งก็สามารถนำน้องมาส่งที่ฝังได้แล้วแต่ระหว่างที่กำลังจะขึ้น

ฝั่งนั้นมีกระแสน้ำไหลมาแล้วพัดร่างของพี่ไปตรงบริเวณที่เป็นร่องน้ำวนทำให้ร่างของพี่ถูกพัดลมหายไปซึ่งพวกเราทั้งสามคนไม่สามารถช่วยเหลือพี่วัย 15 ปีได้เลยจึงทำได้เพียงแค่วิ่งไปตามให้ปู่มาช่วยพี่สาวเท่านั้นแต่ก็ปรากฏว่าน้ำไม่ทันช่วยขึ้นมาได้แต่พี่สาวก็เสียชีวิตไปเสียแล้ว

     ซึ่งในตอนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาถึงก็ปรากฏว่าหญิงสาววัย 15 ปีเสียชีวิตแล้วโดยมีผู้เป็นตาและสาวคนอื่นๆยืนรออยู่ข้างๆศพของหญิงสาววัย 15 ปี

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  bk8 ฟรี เครดิต

สามีคลั่งยาทำร้ายเมียสาหัส  การแจ้งเหตุผลสาเหตุทำร้ายภรรยาคบชู้ 

            ทางสำนักข่าวอรุณอมรินทร์ได้รับการร้องเรียนมาจากผู้ชมข่าวท่านหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องที่น้องสาวของเขาถูกแฟนทำร้ายและจับขังไว้โดยเธอบอกว่า ตัวเธอเองนั้นเป็นพี่สาวผู้หญิงที่ถูกทำร้าย

ซึ่งเธอได้กล่าวกับทางนักข่าวว่าน้องสาวของเธอถูกทำร้ายจนน่วมและถูกจับขังเอาไว้ทำให้นักข่าวต้องลงพื้นที่ไปจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเพื่อไปดูความจริงที่เกิดขึ้น ซึ่งเมื่อนักข่าวไปถึงก็ได้พบกับหญิงสาวคนหนึ่งที่ชื่อว่าน้องแนนซึ่งเธออยู่ในสภาพที่ร่างกายเขียวช้ำขอบตาบวมปูด โดยน้องแนนได้ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวที่ลงพื้นที่ว่าเธอนั้นถูกแฟนหนุ่มที่ชื่อว่านายมาโนชทำร้าย

ซึ่งเหตุการณ์ที่ถูกทำร้ายในครั้งนี้จากนั้นมาจากว่าเธอนั้นได้ขอเลิกกับนายมาโนชโดยนายมาโนชก็เหมือนจะยินยอมให้เธอเลิกด้วยดีเลยบอกให้เธอนั้นไปเก็บข้าวของออกจากบ้านของเขาแต่เมื่อเธอเดินทางไปถึงที่บ้านของนายมาโนช พร้อมกับลูกสาววัย 5 ขวบของเธอเมื่อเธอเปิดประตูห้องเข้าไปนายมาโนชซึ่งเป็นอดีตสามีก็ทำการกระชากหัวของเธอแล้วดึงเข้าไปในห้อง แล้วมีการตบและเตะเธอ รวมถึงเอาเท้าถีบเธอด้วย ซึ่งในขณะที่มีการถีบเธอนั้นรองเท้าของนายมาโนชก็ได้หลุด

ทำให้นายมาโนชหยิบรองเท้าของตนเองและเอามาตบหน้าน้องแนนอีกทั้งนายมาโนชมองเห็นไม้ที่เตรียมเอาไว้อยู่ข้างมือก็เอาไม้มาทุบตีน้องแนน ทั้งตัว ที่นายมาโนชทำร้ายร่างกายแนนจนพอใจแล้วเห็นว่าแนนมีเลือดออกและมีรอยพกช้ำเต็มไปหมดจึงสั่งให้แนนนั่งอยู่ในห้องและบอกให้แนนรอจนกว่าแผลตามตัวจะหายแล้วค่อยกลับบ้าน แต่เมื่อนายมาโนชไม่อยู่บ้านนานจึงได้ทำการหลบหนีแล้วกลับมาที่บ้านของเธอพร้อมกับเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้ญาติและคนในครอบครัวของเธอฟังจึงทำให้พี่สาวของเธอได้มาแจ้งข่าวกับสำนักข่าวอรุณอมรินทร์ 

ซึ่งน้องแนน เล่าให้ฟังว่าน้องแนนถูกทำร้ายมาบ่อยครั้ง จนทนไม่ไหวจนต้องขอเลิก ซึ่งน้องแนนเองก็บอกว่าสาเหตุที่แฟนทำร้ายนั้นเนื่องจากว่านายมาโนชเกิดความหัวคิดว่าตนเองจะกลับไปมีชู้กับแฟนเก่าซึ่งเธอยืนยันว่าไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด  ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้เธอต้องการที่จะเลิกติดต่อกับนายมาโนชอย่างเด็ดขาดเพราะเธอไม่สามารถทนให้นายมาโนชทำร้ายร่างกายเธอได้อีกต่อไปแล้ว ซึ่งเมื่อนักข่าวเดินทางไปสอบถามแฟนเก่าของน้องแนนก็ได้รับคำตอบว่าตนเองนั้นเลิกกับน้องแนนมานานแล้วและเป็นแค่เพียงเพื่อนกันเท่านั้นนานๆถึงจะไปดูลูกสาวที

ซึ่งนายมาโนชน่าจะคิดไปเองว่าน้องแนนจะนอกใจเลยทำให้น้องแนนถูกนายมาโนชทำร้ายโดยใช้อันเก่าของน้องแนนยืนยันว่าตอนนี้ไม่ได้คิดอะไรกับน้องนานแล้วจริงๆเพราะตนเองก็มีภรรยาใหม่เรียบร้อยแล้ว และสาเหตุที่ครอบครัวของน้องแนนต้องมาร้องเรียนกับนักข่าวนั้นเนื่องจากว่าเคยมีการแจ้งความที่สถานีตำรวจให้ดำเนินการกับนายมาโนชในข้อหาทำร้ายร่างกายแล้วแต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เคยดำเนินการให้สักครั้งจึงเกรงว่าจะไม่ปลอดภัยจึงได้ร้องขอให้ทางนักข่าวช่วยประสานงานให้

 

 

สนับสนุนโดย  bk8

โกงแม้กระทั่งหม้อชาบู

       ในโลกออนไลน์กำลังมีเรื่องให้ชาวโซเชียลวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นอย่างมากเมื่อได้มีร้านอาหารชาบูร้านหนึ่งได้มีการโพสต์ข้อความบอกเล่าถึงเรื่องราวที่เขาถูกลูกค้าโกงเตาปิ้งย่างไฟฟ้าซึ่งเป็นเตาที่ทางร้านต้องใช้ทำมาหากินในการนำไปบริการลูกค้าถึงบ้านด้วยเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อทางร้านชาบูแห่งหนึ่งได้มีการโพสต์ Facebook ลงเรื่องราวเกี่ยวกับหัวขโมยที่ต้องการเตาไฟฟ้าเอาไปไว้ใช้ส่วนตัว

โดยเขาได้เล่าถึงเหตุการณ์ว่าก่อนหน้านี้เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนาทำให้ร้านชาบูทุกที่ต้องปิดกิจการชั่วคราวลงดังนั้นทางร้านจึงจำเป็นต้องหาช่องทางหาเงินเพิ่มเป็นค่าใช้จ่ายให้กับทางร้านโดยมีวิธีการเปิดบริการจัดส่งชาบูแบบเดลิเวอรี่ซึ่งจะสามารถให้ลูกค้ายืมเตาไปใช้กินที่บ้านได้แต่มีเงื่อนไขว่าลูกค้าจะต้องมีการทักมาทางเพจของ Facebook เท่านั้น

เพื่อมีหลักฐานอ้างอิงว่าลูกค้ามีการยืมเตาจริงแต่มีอยู่มาวันหนึ่งมีหญิงสาวคนหนึ่งโทรเข้ามาที่ร้านโดยขอยืมเตาไฟฟ้าซึ่งเธออ้างว่าไม่สะดวกที่จะเข้าไปยืมผ่านทางเพจทางร้านเองก็เห็นว่าเป็นผู้หญิงติดต่อเข้ามาไม่น่าจะมีปัญหาอะไรพวกเขาจึงให้พนักงานจัดส่งชาบูพร้อมหม้อไฟฟ้าไปให้กับลูกค้าเพื่อหวังเอาใจลูกค้าแต่เมื่อมีการใช้บริการการเรียบร้อยแล้ว

กลับพบว่าทางร้านชาบูไม่สามารถทำการเก็บหม้อมาได้โดยผู้ที่อยู่ในห้องดังกล่าวระบุว่าเขาไม่ได้มีการสั่งให้มีการเอาหม้อมาให้และคนที่สั่งนั้นถ้าเป็นผู้หญิงก็เป็นคนอื่นซึ่งไม่ได้อยู่ในห้องของเขาแล้ว

ดังนั้นเขาไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบกรณีหม้อชาบูหายซึ่งทางร้านเองก็ได้มีการพยายามติดต่อสอบถามและติดตามหาหญิงสาวคนดังกล่าวที่เป็นคนโทรเข้ามาสั่งสบู่ไปแต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้จนอยู่มาวันหนึ่งทางร้านชาบูได้มีการเข้าไปส่อง Facebook ของลูกค้าซึ่งเป็นลูกค้าผู้ชายคนที่ปฏิเสธไม่ได้ยืมหม้อไป

โดยในเพจของลูกค้าผู้ชายคนดังกล่าวได้มีการถ่ายรูปการกินชาบูกับเพื่อนๆโดยมีการถ่ายติดรูปหม้อซึ่งหม้อดังกล่าวนั้นทางร้านจำได้ว่าเป็นหม้อของทางร้านเองดังนั้นเมื่อร้านค้าชาบูเห็นจึงได้มีการไปแจ้งความที่สถานีตำรวจนำมาซึ่งการจับกุมชายคนดังกล่าวโดยเขารับสารภาพว่าทำแบบนี้มาบ่อยซึ่งเมื่อเรื่องราวนี้ได้ถูกเผยแพร่ไปใน Facebook ก็ทำให้ชาวโซเชียลเดือดร้อนเป็นอย่างมาก

โดยมองว่าเป็นการซ้ำเติมคนที่ทำมาหากินซึ่งขณะนี้การทำกิจการอะไรก็ค่อนข้างยากลำบากอยู่แล้วยังต้องมาถูกพวกแก๊งวิชาชีพซ้ำเติมด้วยการอยากได้แม้กระทั่งหม้อที่ร้านค้าก็ต้องใช้เป็นอุปกรณ์ทำมาหากินอีกด้วย ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้น่าจะเป็นบทเรียนให้กับทางร้านชาบูได้มีการพิจารณาและมีมาตรการให้ดีก่อนที่จะมีการปล่อยให้ลูกค้ายืมหม้อชาบูไปกินที่บ้าน

 

 

สนับสนุนโดย  next88 สมัคร

สาวสองโพสต์คลิปขอโทษพนักงานส่งอาหาร

สาวสองโพสต์คลิปขอโทษพนักงานส่งอาหาร  วอนสังคมให้อภัย

          ยังจำกันได้ดีกับสาวประเภทสองคนหนึ่งที่มีการสั่งอาหารจากพนักงานส่งอาหาร บริษัทหนึ่งซึ่งเธอต้องการให้พนักงานขึ้นไปส่งอาหารเธอบนคอนโดเนื่องจากว่าเธอมีอาการไม่สบายเป็นไข้ขึ้นสูงเธอจึงไม่อยากลงมาสัมผัสกับบุคคลข้างนอกแต่เนื่องจากตัวพนักงานเองนั้นก็ถูกสั่งห้ามจากทางบริษัทเหมือนกันว่าห้ามขึ้นไปส่งอาหารให้กับลูกค้าถึงข้างบน

โดยเน้นย้ำว่าพนักงานจะต้องรอส่งอาหารแค่ใต้คอนโดเท่านั้นซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้สาวประเภทสองคนดังกล่าวไม่พอใจอย่างมากที่พนักงานไม่ยอมขึ้นไปในขณะที่พนักงานเองก็พยายามอธิบายถึงเหตุผลที่เขาไม่สามารถขึ้นไปส่งของให้ทราบได้

ซึ่งคลิปวีดีโอดังกล่าวถูกเผยแพร่และเป็นที่โด่งดังเป็นอย่างมากและภายหลังจากที่มีการเผยแพร่ออกไปทางบริษัทของสาวประเภทสองที่ทำงานอยู่เป็นบริษัทขายรถยนต์นิสสันก็ได้ออกมาประกาศจุดยืนถึงพฤติกรรมของพนักงานโดยมีการลงโทษพนักงานคนดังกล่าวด้วยการประกาศไล่ออกให้มีผลทันทีซึ่งหลังจากที่มีเอกสารจากทางบริษัทนิสสันประกาศไล่ออกพนักงานคนดังกล่าวทำให้สาวประเภทสองซึ่งเธอมีอาชีพเป็นเซลล์ให้กับบริษัทนิสสันต้องออกมาโพสต์คลิปขอโทษสังคมรวมถึงขอโทษพนักงานส่งอาหาร

โดยในขณะนี้เธอได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมากเนื่องจากว่าร้ายคนในโลกโซเชียลได้มีการหาข้อมูลส่วนตัวของเธอว่าเป็นใครอยู่ที่ไหนและมีการส่งข้อความมาต่อว่าเธอกันอย่างมากมายรวมถึงเธอเองก็ถูกกระแสต่อต้านจากทางสังคมและทางบริษัทที่เธอทำงานอยู่ทำให้ตอนนี้เธอรู้สึกว่าเธอ เสียใจมากเพราะเธอได้รับผลกระทบอย่างหนักมาก

ในครั้งนี้ซึ่งในตอนที่เธออัดคลิปนั้นเธอยังมีการรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งเนื่องจากว่าเธอยังมีการไข้ขึ้นสูงอยู่แต่ยังไม่แน่ชัดว่าเธอมีอาการป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรน่าหรือไม่ซึ่งเธอได้อธิบายเหตุผลในฝั่งของเธอเกี่ยวกับที่เธอไม่อยากจะลงมารับของเพราะเธอกลัวว่าเธออาจจะป่วยเป็นไวรัสโคโรน่าแล้วอาจจะแพร่เชื้อให้กับคนอื่น

ซึ่งในขณะเดียวกันหลายคนก็มองว่าสิ่งที่เธอทำนั้นหลายคนเข้าใจแต่สิ่งที่ทุกคนไม่พอใจนั้นก็คือเธอพูดจาหยาบคายใส่กับพนักงานส่งของมากเกินไปโดยไม่มองว่าเขาเป็นคนทำงานคนหนึ่งเลยทั้งที่ตัวเธอเองนั้น

ก็เป็นพนักงานที่ต้องรองรับอารมณ์ลูกค้าเช่นเดียวกันน่าจะเข้าใจหัวอกกันดีอีกทั้งในขณะที่เธอบอกว่าเธอกลัวว่าเธอจะติดเชื้อไวรัสโคโรน่าเธอไม่อยากจะเอาเชื้อมาแพร่ให้กับคนอื่นนั้นขนาดที่เธอลงมาต่อว่าพนักงานส่งของเธอกลับไม่สมใส่หน้ากากอนามัยซึ่งมันเป็นการย้อนแย้งกันมากระหว่างที่เธอพูดและเป็นการกระทำของเธอ

 

สนับสนุนโดย  9luck

หนี้นอกระบบทำตำรวจสันติบาลต้องกลายเป็นโจรปล้นแบงค์

  เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. บางประกง ได้รับแจ้งเหตุพบชายต้องสงสัยมาเดินอยู่ที่หน้าธนาคาร กสิกรไทย สาขาบางบัว อยู่บางนาตราด กม. 42 โดยชายคนดังกล่าวแต่งกายด้วยเสื้อแขนยาว และใส่กางเกงขายาวสีดำ ที่สำคัญเขาใส่หมวกและใส่หน้ากากปิดบังหน้าตา และยังมีการสะพายเป้อยู่ด้านหลัง

ดูแล้วน่าสงสัยเป็นชาวบ้านจึงได้โทรแจ้งให้ตำรวจช่วยมาตรวจสอบและเมื่อเดินทางมาถึง ทางเจ้าหน้าที่ได้ขอค้นตัวชายคนดังกล่าว แต่ชายคนดังกล่าวขัดขืน แถมยังอ้างว่าตัวเองก็เป็นตำรวจ ซึ่งเป็นตำรวจสันติบาล แต่เมื่อถามเรื่องการแต่งตัว เขาก็ไม่ยอมพูดอะไร เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เข้าล็อคตัวและทำการค้นตัวทำให้พบว่าเขาพกปืนมาไว้ในถุงกระดาษสีน้ำตาลและพบว่าปืนดังกล่าวได้ขึ้นลำกล้อง เอาไว้ด้วย

และเมื่อค้นกระเป๋าก็ยังพบกระสุนปืนอีกเป็นจำนวนมาก  และที่สำคัญเมื่อค้นตัวชายคนดังกล่าวกลับพบว่า เขาใส่เสื้อสองชั้นและกางเกงอีกสองชั้น ซึ่งน่าสงสัยว่าอาจจะมาก่อเหตุเสร็จแล้วก็จะทำการเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้ ซึ่งระหว่างการจับกุมตัว ชายคนดังกล่าวไม่ยอมพูดอะไรเลย

จะให้ข้อมูลในชั้นศาลเท่านั้น และเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวมาที่โรงพัก ในที่สุดเขาก็ให้การรับสารภาพว่าตนเองไม่ใช่ตำรวจจริงและที่ไปยืนอยู่ที่หน้าธนาคารกสิกรไทยนั้นเพราะกำลังจะลงมือก่อเหตุปล้นธนาคารจริงจริง โดยเขาให้เหตุผลของการคิดก่อเหตุในครั้งนี้นั้นก็เพราะว่าตอนนี้เขามีหนี้สินอยู่เกือบประมาณสี่แสนบาท

โดยมีทั้งหนี้ในระบบ และยังมีหนี้นอกระบบอีก อีกทั้งตอนนี้เมียของเขาก็ยังมาตกงานอีก และในช่วงที่โควิด-19 ระบาดนี้ทำให้หาเงินมาใช้หนี้ไม่ได้เลย ทำให้เขาเกิดความเครียดเป็นอย่างมากจึงได้ตัดสินใจที่จะมาก่อเหตุปล้นธนาคารดังกล่าว โดยตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเตรียมการขยายผล ว่าคนร้ายได้นำอาวุธปืนมาจากไหน

เนื่องจากในกระเป๋าของคนร้ายมีทั้งอาวุธปืนและมีกระสุนเยอะมาก  ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบชื่อคนร้ายว่าชื่อว่า นายปัณเทพย์ และคนที่เห็นเหตุการณ์บอกให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ก่อนที่คนร้ายจะถูกตำรวจคุมตัว คนร้ายได้เดินมาหาตนเองที่ร้าน

ซึ่งตอนนี้เธอกำลังตั้งร้านอยู่ โดยชายคนดังกล่าวแต่งกายมิดชิดและมาถามเธอว่าธนาคารมีการวัดอุณหภูมิหรือไม่ ซึ่งเธอก็บอกว่าก็วัดอุณหภูมิปกตินั่นแหละ หลังจากนั้นชายคนดังกล่าวก็ไปคุยกับ รปภ. ที่หน้าธนาคาร และเธอก็มารู้ภายหลังว่าเขาเป็นคนร้ายที่กำลังจะปล้นธนาคารนั่นเอง

 

ขอบคุณที่ให้การสนับสนุนโดย  sagame

หญิงสาวโมโหโหดขับรถมาบ้านแฟนเก่ากระหน่ำยิงเมียใหม่ไม่ยั้ง

    ที่จังหวัดกาญจนบุรีเจ้าหน้าที่ตำรวจสภเมืองกาญจนบุรีได้รับแจ้งเหตุว่ามีเหตุการณ์ยิงกันเกิดขึ้นที่บ้านพักแห่งหนึ่งที่ตำบลปากแพรกทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำกองกำลังทั้งฝ่ายพิสูจน์หลักฐานและฝ่ายสืบสวนสอบสวนรวมถึงยังติดต่อทางมูลนิธิเดินทางไปยังบ้านพักที่เกิดเหตุดังกล่าว   ซึ่งสถานที่เกิดเหตุนั้นเป็นห้องแถวชั้นเดียวโดยเมื่อไปถึงทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็เห็นนายจิรวุฒิกำลังยืนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ที่หน้าบ้านและยังมีนางรุ่งฤดีซึ่งเป็นเมียของนายจิรายุทธ เซ็งได้รับบาดเจ็บเพราะถูกอาวุธปืนยิ่งโดนที่หน้าแข้งเลือดอาบเต็มไปหมดแล้วเมื่อทางกู้ภัยเดินทางไปถึงก็ได้มีการประสานงานพาผู้บาดเจ็บไปส่งที่โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา

หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้เข้าไปภายในบริเวณบ้านที่เกิดเหตุซึ่งเมื่อเข้าไปถึงก็พบร่องรอยของกระสุนปืนและยังมีร่องรอยของลูกกระสุนปืนเจาะตามผนังกระจกต่างๆเต็มไปหมด

  และยังมีกองเลือดอยู่ในที่เกิดเหตุอีกด้วยนอกจากกระสุนปืนจะมีการเจาะภายในบริเวณบ้านแล้วแถวๆหน้าบ้านที่เป็นที่จอดรถก็มีร่องรอยกระสุนปืนตกอยู่อีกด้วยทางฝ่ายพิสูจน์หลักฐานจึงได้มีการรวบรวมเก็บปลอกกระสุนปืนดังกล่าวเอาไว้ซึ่งทางเจ้าของบ้านก็คือนายจิรวุฒิก็ได้ให้ปากคำกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าในขณะที่ตัวเขาและก็มีของเขากำลังที่จะขับรถออกไปซื้อของกินนั้นอยู่ดีๆแฟนเก่าของเขาที่เคยคบหากันเมื่อ 2 ปีที่แล้วแต่ก็เลิกกันมานานแล้วเช่นเดียวกันได้ขับรถเก๋งเข้ามาจอดตรงข้ามกับบ้านพักของเขา

พอจอดรถได้เปิดประตูรถแฟนเก่าก็เดินลงจากรถมาพร้อมกับมีอาวุธปืนอยู่ในมือพอนายจิรวุฒิมองเห็นปืนอยู่ในมือของแฟนเก่าก็รีบบอกเมียของตนเองให้อยู่แต่ในบ้านไม่ต้องออกมาซึ่งในตอนนั้นเองแฟนเก่าของเขาก็ได้มีการยิงปืนเข้าไปในบ้านหลังจากนั้นก็ยิงเดินเข้าไปในบ้าน หลังจากกระหน่ำยิงจนไม่มีกระสุนยิงออกจากปืนแล้วอดีตแฟนเก่าก็กลับขึ้นรถแล้วขับรถหนีไปเลย

ซึ่งจากการสันนิษฐานของนายจิรวุฒิเองคิดว่าน่าจะเกิดจากที่ภรรยาของเขาเคยมีเรื่องทะเลาะกับอดีตแฟนเก่ามาก่อนซึ่งในตอนนั้นมีการแจ้งความดำเนินคดีกันด้วยเพราะมีการโพสต์ด่ากันผ่านทาง facebook และที่สำคัญก่อนหน้าที่แฟนเก่าจะขับรถมายิงเมียของเขานั้นแม่ของแฟนเก่าได้โทรมาหาเขาและมาพูดจาขอร้องให้เขาไปพูดกับเมียของเขาหน่อยว่าให้หยุดด่าทอแฟนเก่า

ของเขาผ่านทาง facebook ให้ต่างคนต่างอยู่ซึ่งตัวนายธีรวุฒิเองก็รับปากว่าจะคุยกับเมียให้แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไรทางอดีตแฟนเก่าก็ขับรถมาที่บ้านเราก็มากระหน่ำยิงเมียของเขาจนได้รับบาดเจ็บอย่างที่เห็นซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็เก็บหลักฐานไว้เรียบร้อยแล้วแล้วก็กำลังพยายามติดตามตัวแฟนเก่าของนายจิรวุฒิมาดำเนินคดี

หนุ่มหายตัวปริศนาที่จังหวัดแพร่

      ชายหนุ่มเป็นคนจังหวัดแพร่ เดินทางเข้าป่าพร้อมกับหมาคู่ใจชื่อว่าไอ้ขาว เมื่อวันที่ 4 เดือนเมษายน ปี พ.ศ. 2563  ซึ่งผ่านไปหลายวันชาวบ้านพบว่าหมาของชายหนุ่มเดินทางกลับออกมาจากป่าตัวเดียว เมื่อวันที่ 6 เดือนเมษายน ปี พ.ศ. 2563 

หลังจากนั้นภรรยาของชายหนุ่มที่หลงป่าก็พาญาติออกติดตามหาตัวแต่ก็ไม่พบประมาณวันที่ 10เมษายน จึงได้มีการเชิญพระมาทำบุญเพื่อทำเรื่องเปิดป่าขอให้สามารถตามหาตัวชายหนุ่มเจอและในวันที่ 11 เมษายนชาวบ้านและภรรยาก็ไปพบศพของชายหนุ่มที่ตามหาอยู่

      โดยเหตุการณ์ในครั้งนี้ภรรยาของชายหนุ่มคนดังกล่าวได้มีการเล่าเรื่องราวให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจและนักข่าวฟังว่าชายหนุ่มที่กำลังเป็นข่าวอยู่นี้ชื่อว่าคุณบุญแปง โดยปกติแล้วคุณบนแปลงมักจะออกไปหาของป่ามาขายอยู่เสมอซึ่งในครั้งนี้คุณแปลงก็มีการเตรียมข้าวของการเดินป่าไม่ว่าจะเป็นอาหารกระป๋องข้าวสารนมและน้ำเดินทางเข้าป่า

โดยมีการออกจากบ้านไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 4 เมษายนซึ่งไปพร้อมกับหมาคู่ใจของเขานั่นก็คือไอ้ขาวหรือล่าสุดที่ภรรยาของคุณแปลงเห็นสามีของตนเองนั้นก็คือขี่รถจักรยานยนต์ออกไปหลังจากวันที่ 4 เมษายนเป็นต้นไม้ภรรยาก็ไม่เห็นสามีของตนเองอีกเลยแต่พอวันที่ 6 เมษายนหมาที่ไปพร้อมกับคุณแปลงก็เดินทางกลับมาที่บ้าน

แต่ก็ไม่เห็นตัวคุณแปลงจึงได้ที่ออกตามหาโดยมีการเชื่อกันว่าคุณมนแปลงน่าจะมีการหลงป่าอยู่แต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอจนวันที่ 10 เมษายนจึงได้เชิญพระสงฆ์มาทำพิธีเปิดป่าเพราะเชื่อว่าอาจจะโดนสิ่งศักดิ์สิทธิ์บังตาไม่ให้มองเห็นหลังจากทำพิธีเปิดป่าเสร็จแล้ววันที่ 11 เมษายนชาวบ้านก็มาพบคุณแปลงตกเหวชีวิตอยู่จากการชันสูตรศพพบว่ามีการเสียชีวิตมานานแล้ว

ซึ่งก็มีการสันนิษฐานกันว่าคุณแปรงน่าจะมีการหน้ามืดเพราะอากาศร้อนแล้วอาจจะเผลอร่วงลงไปในเหวซึ่งทำให้เสียชีวิตได้แต่หลายคนก็เชื่อว่าในป่านั้นมีสิ่งเร้นลับมีอาถรรพ์และเชื่อว่าการที่ตามหาคุณบุญแปลงไม่เจอสักทีนั้นมาจากการที่เจ้าป่าเจ้าเขาอาจจะบังตา ทำให้ชาวบ้านที่ออกตามหาตั้งแต่เมื่อวันที่ 6 ไม่พบกับคุณบุญแปลงทั้งที่ชาวบ้าน

ก็ผ่านมาบริเวณจุดนี้แต่ก็ไม่พบบางคนก็บอกว่าที่คุณแปลงต้องมาประสบเหตุในครั้งนี้เพราะว่าเจ้าป่าเจ้าเขาอาจจะต้องการตัวตายตัวแทนซึ่งส่วนใหญ่ก็วิจารณ์กันไปถึงเรื่องของความลี้ลับสำหรับศพของคุณแปลงนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการส่งพิสูจน์หลักฐานต่อไป

 

ขอขอบคุณเว็บ  sagame  ที่ให้การสนับสนุน

สาเหตุที่ทำให้ลำปางปลอดเชื้อโควิด 19 

ก่อนอื่นต้องบอกว่าทำไมเราต้องพูดถึงเรื่องของลำปางก็เพราะว่าในจังหวัดลำปางเป็นหนึ่งในไม่กี่จังหวัดของประเทศไทยเรานี้ซึ่งจากข้อมูลที่มีว่า 13 จังหวัดนั้น ที่มีการปลอดจากโลกแล้วจังหวัดลำปางก็เป็นจังหวัดใหญ่ ถือว่าค่อนข้างเก่งนะในการที่ทำให้จังหวัดของท่านนั้นเป็นจังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อว่าเป็นศูนย์ 

โดยเราจะย้อนไปดูว่าจังหวัดในภาคเหนือถือว่าเป็นจังหวัดใหญ่และจังหวัดลำปางก็ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดจังหวัดหนึ่งในประเทศไทย โดยมีข้อมูลพื้นฐานดังต่อไปนี้ เนื้อที่ประมาณ 7,833,726 ไร่แต่มีประชากรไม่มากเท่าไหร่นะ เท่ากับว่าความบางของประชากรนั้นบาง โดยประชากรมีเพียงแค่ 738,316 คนข้อมูลนี้จากเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งอาณาเขตทางเหนือติดต่อกับเชียงรายทางทิศใต้ก็ติดต่อกับตากทางทิศตะวันออกติดต่อกับจังหวัดแพร่

 และตะวันออกเฉียงเหนือติดต่อกับจังหวัดพะเยา ทิศตะวันออกเฉียงใต้ติดต่อกับสุโขทัย ส่วนทางด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือก็ไปติดต่อกับ จังหวัดเชียงใหม่และก็จังหวัดลำพูน เรื่องจะเห็นได้ว่ารายล้อมไปด้วยผู้ที่ติดเชื้อโควิก ที่มีค่อนข้างเยอะพอสมควรและมีจังหวัดที่น่าชมจังหวัดก็คือจังหวัดน่าน คือถ้าเลยแพ้ออกไปนั่นก็คือหน้าและนั่นก็คือและนั่นคือจังหวัดใหญ่ ที่นั่นก็ยังไม่มีผู้ป่วย ทำให้ไม่มียอดผู้ป่วยหรือญาติผู้ป่วยนั้นเป็นศูนย์นั่นเอง เพลงเราคงต้องมาชื่นชมกัน 

จะเห็นได้ว่าลำปางนั้นคือพื้นที่ใกล้เคียงกลับเชียงใหม่ที่ติดโรคไปแล้ว 30 คน ซึ่งมีลำพูนปิดไปแล้ว 2 คน แม่ฮ่องสอน 5 และตาก 2 สุโขทัย 3และแพร่ 1พะเยาอีก 2 ซึ่งจะเห็นได้ว่าลำปางนั้นไม่พบผู้ติดเชื้อดังนั้นมีความสงสัยว่าลำปางเขามีวิธีการจัดการอย่างไรกัน ซึ่งมีการสงสัยว่าท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นเขามีการเตรียมตัวในการรับมือเกี่ยวกับเชื้อไวรัสชนิดนี้อย่างไร ดังนั้นเราได้คำตอบว่าเขาได้มีการเริ่มรับมือตั้งแต่ที่อู่ฮั่นนั้นมีการปิดเมือง

 ซึ่งเขานั้นได้มีการวางแผนมาตั้งแต่อู่ฮั่นของจีนนั้นได้มีการปิดเมืองซึ่งอู่ฮั่นนั้นมีการปิดเมืองตั้งแต่23 มกราคมตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาหลังจากนั้น 24 วันก็ได้มีผู้ติดเชื้อตามมาซึ่งหลังจากนั้นพอรู้ว่าอั้นเป็นเมืองทางผู้ว่าราชการจะได้มีมาตรการในการจัดการเพื่อเป็นการจัดการรับเชื้อไวรัสซึ่งเขาได้มีการเรียกประชุมในวันรุ่งขึ้นของการปิดเมืองของอู่ฮั่นในทันที

โดยประกาศเรียกทุกฝ่ายในจังหวัดนั้นเข้ารับการประชุมร่วมกันโดยการนำข้อมูลของอู่ฮั่นไปบันทึกและวิเคราะห์ในรูปแบบต่างๆโดยมีการหาสาเหตุของการแพร่ระบาดหาแนวทางรับมือกับไวรัสและมีการศึกษาถึงธรรมชาติของไวรัสโคโรน่าว่ามันมีลักษณะอย่างไรซึ่งพูดง่ายๆว่าเราได้เตรียมตัวตั้งแต่รู้เรื่องจึงทำให้เขาพัฒนาและรับมือกับเชื้อโรคเหล่านี้ได้เป็นอย่างดีจึงทำให้ทั้งจังหวัดของเขาปลอดเชื้อมาจนถึงทุกวันนี้นั้นเอง

 

สนับสนุนโดยเว็บ  bk8

แมลงวันบุกบ้านชาวจังหวัดฉะเชิงเทราเดือดร้อนหนักมาก

       มีรายงานข่าวแสดงถึงความเดือดร้อนของชาวบ้านอำเภอพนมสารคามจังหวัดฉะเชิงเทราว่าในขณะนี้มีชาวบ้านที่อยู่ในหมู่บ้านหนองกะพ้อได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมากจากเหล่าแมลงวันที่บินมารบกวนชาวบ้านซึ่งแมลงวันที่บุกเข้ามารบกวนชาวบ้านเขาหมู่บ้านนี้ไม่ใช่เพียงแค่ตัวสองตัวเท่านั้นแต่มีมากนับเป็นหมื่นเป็นแสนตัวเลยทีเดียวโดยในหมู่บ้านนี้มีประชากรหลายร้อยหลังคาเรือนซึ่งแต่ละหลังคาเรือนต่างก็ได้รับความเดือดร้อนจากแมลงวันเหล่านี้เป็นจำนวนมาก

โดยพวกมันบุกเข้าไปทางในห้องน้ำ   ห้องนอน   ห้องกับข้าว  ทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมากซึ่งปัจจุบันวิธีการแก้ไขของชาวบ้านทำได้เพียงซื้อที่ดักแมลงวันมาเท่านั้นแต่ก็สร้างผลกระทบให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมากเพราะต้องเสียเงินเป็นจำนวนมากในการซื้อที่ดักแมลงวันมาใช้และถึงแม้จะซื้อที่ดักแมลงวันมาใช้จับแมลงวันเสาร์นี้

แต่ก็ไม่เพียงพอกับจำนวนแมลงวันที่มีมากขึ้นเรื่อยๆเรื่องชาวบ้านต่างก็วิตกกังวลกันเป็นอย่างมากกว่าแมลงวันเหล่านี้จะเป็นพาหะนำเชื้อโรคมาสู่หมู่บ้านทำให้หมู่บ้านอาจจะเกิดเชื้อโรคแปลกใหม่เกิดขึ้นอีกเพราะตอนนี้แค่เพียงเชื้อไวรัสโควิด-19 ก็เดือดร้อนมากพออยู่แล้ว  หากต้องมาเจอเชื้อโรคกับแมลงวันอีกเกรงว่าหมู่บ้านจะแย่ลงกว่าเดิมมาก  ซึ่งชาวบ้านก็พากันถ่ายภาพแมลงวันที่ลูกหลานเข้าไปในบ้านของตนเองออกมาเผยแพร่ให้ชาวโซเชียลได้เห็นกัน

ซึ่งเป็นภาพที่น่ากลัวมากเพราะเราจะเห็นได้ว่าแมลงวันเกาะอยู่ตามผนังและพื้นจนแทบจะมองไม่เห็นพื้นเลยทีเดียวมองเห็นแต่ตัวแมลงวันเกาะเต็มไปหมดซึ่งเป็นภาพที่ไม่น่าชมเป็นอย่างมากแต่ถ้าหากเป็นชาวบ้านที่อยู่ในหมู่บ้านที่ต้องเจอกับแมลงวันเหล่านี้เป็นประจำทุกวัน คงจะรู้สึกรำคาญและต่างก็คงต้องกลัวเธอโรคจากแมลงวันเหล่านี้กันบ้างจริงๆดูจากสถานการณ์แล้วแทบไม่น่าจะอาศัยอยู่ในบ้านที่มีแมลงวันดังกล่าวได้เลยโดยชาวบ้านให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าแมลงวันที่มีมานี้คาดว่าจะมาจากสถานที่ที่เปิดเลี้ยงหมู  เป็ด   ไก่  

ซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์แมลงวันอย่างดีเยี่ยมดังนั้นชาวบ้านจึงต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูพื้นที่ตามสถานที่เลี้ยงเป็ดไก่เหล่านั้นว่ามีแมลงวันมากน้อยแค่ไหนและให้ช่วยกำจัดแมลงวันเหล่านั้นไปเพราะเกรงว่าจะเกิดอันตรายและเกิดเชื้อโรคขึ้นมาใหม่จากแมลงวันที่เป็นพาหะนำเชื้อโรคมาอย่างไรก็ดี

เรื่องนี้คงต้องรอให้ทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามเชื้อโรคหรือกลุ่มสุขอนามัยต่างๆให้ลงมาดูพื้นที่พร้อมจัดหาวิธีกำจัดแมลงวันเหล่านี้อาจจะต้องมีการฉีดพ่นยาฆ่าแมลงวันเพื่อทำความสะอาดหมู่บ้านเพราะไม่ฉะนั้นหนึ่งในโลกที่จะเกิดขึ้นกับหมู่บ้านแห่งนี้คืออหิวาตกโรคแน่นอนเพราะแมลงวันเป็นพาหนะในการนำเชื้อโรคมาสู่มนุษย์ได้หลายโรคเลยทีเดียว